Thep Excel

PRICE – คำนวณราคาพันธบัตร

PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย

=PRICE(settlement, maturity, rate, yld, redemption, frequency, [basis])

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
4/10

Difficulty
6/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=PRICE(settlement, maturity, rate, yld, redemption, frequency, [basis])

Argument Type Required Default Description
settlement Date Yes วันที่ซื้อพันธบัตร (วันที่สินทรัพย์ถูกโอนให้ผู้ซื้อ)
maturity Date Yes วันที่พันธบัตรครบกำหนด (วันที่ผู้ออกจ่ายเงินคืน)
rate Number (Percentage) Yes อัตราดอกเบี้ยประจำปี (Coupon Rate) ของพันธบัตร เป็นเปอร์เซ็นต์เช่น 0.05 หรือ 5%
yld Number (Percentage) Yes ผลตอบแทนประจำปีที่นักลงทุนต้องการ (Annual Yield) เป็นเปอร์เซ็นต์
redemption Number Yes มูลค่าไถ่ถอน (Redemption Value) ต่อ 100 บาท มูลค่าหน้า ปกติ = 100
frequency Number Yes จำนวนครั้งที่จ่ายดอกเบี้ยต่อปี: 1 = ปีละครั้ง, 2 = ปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี), 4 = ไตรมาส
basis Number Optional 0 วิธีการนับวัน (0-4): 0=US 30/360, 1=Actual/actual, 2=Actual/360, 3=Actual/365, 4=European 30/360

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน – พันธบัตรแบบมาตรฐาน
PRICE(DATE(2008,2,15), DATE(2017,11,15), 0.0575, 0.065, 100, 2)
พันธบัตรซื้อในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2008 ครบกำหนด 15 พฤศจิกายน 2017 อัตราดอกเบี้ย 5.75% ผลตอบแทนที่ต้องการ 6.5% จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง (ครึ่งปี) ผลลัพธ์คือ ราคาพันธบัตรควรเป็น 94.63 บาท ต่อมูลค่า 100 บาท
Excel Formula:

=PRICE(DATE(2008,2,15), DATE(2017,11,15), 0.0575, 0.065, 100, 2)

Result:

94.6333

ตัวอย่างจริง – พันธบัตรระยะยาว
PRICE(TODAY(), DATE(2035,12,31), 0.04, 0.05, 100, 2)
พันธบัตรจะครบกำหนดในวันสิ้นปี 2035 อัตราดอกเบี้ย 4% แต่ตลาดต้องการผลตอบแทน 5% (สูงกว่า) จึงทำให้ราคาลดลงต่ำกว่า 100 บาท เพราะตลาดรู้ว่าจะได้รับเงินดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ต้องการ
Excel Formula:

=PRICE(TODAY(), DATE(2035,12,31), 0.04, 0.05, 100, 2)

Result:

ประมาณ 92-98 (ขึ้นอยู่กับวันปัจจุบัน)

ตัวอย่างขั้นสูง – พันธบัตรดอกเบี้ยสูง
PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2029,12,31), 0.08, 0.06, 100, 4)
พันธบัตรมีอัตราดอกเบี้ยสูง 8% แต่ตลาดต้องการผลตอบแทนเพียง 6% (ต่ำกว่า) ดังนั้นราคาจะสูงกว่า 100 บาท เพราะผู้ซื้อเต็มใจจ่ายราคาแพงเพื่อได้ดอกเบี้ยที่มากขึ้น จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน (frequency=4)
Excel Formula:

=PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2029,12,31), 0.08, 0.06, 100, 4)

Result:

ประมาณ 107-110

ตัวอย่างเปรียบเทียบ – ผลกระทบของผลตอบแทน
PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.05, 100, 2) vs =PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.07, 100, 2)
เมื่อผลตอบแทนตลาดเท่ากับอัตราดอกเบี้ย (5% = 5%) ราคาจะเท่ากับ 100 บาท แต่เมื่อผลตอบแทนสูงขึ้นเป็น 7% ราคาจะลดลง นี่คือหลักการพื้นฐาน: ราคาพันธบัตรและผลตอบแทนมีความสัมพันธ์แบบผกผัน
Excel Formula:

=PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.05, 100, 2) vs =PRICE(DATE(2024,1,1), DATE(2026,12,31), 0.05, 0.07, 100, 2)

Result:

100 vs ประมาณ 96

FAQs

PRICE และ PRICEDISC ต่างกันอย่างไร?

PRICE ใช้กับพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด (Coupon Bond) ส่วน PRICEDISC ใช้กับพันธบัตรลดราคา (Discount Bond) ที่ซื้อต่ำกว่ามูลค่าหน้า แล้วจ่ายเต็มมูลค่าเมื่อครบกำหนด

ทำไมผลตอบแทน (Yield) สูงขึ้น ราคาพันธบัตรจึงลดลง?

เพราะผลตอบแทนสูงขึ้นหมายความว่าตลาดรู้สึกเสี่ยงมากขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ราคาจึงต้องลดลงเพื่อให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับความเสี่ยง ตัวอย่าง: ถ้าคุณต้องการผลตอบแทน 10% แต่พันธบัตรจ่ายดอกเบี้ยเพียง 5% คุณต้องซื้อด้วยราคาต่ำเพื่อชดเชยผลต่างนั้น

วันทั้งสองวันที่ปะปนสูตร (Settlement vs Maturity) คำนวณแตกต่างกันหรือ?

ใช่ Settlement คือวันที่คุณซื้อพันธบัตร ส่วน Maturity คือวันครบกำหนดที่ผู้ออกจ่ายเงินคืน ระยะเวลาระหว่างสองวันนี้มีผลต่อจำนวนวันเบี้ยที่ได้รับ ดังนั้นต้องแยกให้ชัดเจน

PRICE ใช้ได้กับพันธบัตรทั้งหมดหรือ?

ใช้ได้กับพันธบัตรแบบดั้งเดิมที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เฉพาะ แต่ไม่ใช้กับพันธบัตร Zero Coupon (ไม่มีดอกเบี้ยงวด) หรือสินทรัพย์พิเศษ ต้องใช้สูตรอื่นแทน

Basis คืออะไร ทำไมต้องใช้?

Basis คือวิธีการนับวัน ประเทศต่างๆ ใช้วิธีต่างกัน เช่น สหรัฐใช้ 30/360 (ถือว่าเดือนหมด 30 วัน) อังกฤษใช้ Actual/Actual (นับวันจริง) การเลือก Basis ที่ถูกต้องจะทำให้ผลลัพธ์แม่นยำตามมาตรฐานประเทศ

Resources & Related

Related functions

Additional Notes

ฟังก์ชัน PRICE ใช้คำนวณราคาของพันธบัตร (Bond Price) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ เมื่อคุณต้องการรู้ว่าพันธบัตรควรมีราคาเท่าไรในปัจจุบัน

ที่เจ๋งคือ PRICE จะพิจารณาหลายปัจจัย คือ ระยะเวลาจนถึงครบกำหนด อัตราดอกเบี้ยที่พันธบัตรจ่ายให้ และผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการ ถ้าผลตอบแทนสูงขึ้น ราคาจะลดลง เพราะเสี่ยงมากขึ้น ถ้าผลตอบแทนลดลง ราคาจะเพิ่มขึ้น เพราะเสี่ยงน้อยลง

ส่วนตัวผม ฟังก์ชัน PRICE มีประโยชน์มากสำหรับนักลงทุน นักวิเคราะห์ทางการเงิน และแผนกบัญชี ที่ต้องการประเมินมูลค่าพันธบัตรอย่างแม่นยำ 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *