Thep Excel

79 functions

RAND คืนค่าตัวเลขสุ่มแบบทศนิยมที่มีค่าตั้งแต่ 0 แต่ไม่ถึง 1 (เช่น 0.5234) เหมาะสำหรับการจำลองสถานการณ์ สุ่มตัวอย่าง หรือใช้สร้างคอลัมน์สำหรับเรียงลำดับข้อมูลแบบสุ่ม (Shuffle) เป็นฟังก์ชันที่ไม่มีอาร์กิวเมนต์

Syntax
=RAND()

RANDARRAY สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขสุ่มระหว่างค่าที่กำหนด สามารถระบุจำนวนแถว คอลัมน์ ช่วงค่า และชนิดข้อมูล (จำนวนเต็มหรือทศนิยม)

Syntax
=RANDARRAY([rows], [columns], [min], [max], [whole_number])

RANDBETWEEN คืนค่าจำนวนเต็มสุ่มที่อยู่ระหว่างค่าต่ำสุดและสูงสุดที่ระบุ ใช้สำหรับจำลองข้อมูล สร้างรหัสสุ่ม หรือเลือกข้อมูลแบบสุ่ม

Syntax
=RANDBETWEEN(bottom, top)

ROMAN ใช้แปลงตัวเลข (1–3999) ให้เป็นเลขโรมันในรูปข้อความ เช่น 10 → "X" และ 2024 → "MMXXIV" โดยสามารถกำหนดรูปแบบ (form) เพื่อให้เป็นแบบคลาสสิกหรือแบบย่อได้

Syntax
=ROMAN(number, [form])

ROUND จะปัดตัวเลขไปยังค่าที่ใกล้เคียงที่สุดตามจำนวนหลักที่ระบุ (num_digits) สามารถปัดทศนิยม (ค่าบวก), ปัดเป็นจำนวนเต็ม (0), หรือปัดหลักสิบ หลักร้อย (ค่าลบ) ได้ เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในการสรุปตัวเลข

Syntax
=ROUND(number, num_digits)

ROUNDDOWN จะปัดตัวเลขลงเข้าหาศูนย์เสมอ (ลดค่าสัมบูรณ์ลง) ตามจำนวนหลักที่กำหนด (num_digits) ให้ผลลัพธ์คล้ายกับ TRUNC สำหรับจำนวนเต็มบวก แต่สามารถระบุหลักทศนิยมหรือหลักหน่วย/สิบ/ร้อยได้

Syntax
=ROUNDDOWN(number, num_digits)

ROUNDUP จะปัดตัวเลขขึ้นเสมอ 1 ค่าในหลักที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าเศษข้างหลังจะเป็นเลขอะไร (ต่างจาก ROUND ปกติที่ต้องดูว่า >=5 หรือไม่) สามารถระบุจำนวนหลักทศนิยม (num_digits) เป็นบวกเพื่อปัดทศนิยม หรือเป็นลบเพื่อปัดหลักหน่วย/หลักสิบ/หลักร้อยได้

Syntax
=ROUNDUP(number, num_digits)

ฟังก์ชัน SECH ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Hyperbolic Secant ของมุม โดยค่า Hyperbolic Secant (sech) คือส่วนกลับของ Hyperbolic Cosine ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ระดับสูงและวิศวกรรม.

Syntax
=SECH(number)

SEQUENCE สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขเรียงลำดับตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถสร้างได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือเป็นตาราง 2 มิติ เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ผลลัพธ์จะ Spill ไปยังเซลล์ข้างเคียงโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้าง Running Number, ตารางสูตรคูณ, หรือวันที่เรียงต่อเนื่อง

Syntax
=SEQUENCE(rows, [columns], [start], [step])

SERIESSUM คำนวณผลรวมของอนุกรมกำลัง (Power Series) โดยใช้ค่า x กำลังต่างๆ กับสัมประสิทธิ์ ใช้ในการประมาณค่า sine, cosine, exponential และอื่นๆ

Syntax
=SERIESSUM(x, n, m, coefficients)

ฟังก์ชัน SIN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Sine ของมุมที่ระบุ โดยมุมจะต้องอยู่ในหน่วยเรเดียน เป็นฟังก์ชันตรีโกณมิติพื้นฐานที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์.

Syntax
=SIN(number)

ฟังก์ชัน SINH ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Hyperbolic Sine ของมุม โดยค่า Hyperbolic Sine (sinh) คือฟังก์ชันที่คล้ายกับฟังก์ชัน Sine แต่ถูกกำหนดโดยใช้ไฮเพอร์โบลาแทนวงกลม เหมาะสำหรับใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ระดับสูงและวิศวกรรม.

Syntax
=SINH(number)

SUM รวมเฉพาะข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) เท่านั้น ไม่สนใจข้อความและค่า Logic ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะรวมข้อมูลผิดถ้ามีข้อความปนอยู่ในช่วง รองรับสูงสุด 255 พารามิเตอร์ และอัปเดตอัตโนมัติเมื่อข้อมูลเปลี่ยน เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในงาน Excel

Syntax
=SUM(number1, [number2], ...)

SUMIF จะทำการบวกตัวเลขในเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุ (1 เงื่อนไข) โดยสามารถตรวจสอบเงื่อนไขจากช่วงข้อมูลหนึ่ง (range) แล้วไปบวกตัวเลขในอีกช่วงข้อมูลหนึ่ง (sum_range) ได้ หรือจะตรวจสอบและบวกในช่วงเดียวกันก็ได้ ที่เจ๋งคือมันทำงานได้เร็วกว่า SUMPRODUCT หรือ Array Formula มาก เลยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการรวมค่าแบบมีเงื่อนไขครับ

Syntax
=SUMIF(range, criteria, [sum_range])

SUMIFS บวกค่าจาก sum_range เฉพาะแถวที่ตรงตามเงื่อนไขทุกข้อพร้อมกัน (AND logic) รองรับได้สูงสุด 127 คู่เงื่อนไข สามารถใช้ comparison operators (>, =, <=, ), wildcard characters (*, ?), และ cell references ใน criteria ได้ เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ multi-dimensional filtering เช่น รายงานยอดขายตามภูมิภาค ช่วงเวลา และสถานะพร้อมกัน โดยไม่ต้องใช้ helper columns หรือฟังก์ชันซ้อนซับซ้อน

Syntax
=SUMIFS(sum_range, criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

SUMX2MY2 คำนวณผลรวมของผลต่างกำลังสอง (x² – y²) จากสองช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบสถิติและวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างข้อมูลคู่

Syntax
=SUMX2MY2(array_x, array_y)

ฟังก์ชัน TAN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Tangent ของมุมที่ระบุ โดยมุมจะต้องอยู่ในหน่วยเรเดียน เป็นฟังก์ชันตรีโกณมิติพื้นฐานที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรม

Syntax
=TAN(number)

ฟังก์ชัน TANH ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Hyperbolic Tangent ของจำนวนจริง โดยค่า Hyperbolic Tangent (tanh) คือฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันตรีโกณมิติ แต่ถูกกำหนดโดยใช้ไฮเพอร์โบลา เหมาะสำหรับใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ระดับสูง.

Syntax
=TANH(number)