MOD คืนค่าเศษเหลือจากการหาร มีประโยชน์มากในการตรวจสอบเลขคู่/คี่ สร้างลำดับวนลูป แยกเวลาจากวันที่ และทำ Conditional Formatting สลับสี
=MOD(number, divisor)
=MOD(number, divisor)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number | Number | Yes | ตัวเลขตั้งต้นที่ต้องการหาเศษ (ตัวตั้ง) | |
| divisor | Number | Yes | ตัวหาร (ห้ามเป็น 0 จะได้ #DIV/0!) |
ใช้ =MOD(ROW(),2)=0 เพื่อเทสีพื้นหลังทุกบรรทัดคู่ให้อ่านง่ายขึ้น
ใช้ MOD กับวันที่เพื่อวนลูปกะเช้า/บ่าย/ดึก หรือแจกงานให้พนักงานสลับกัน
ใช้ MOD(datetime, 1) เพื่อดึงเฉพาะส่วนเวลาออกจาก DateTime
MOD(10, 3)=MOD(10, 3)
1
IF(MOD(7, 2)=0, "คู่", "คี่")=IF(MOD(7, 2)=0, "คู่", "คี่")
คี่
MOD(NOW(), 1)=MOD(NOW(), 1)
0.604... (≈ 14:30)
MOD(ROW()-1, 3) + 1=MOD(ROW()-1, 3) + 1
1, 2, 3, 1, 2, 3...
A1 - MOD(A1, TIME(0,15,0))=A1 - MOD(A1, TIME(0,15,0))
เวลาปัดลง 15 นาที
MOD(-10, 3)=MOD(-10, 3)
2
MOD ให้เศษ (7/3 = 1) ส่วน QUOTIENT ให้ผลหารจำนวนเต็ม (7/3 = 2) สูตร: number = QUOTIENT*divisor + MOD
Excel ใช้สูตร MOD = n – d*INT(n/d) ทำให้ผลลัพธ์มีเครื่องหมายเดียวกับตัวหารเสมอ
ได้ #DIV/0! error เพราะหารด้วย 0 ไม่ได้
ได้ เช่น MOD(2.5, 1) = 0.5 หรือ MOD(10, 2.5) = 0
ทุกเวอร์ชันตั้งแต่ Excel 2003 เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่มีในทุก spreadsheet
ฟังก์ชัน MOD (Modulo) ใช้สำหรับหา “เศษเหลือ” จากการหารตัวเลข เช่น 7 หาร 3 เหลือเศษ 1 มีประโยชน์มากในการตรวจสอบเลขคู่/คี่, การจัดกลุ่มวนลูป, ดึงค่าเวลาออกจากวันที่, หรือทำ Conditional Formatting แบบสลับสีบรรทัด