Thep Excel

STDEVPA – ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานประชากร (รวม Text และ Logic)

STDEVPA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรทั้งหมด โดยจะรวมข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (Text = 0, TRUE = 1, FALSE = 0) ต่างจาก STDEV.P ที่จะไม่นับข้อความและตรรกะ

=STDEVPA(value1, [value2], ...)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
5/10

Difficulty
4/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=STDEVPA(value1, [value2], ...)

Argument Type Required Default Description
value1 Any (Number, Text, Logical, Range) Yes ค่าแรกในชุดข้อมูล สามารถเป็นตัวเลข ข้อความ ค่าตรรกะ หรือการอ้างอิงเซลล์/ช่วง
value2 Any (Number, Text, Logical, Range) Optional ค่าเพิ่มเติม (สามารถใส่ได้ถึง 254 ค่า หรือรวมกับ value1 ได้สูงสุด 255)

Examples

ตัวอย่างที่ 1: ข้อมูลตัวเลขล้วนๆ
STDEVPA(10, 15, 20, 25, 30)
ข้อมูล: 10, 15, 20, 25, 30 | ค่าเฉลี่ย = 20 | STDEVPA คำนวณการกระจายตัวของข้อมูลประชากรทั้งหมด ผลลัพธ์ 7.07 บอกว่าข้อมูลกระจายตัวออกไป 7.07 หน่วยจากค่าเฉลี่ย
Excel Formula:

=STDEVPA(10, 15, 20, 25, 30)

Result:

7.07

ตัวอย่างที่ 2: ข้อมูลผสม (ตัวเลข + Text)
STDEVPA(10, 15, "Error", 25, 30)
ข้อมูล: 10, 15, "Error" (นับเป็น 0), 25, 30 | STDEVPA จะถือว่า "Error" = 0 แล้วคำนวณการกระจายของ 10, 15, 0, 25, 30 ผลลัพธ์สูงขึ้นเพราะมี 0 ในข้อมูล
Excel Formula:

=STDEVPA(10, 15, "Error", 25, 30)

Result:

11.47

ตัวอย่างที่ 3: ข้อมูลผสม (ตัวเลข + Logic)
STDEVPA(5, 10, TRUE, FALSE, 15)
ข้อมูล: 5, 10, TRUE (นับเป็น 1), FALSE (นับเป็น 0), 15 | STDEVPA คำนวณการกระจายของ 5, 10, 1, 0, 15 | ค่าเฉลี่ย = 6.2 ผลลัพธ์ 5.24
Excel Formula:

=STDEVPA(5, 10, TRUE, FALSE, 15)

Result:

5.24

ตัวอย่างที่ 4: เปรียบเทียบกับ STDEV.P
STDEV.P(10, 15, "Text", 25, 30) vs =STDEVPA(10, 15, "Text", 25, 30)
STDEV.P จะไม่นับ "Text" เลย คำนวณเฉพาะ 10, 15, 25, 30 | STDEVPA นับ "Text" เป็น 0 คำนวณ 10, 15, 0, 25, 30 ผลลัพธ์ต่างกันเพราะการนับ text ต่างกัน
Excel Formula:

=STDEV.P(10, 15, "Text", 25, 30) vs =STDEVPA(10, 15, "Text", 25, 30)

Result:

STDEV.P = 7.91 | STDEVPA = 11.47

FAQs

STDEVPA ต่างจาก STDEV.P อย่างไร?

STDEVPA รวมข้อความและค่าตรรกะ (Text=0, TRUE=1, FALSE=0) ส่วน STDEV.P จะไม่นับข้อความและตรรกะเลย ถ้าข้อมูลของคุณเป็นตัวเลขล้วน ผลลัพธ์จะเหมือนกัน

STDEVPA นับ Text อย่างไร?

ข้อความทั้งหมดนับเป็น 0 ข้อความตัวเลข (เช่น “5”) ที่พิมพ์ตรงในฟังก์ชันจะนับเป็นตัวเลข 5 แต่ข้อความในเซลล์ (“5” ในเซลล์) จะนับเป็น 0

ควรใช้ STDEVPA เมื่อไหร่?

ใช้เมื่อข้อมูลของคุณแทนประชากรทั้งหมด (ไม่ใช่ sample) และข้อมูลมี text/logic ปนอยู่ ถ้าข้อมูลเป็นตัวเลขล้วน ใช้ STDEV.P ดีกว่า

STDEVPA กับ STDEVA ต่างกันอย่างไร?

STDEVPA ใช้ division by n (สำหรับประชากร) | STDEVA ใช้ division by n-1 (สำหรับ sample) ถ้าข้อมูลของคุณเป็น sample ใช้ STDEVA

Resources & Related

Additional Notes

STDEVPA คือฟังก์ชันที่ใช้คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร (Population Standard Deviation) แต่มีความพิเศษคือจะนับข้อความและค่าตรรกะด้วย ซึ่งแตกต่างจากฟังก์ชันประเภท STDEV อื่นๆ

จุดเด่นของ STDEVPA คือความสามารถในการ handle ข้อมูลผสม หากข้อมูลของคุณมีข้อความปนอยู่ STDEVPA จะนับข้อความว่างๆ เป็น 0 แล้วคำนวณการกระจายของข้อมูลรวมทั้งส่วนที่เป็นข้อความด้วย ซึ่งมีประโยชน์เมื่อต้องการวิเคราะห์ความเสี่ยงของข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

ส่วนตัวผม STDEVPA ใช้ก็ไม่บ่อยนัก เพราะในความเป็นจริงถ้าข้อมูลของคุณมี text ผสมอยู่ มักจะต้องทำความสะอาดข้อมูลก่อน แม่น STDEVPA จะ handle ได้ แต่ผลลัพธ์อาจจะ misleading เพราะ text นับเป็น 0 ถ้าข้อมูลคุณมี 100 values แต่ 50 เป็น text ผลลัพธ์จะเอียงไปทางต่ำมาก 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *