PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย
=PRICE(settlement, maturity, rate, yld, redemption, frequency, [basis])
=PRICE(settlement, maturity, rate, yld, redemption, frequency, [basis])
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| settlement | Date | Yes | วันที่ซื้อพันธบัตร (วันที่สินทรัพย์ถูกโอนให้ผู้ซื้อ) | |
| maturity | Date | Yes | วันที่พันธบัตรครบกำหนด (วันที่ผู้ออกจ่ายเงินคืน) | |
| rate | Number (Percentage) | Yes | อัตราดอกเบี้ยประจำปี (Coupon Rate) ของพันธบัตร เป็นเปอร์เซ็นต์เช่น 0.05 หรือ 5% | |
| yld | Number (Percentage) | Yes | ผลตอบแทนประจำปีที่นักลงทุนต้องการ (Annual Yield) เป็นเปอร์เซ็นต์ | |
| redemption | Number | Yes | มูลค่าไถ่ถอน (Redemption Value) ต่อ 100 บาท มูลค่าหน้า ปกติ = 100 | |
| frequency | Number | Yes | จำนวนครั้งที่จ่ายดอกเบี้ยต่อปี: 1 = ปีละครั้ง, 2 = ปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี), 4 = ไตรมาส | |
| basis | Number | Optional | 0 | วิธีการนับวัน (0-4): 0=US 30/360, 1=Actual/actual, 2=Actual/360, 3=Actual/365, 4=European 30/360 |
PRICE(DATE(2008,2,15), DATE(2017,11,15), 0.0575, 0.065, 100, 2)=PRICE(DATE(2008,2,15), DATE(2017,11,15), 0.0575, 0.065, 100, 2)
94.6333
PRICE(TODAY(), DATE(2035,12,31), 0.04, 0.05, 100, 2)=PRICE(TODAY(), DATE(2035,12,31), 0.04, 0.05, 100, 2)
ประมาณ 92-98 (ขึ้นอยู่กับวันปัจจุบัน)
PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2029,12,31), 0.08, 0.06, 100, 4)=PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2029,12,31), 0.08, 0.06, 100, 4)
ประมาณ 107-110
PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.05, 100, 2) vs =PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.07, 100, 2)=PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.05, 100, 2) vs =PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.07, 100, 2)
100 vs ประมาณ 96
PRICE ใช้กับพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด (Coupon Bond) ส่วน PRICEDISC ใช้กับพันธบัตรลดราคา (Discount Bond) ที่ซื้อต่ำกว่ามูลค่าหน้า แล้วจ่ายเต็มมูลค่าเมื่อครบกำหนด
เพราะผลตอบแทนสูงขึ้นหมายความว่าตลาดรู้สึกเสี่ยงมากขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ราคาจึงต้องลดลงเพื่อให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับความเสี่ยง ตัวอย่าง: ถ้าคุณต้องการผลตอบแทน 10% แต่พันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยเพียง 5% คุณต้องซื้อด้วยราคาต่ำเพื่อชดเชยผลต่างนั้น
ใช่ Settlement คือวันที่คุณซื้อพันธบัตร ส่วน Maturity คือวันครบกำหนดที่ผู้ออกจ่ายเงินคืน ระยะเวลาระหว่างสองวันนี้มีผลต่อจำนวนวันเบี้ยที่ได้รับ ดังนั้นต้องแยกให้ชัดเจน
ใช้ได้กับพันธบัตรแบบดั้งเดิมที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เฉพาะ แต่ไม่ใช้กับพันธบัตร Zero Coupon (ไม่มีดอกเบี้ยงวด) หรือสินทรัพย์พิเศษ ต้องใช้สูตรอื่นแทน
Basis คือวิธีการนับวัน ประเทศต่างๆ ใช้วิธีต่างกัน เช่น สหรัฐใช้ 30/360 (ถือว่าเดือนหมด 30 วัน) อังกฤษใช้ Actual/Actual (นับวันจริง) การเลือก Basis ที่ถูกต้องจะทำให้ผลลัพธ์แม่นยำตามมาตรฐานประเทศ
ฟังก์ชัน PRICE ใช้คำนวณราคาของพันธบัตร (Bond Price) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ เมื่อคุณต้องการรู้ว่าพันธบัตรควรมีราคาเท่าไรในปัจจุบัน
ที่เจ๋งคือ PRICE จะพิจารณาหลายปัจจัย คือ ระยะเวลาจนถึงครบกำหนด อัตราดอกเบี้ยที่พันธบัตรจ่ายให้ และผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการ ถ้าผลตอบแทนสูงขึ้น ราคาจะลดลง เพราะเสี่ยงมากขึ้น ถ้าผลตอบแทนลดลง ราคาจะเพิ่มขึ้น เพราะเสี่ยงน้อยลง
ส่วนตัวผม ฟังก์ชัน PRICE มีประโยชน์มากสำหรับนักลงทุน นักวิเคราะห์ทางการเงิน และแผนกบัญชี ที่ต้องการประเมินมูลค่าพันธบัตรอย่างแม่นยำ 😎