T ฟังก์ชันที่ตรวจสอบว่าค่าเป็นข้อความหรือไม่ ถ้าใช่ส่งกลับข้อความเดิม ถ้าไม่ใช่ส่งกลับค่าว่าง
=T(value)
=T(value)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| value | Any | Yes | ค่าหรือเซลล์ที่ต้องการตรวจสอบว่าเป็นข้อความหรือไม่ |
T("Excel")=T("Excel")
"Excel"
T(100)=T(100)
"" (ค่าว่าง)
T(A2)=T(A2)
ข้อมูลจาก A2 (ถ้า A2 เป็นข้อความ)
SUMPRODUCT((T(A2:A10)"")*(A2:A10""))=SUMPRODUCT((T(A2:A10)<>"")*(A2:A10<>""))
จำนวนเซลล์ที่มีข้อความ
ISTEXT ส่งกลับ TRUE/FALSE ที่ระบุว่าเซลล์เป็นข้อความหรือไม่ ส่วน T ส่งกลับค่าข้อความเอง (หรือค่าว่าง) T ใช้เมื่อต้องการค่าข้อความจริง ISTEXT ใช้เมื่อต้องการเช็กเพื่อใช้ในเงื่อนไข
T ออกแบบมาเพื่อให้การทำงานราบรื่น หากค่าไม่ใช่ข้อความ แทนที่จะส่งกลับข้อผิดพลาด มันส่งกลับค่าว่างแทน ซึ่งสำหรับสูตรอื่นๆ มักจะปลอดภัยกว่า
T จะตรวจสอบประเภทข้อมูลเท่านั้น ตัวเลขที่เก็บเป็นข้อความ (เช่น “100” ไม่ใช่ 100) T จะมองว่าเป็นข้อความและส่งกลับค่าเดิม
ฟังก์ชัน T ใช้สำหรับตรวจสอบว่าเซลล์ที่กำหนดเป็นข้อความหรือไม่ หากเป็นข้อความจะส่งกลับข้อความนั้น หากไม่เป็นข้อความ (เช่น ตัวเลข วันที่ ค่าตรรกะ) จะส่งกลับค่าว่างแทน
ที่ต้องเข้าใจคือ T ถูกสร้างมาให้ใช้กับ Lotus 1-2-3 เดิมๆ ในปัจจุบันเราใช้มันไม่บ่อยนักเพราะ Excel จัดการประเภทข้อมูลได้ดีเลยแล้ว บางครั้งอาจใช้กับ COUNTIF หรือ SUMIF เพื่อให้แน่ใจว่าจะจำกัดการนับหรือการรวมเฉพาะข้อความเท่านั้น
ส่วนตัวผม บางครั้งใช้ T เพื่อทำความสะอาดข้อมูลจากแหล่งอื่นที่ผสมข้อความกับตัวเลข ช่วยกรองเฉพาะส่วนข้อความออกมาได้อย่างชัดเจน 😎