Thep Excel

VARPA – คำนวณความแปรปรวนประชากร รวมข้อความและค่าตรรกะ

VARPA คำนวณความแปรปรวน (Variance) ของประชากรทั้งหมด โดยรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย นั่นคือข้อความจะนับเป็น 0 TRUE เป็น 1 FALSE เป็น 0

=VARPA(value1, [value2], ...)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
5/10

Difficulty
4/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=VARPA(value1, [value2], ...)

Argument Type Required Default Description
value1 Any Yes ค่าแรกหรือช่วงที่มีข้อมูล สามารถเป็นตัวเลข ข้อความ หรือค่าตรรกะ
value2 Any Optional ค่าเพิ่มเติม (สามารถใส่ได้สูงสุด 255 ค่า)

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน: คำนวณความแปรปรวนจำนวนเรียน
VARPA(A2:A6)
สมมติ A2:A6 มีค่า 15, 18, 22, 20, 25 ตัวเลขทั้งหมด VARPA จะคำนวณความแปรปรวนของประชากรแบบปกติ (เหมือน VAR.P)
Excel Formula:

=VARPA(A2:A6)

Result:

10.64

ตัวอย่างประยุกต์: ข้อมูลเซ็นเซอร์ที่มีข้อความแสดงข้อผิดพลาด
VARPA(B2:B10)
สมมติ B2:B10 มีค่า 100, 102, "Error", 98, 101, 99, "Error", 103, 97 VARPA จะนับข้อความ "Error" เป็น 0 ซึ่งทำให้ความแปรปรวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้ VAR.P (ที่จะข้าม Error ไป)
Excel Formula:

=VARPA(B2:B10)

Result:

156.32

ตัวอย่างเปรียบเทียบ: VARPA vs VAR.P กับข้อมูลที่มีข้อความ
VARPA(C2:C8) vs =VAR.P(C2:C8)
ข้อมูล C2:C8: 10, 12, "NA", 14, 11, 15, 13 VARPA นับ NA เป็น 0 (ทำให้การคำนวณรวม 7 ค่า) VAR.P ข้าม NA (ทำให้การคำนวณรวม 6 ค่า) ผลลัพธ์ต่างกันชัดเจน
Excel Formula:

=VARPA(C2:C8) vs =VAR.P(C2:C8)

Result:

VARPA = 1.22, VAR.P = 0.5

ตัวอย่างขั้นสูง: ข้อมูลที่มี TRUE/FALSE ปนอยู่
VARPA(D2:D8)
ข้อมูล D2:D8: 5, TRUE, 3, FALSE, 7, 4, 6 VARPA นับ TRUE เป็น 1 FALSE เป็น 0 จึงคำนวณความแปรปรวนของค่า 5, 1, 3, 0, 7, 4, 6
Excel Formula:

=VARPA(D2:D8)

Result:

1.81

FAQs

VARPA กับ VARA ต่างกันยังไง?

VARPA ใช้กับประชากรทั้งหมด (Population) ส่วน VARA ใช้กับตัวอย่าง (Sample) สูตรคำนวณต่างกัน ถ้าคุณมีข้อมูลทั้งหมด ใช้ VARPA ถ้ามีแค่ตัวอย่าง ใช้ VARA

VARPA ยังใช้ได้กับ Excel ทุกเวอร์ชั่นไหม?

ได้ครับ VARPA เป็นฟังก์ชันโบราณตั้งแต่ Excel 95 เลย ใช้ได้ทั้ง Excel 2016, 2019, 2021 และ Excel 365

ถ้าข้อมูลว่าง VARPA คำนวณยังไง?

ช่องว่างจะถูกข้าม (Ignore) ไม่นับในการคำนวณ เหมือนกับฟังก์ชันความแปรปรวนอื่นๆ

ทำไมต้องใช้ VARPA แทน VAR.P ล่ะ?

VAR.P ข้ามข้อความไปเลย ถ้าคุณต้องการให้ข้อความนับเป็น 0 ก็ใช้ VARPA มันมีประโยชน์กับข้อมูลที่มีข้อความปนอยู่ เช่น “NA”, “Error”, “Unknown” ซึ่งคุณต้องการให้นับในการวิเคราะห์

Resources & Related

Additional Notes

VARPA เป็นฟังก์ชันวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้หาความแปรปรวนของประชากร (Population Variance).

ที่พิเศษของ VARPA คือมันจัดการกับข้อมูลประเภทต่างๆ ได้ – ถ้าคุณมีข้อความปนอยู่ในข้อมูล VARPA จะนับเป็น 0 หรือถ้ามี TRUE/FALSE จะนับเป็น 1 และ 0 ตามลำดับ ส่วน VAR.P หรือ VARP จะข้ามข้อความไปเลย.

ผมมักใช้ VARPA เวลาที่ข้อมูลของผมมีข้อความปนอยู่และผมต้องการนับเป็นศูนย์ในการคำนวณ เช่น ข้อมูลเซ็นเซอร์ที่บางครั้งส่งข้อความแทนตัวเลข 😎

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *