Thep Excel

GAMMA.DIST – หาค่าการแจกแจงแบบ Gamma

GAMMA.DIST คำนวณความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma โดยรับค่า x, alpha, beta และการเลือกระหว่าง PDF (probability density function) หรือ CDF (cumulative distribution function)

=GAMMA.DIST(x, alpha, beta, cumulative)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
5/10

Difficulty
4/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=GAMMA.DIST(x, alpha, beta, cumulative)

Argument Type Required Default Description
x Number Yes ค่าที่ต้องการประเมินการแจกแจง ต้องเป็นค่าบวก (x > 0)
alpha Number Yes พารามิเตอร์ shape ของการแจกแจง Gamma ควบคุมรูปร่างของเส้นโค้ง ต้องมากกว่า 0 (alpha > 0)
beta Number Yes พารามิเตอร์ scale ของการแจกแจง Gamma ควบคุมความกว้างของการกระจาย เมื่อ beta = 1 จะได้ standard gamma distribution ต้องมากกว่า 0 (beta > 0)
cumulative Boolean Yes TRUE = CDF (cumulative distribution function) ความน่าจะเป็นสะสมจาก 0 ถึง x, FALSE = PDF (probability density function) ความหนาแน่นความน่าจะเป็นที่จุด x

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน: หาความน่าจะเป็นสะสม (CDF)
GAMMA.DIST(10, 9, 2, TRUE)
หาความน่าจะเป็นสะสม ที่ค่า x=10 ในการแจกแจง Gamma โดยมี alpha=9 (shape) และ beta=2 (scale) ผลลัพธ์ 0.9857 หมายความว่า มีโอกาส 98.57% ที่ค่าจะน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10
Excel Formula:

=GAMMA.DIST(10, 9, 2, TRUE)

Result:

0.9857

ตัวอย่างพื้นฐาน: หาความหนาแน่นความน่าจะเป็น (PDF)
GAMMA.DIST(10, 9, 2, FALSE)
หาค่าความหนาแน่นของความน่าจะเป็น ณ จุด x=10 ผลลัพธ์ 0.0151 บอกว่า 'ความสูง' ของเส้นโค้งความน่าจะเป็นที่ x=10 มีค่า 0.0151 (ใช้เพื่อศึกษารูปแบบการกระจาย)
Excel Formula:

=GAMMA.DIST(10, 9, 2, FALSE)

Result:

0.0151

กรณีการใช้งาน: วิเคราะห์เวลาเดินทาง
ถ้า A2 = 15 (นาที), A3 = 5 (shape), A4 = 3 (scale) =GAMMA.DIST(A2, A3, A4, TRUE)
ใช้วิเคราะห์เวลาเดินทาง หากค่า shape=5 และ scale=3 นาที ผลลัพธ์ 0.7579 หมายว่า มีโอกาส 75.79% ที่เดินทางใช้เวลาน้อยกว่า 15 นาที ช่วยในการวางแผนขนส่ง
Excel Formula:

ถ้า A2 = 15 (นาที), A3 = 5 (shape), A4 = 3 (scale)
=GAMMA.DIST(A2, A3, A4, TRUE)

Result:

0.7579

FAQs

GAMMA.DIST กับ GAMMADIST ต่างกันอย่างไร?

GAMMA.DIST เป็นรุ่นใหม่ของ GAMMADIST (relic function) ทั้งสองให้ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่ GAMMA.DIST เป็น standard function ที่ต้องใช้ในเวอร์ชันใหม่

เมื่อไหร่ต้องใช้ CDF และเมื่อไหร่ใช้ PDF?

ใช้ CDF (cumulative=TRUE) เมื่อต้องการหาความน่าจะเป็น ‘น้อยกว่าหรือเท่ากับ’ ค่านั้น เช่น ‘มีกี่เปอร์เซ็นต์ที่เดินทางใช้เวลาน้อยกว่า 15 นาที’ ใช้ PDF (cumulative=FALSE) เมื่อต้องการศึกษารูปแบบการกระจายหรือค่า probability density ที่จุดใดจุดหนึ่ง

ค่า alpha และ beta มีความสำคัญอย่างไร?

alpha (shape) ควบคุมรูปร่างของเส้นโค้ง: alpha น้อย = เบ้มาก, alpha มากขึ้น = ใกล้ปกติมากขึ้น; beta (scale) ควบคุมหน่วยวัด: beta มากขึ้น = ข้อมูลกระจายกว้างขึ้น

จะเกิดอะไรถ้า x = 0 หรือค่าติดลบ?

ฟังก์ชันจะ return #NUM! error เพราะการแจกแจง Gamma ไม่นิยามสำหรับค่า x ≤ 0

Resources & Related

Additional Notes

ฟังก์ชัน GAMMA.DIST ใช้สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติเมื่อต้องการเข้าใจการกระจายตัวของข้อมูลที่ไม่ปกติ (skewed data) เช่น การวิเคราะห์เวลารอคอยในระบบ หรือการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร

ฟังก์ชันนี้ใช้สอง mode: mode สะสม (CDF) บอกความน่าจะเป็นสะสมจากจุด 0 ถึง x สำหรับการหาความน่าจะเป็นในช่วง และ mode ความหนาแน่น (PDF) บอกความสูงของเส้นโค้งความน่าจะเป็นตรงจุด x สำหรับการวิเคราะห์รูปแบบการกระจาย

ที่เจ๋งคือ GAMMA.DIST ใช้พารามิเตอร์ alpha (shape) และ beta (scale) ซึ่งช่วยให้ปรับรูปแบบการแจกแจงได้หลากหลาย เมื่อ alpha เพิ่มขึ้น การแจกแจงจะสมมาตรมากขึ้น เมื่อ beta เพิ่มขึ้น ข้อมูลจะกระจายตัวกว้างขึ้น

ส่วนตัวผม ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์จริงในการวิเคราะห์ข้อมูล operational เช่น เวลาเดินรถถึงลูกค้า, ระยะเวลากระบวนการผลิต หรือแม้แต่การวิเคราะห์ข้อมูลการรักษาพยาบาล 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *