CHISQ.TEST ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสองตัวโดยเปรียบเทียบค่าจริง (observed) กับค่าคาดหวัง (expected) และคืนค่า P-Value
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| actual_range | Range/Array | ช่วงข้อมูลที่เก็บค่าสังเกต (observed frequencies) – ข้อมูลจริงจากการสำรวจหรือการทดลอง |
| expected_range | Range/Array | ช่วงข้อมูลที่เก็บค่าคาดหวัง (expected frequencies) – สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นถ้าไม่มีความสัมพันธ์ |
CHISQ.TEST เป็นฟังก์ชันสถิติที่ใช้ทำ Chi-squared Test for Independence ของข้อมูลที่จัดเป็นตารางคร่อม (contingency table)
ที่เจ๋งคือ มันช่วยให้คุณรู้ว่าข้อมูลจริงของคุณแตกต่างจากที่คาดหวังไว้แค่ไหน ถ้า P-Value น้อยกว่า 0.05 แสดงว่ามีความสัมพันธ์แท้จริง ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ
ส่วนตัวผม ถ้าต้องตรวจสอบความสัมพันธ์เรื่องการเลือกซื้อ (เพศชาย/หญิง ชอบ/ไม่ชอบ) เราใช้เฉพาะ CHISQ.TEST ก็ได้เลย 😎
B2:C3 เป็นข้อมูลจริง (ชาย/หญิง ซื้อ/ไม่ซื้อ) และ B7:C8 เป็นค่าคาดหวัง ผลลัพธ์ 0.0312 (< 0.05) แสดงว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างเพศและการซื้อ
ทำลูกเต๋า 60 ครั้ง ในแต่ละหน้า A2:A7 คือผลจริง A9:A14 คือค่าคาดหวัง (ควรได้ 10 ครั้งต่อหน้า) 0.478 0.478 (> 0.05) แสดงว่าลูกเต๋าปกติ
ทดสอบว่ายอดขายจริงตามเป้าหมายหรือไม่ ถ้า 0.025 < 0.05 แสดงว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
เป็นเกณฑ์ที่นักสถิติใช้ทั่วไป ถ้า P-Value < 0.05 แสดงว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Statistically Significant) แต่ถ้า >= 0.05 ไม่มีข้อมูลพอเพียงเพื่อสรุปว่ามีความสัมพันธ์
ข้อมูลต้องจัดเป็นตารางคร่อม (contingency table) โดย actual_range และ expected_range ต้องมีจำนวนเซลล์เท่ากัน และแต่ละค่าคาดหวังควรจะ >= 5
Excel 2010 และสูงกว่า รวมถึง Excel 365 นะครับ ส่วน Excel เวอร์ชันเก่ากว่านั้นใช้ CHITEST แทน
CHITEST เป็นฟังก์ชันเก่า (deprecated) ส่วน CHISQ.TEST เป็นตัวใหม่ที่มีชื่อตามมาตรฐาน Excel ปัจจุบัน ผมแนะนำให้ใช้ CHISQ.TEST ถ้า Excel รองรับ
เหตุผลส่วนใหญ่คือ actual_range และ expected_range มีจำนวนเซลล์ไม่เท่ากัน หรือมีค่า 0 หรือค่าติดลบ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทั้งสองช่วงมีขนาดเดียวกันและค่าเป็นบวก
Chi-squared statistic คือตัวเลขที่วัดความแตกต่างระหว่าง observed และ expected P-Value คือความน่าจะเป็น CHISQ.TEST คืน P-Value โดยตรง ถ้าต้อง Chi-squared statistic ต้องใช้สูตรคำนวณเอง
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ CHISQ.TEST จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
CHISQ.DIST ส่งกลับค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Chi-squared ซึ่งใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
CHISQ.DIST.RT คำนวณความน่าจะเป็นหางขวา (P-Value) ของการแจกแจง Chi-Square ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
CHISQ.INV ค้นหาค่าตัวแปร X ที่ทำให้พื้นที่ใต้เส้นโค้งของการแจกแจง Chi-squared ทางท้ายซ้ายเท่ากับความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการวิเคราะห์สถิติเพื่อการทดสอบสมมติฐาน
CHISQ.INV.RT ใช้หาค่าวิกฤต (critical value) ของการแจกแจงแบบ Chi-squared ทางหางขวา โดยให้ความน่าจะเป็นและองศาอิสระ มักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
F.TEST ทดสอบว่าสองชุดข้อมูลมีความแปรปรวน (การกระจายตัว) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยคืนค่า P-Value สำหรับการตัดสินใจทางสถิติ
ส่งกลับค่า p-value ของ t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของสองชุดข้อมูลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
ฟังก์ชัน Legacy สำหรับทดสอบไคสแควร์ คืนค่า P-Value เพื่อตรวจสอบความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลจริงกับข้อมูลที่คาดหวัง แนะนำให้ใช้ CHISQ.TEST แทน
FDIST คำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F หางขวา (right-tailed) ใช้ในการทดสอบความแปรปรวนของสองกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและแนะนำให้ใช้ F.DIST.RT แทน
คำนวณค่า p-value ของ Student's t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของข้อมูลสองชุดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ (ฟังก์ชันรุ่นเก่า แนะนำให้ใช้ T.TEST แทน)
ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันนี้
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่