ACOS คือฟังก์ชันตรีโกณมิติที่ใช้หาค่ามุม (เป็นเรเดียน) จากค่า Cosine ของมุมนั้น เหมือนกับการถามว่า ‘มุมไหนมี Cosine เท่านี้’
=ACOS(number)
=ACOS(number)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number | Number | Yes | ค่า Cosine ของมุมที่ต้องการหา ต้องอยู่ระหว่าง -1 ถึง 1 (รวมค่าตรงนี้ด้วย) |
ใช้ในงานวิศวกรรมหรือคณิตศาสตร์เพื่อหามุมภายในของรูปสามเหลี่ยมเมื่อทราบความยาวด้าน
ACOS(0.5)=ACOS(0.5)
1.047197551 (เรเดียน)
DEGREES(ACOS(0.5))=DEGREES(ACOS(0.5))
60
DEGREES(ACOS(-0.5))=DEGREES(ACOS(-0.5))
120
DEGREES(ACOS(3/5))=DEGREES(ACOS(3/5))
53.13010235
COS คือถามว่า ‘มุม 60 องศา มี Cosine เท่าไหร่’ ได้ 0.5 แต่ ACOS ถามว่า ‘ค่า Cosine 0.5 มาจากมุมอะไร’ ได้ 60 องศา แบบย้อนกลับสิครับ
เพราะค่า number ต้องอยู่ระหว่าง -1 ถึง 1 เท่านั้น ค่า Cosine ของมุมไหนๆก็ไม่เกินช่วงนี้ ถ้าใส่ 1.5 หรือ -2 ก็จะขึ้น Error
ผมแนะนำให้ใช้เรเดียนในการคำนวณด้านในเพื่อความแม่นยำ แต่ถ้าต้องแสดงผล ให้ใช้ DEGREES หรือคูณด้วย 180/PI() ก็ได้
ACOS(1) = 0 (มุม 0 องศา มี Cosine = 1) และ ACOS(-1) = 3.14159… = PI (มุม 180 องศา มี Cosine = -1)
ACOS ทำงานง่ายมากครับ ให้ค่า Cosine ของมุมตั้งแต่ -1 ถึง 1 มันจะบอกคุณว่ามุมนั้นคือเท่าไหร่ (มีหน่วยเป็นเรเดียน) ความสัมพันธ์นี้เป็นส่วนกลับของฟังก์ชัน COS ซึ่งถ้าคุณใช้ COS(มุม) จะได้ค่า Cosine ส่วน ACOS(ค่า Cosine) จะได้มุมกลับ
ที่เจ๋งคือมันมีประโยชน์มากในการคำนวณเรขาคณิต ถ้าคุณรู้ว่าด้านประชิด (adjacent) และด้านตรงข้ามมุมฉาก (hypotenuse) ของสามเหลี่ยม คุณสามารถหามุมออกมาได้ทันทีโดยใช้ ACOS(adjacent/hypotenuse) ผลลัพธ์จะเป็นเรเดียน แต่สามารถแปลงเป็นองศาได้ด้วยฟังก์ชัน DEGREES
ส่วนตัวผมเห็นว่า ACOS ใช้บ่อยในงานที่เกี่ยวกับสถาปัตยกรรม ก่อสร้าง หรือวิศวกรรม เพราะงานเหล่านี้ต้องหามุมจากการวัดระยะ ค่อนข้างสะดวกเลย