VAR.S ใช้หาค่าความแปรปรวน (Variance) ของกลุ่มตัวอย่าง เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรใหญ่
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| number1 | Number/Range | ตัวเลขแรกหรือช่วงข้อมูลแรก (อย่างน้อย 2 ค่า) |
| [number2]ไม่บังคับ | Number/Range | ตัวเลขหรือช่วงข้อมูลเพิ่มเติม (สูงสุด 254 argument) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
VAR.S (Sample Variance) เป็นฟังก์ชันทางสถิติที่ใช้วัดการกระจายของข้อมูล โดยคำนวณว่าข้อมูลแตกต่างจากค่าเฉลี่ยมากแค่ไหน
จุดสำคัญคือ VAR.S หารด้วย n-1 (ไม่ใช่ n) เพื่อให้ได้ค่าประมาณที่ดีขึ้นสำหรับประชากรทั้งหมด ซึ่งต่างจาก VAR.P ที่ใช้หารด้วย n สำหรับข้อมูลประชากรทั้งหมด
ใช้ VAR.S เมื่อข้อมูลของคุณเป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด เช่น สำรวจความพึงพอใจจากลูกค้าบางส่วน คะแนนสอบของนักเรียนหลายคน หรือผลตอบแทนหุ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
สมมติว่า A2:A11 มีคะแนนสอบของนักเรียน 10 คน (ข้อมูลตัวอย่าง)
ฟังก์ชันคำนวณว่าคะแนนแตกต่างจากค่าเฉลี่ยเท่าไร โดยใช้สูตร: Σ(x – average)² / (n-1)
ค่า 754.27 หมายความว่าคะแนนมีการกระจายค่อนข้างมาก
ข้อมูล B2:B6 คือ 10, 20, 30, 40, 50
VAR.S ใช้หารด้วย 4 (n-1) ได้ 625/4 = 156.25
VAR.P ใช้หารด้วย 5 (n) ได้ 625/5 = 125
มี 25% ต่างกัน! เลือกฟังก์ชันให้ถูกต้องตามประเภทข้อมูล
C2:C13 มีข้อมูลผลตอบแทนรายเดือน (12 เดือน) ของกองทุน
คำนวณความแปรปรวนแล้วถอดรากที่สอง = ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ค่า 3.12% เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงของการลงทุน ยิ่งสูงยิ่งเสี่ยง
D2:D7 มีค่า: 10, "ไม่รู้", 20, TRUE, 30, 40
VAR.S จะนับเฉพาะตัวเลข: 10, 20, 30, 40 (ข้อความและ TRUE ถูกละเว้น)
ถ้าต้องการนับ TRUE/FALSE ให้ใช้ VARA แทน
VAR.S เป็นฟังก์ชันพื้นฐานใน Excel 2010 ขึ้นไป (รวม Excel 2013, 2016, 2019, 365) ทำงานได้บน Windows, Mac, และ Web
VAR.S = Variance ของตัวอย่าง (หารด้วย n-1) | VAR.P = Variance ของประชากร (หารด้วย n) | STDEV.S = Standard Deviation ตัวอย่าง (= SQRT(VAR.S)) | STDEV.P = Standard Deviation ประชากร (= SQRT(VAR.P))
เพราะข้อมูลเป็นเพียงตัวอย่าง การหารด้วย n-1 ช่วยให้ได้ค่าประมาณที่ดีขึ้นสำหรับความแปรปรวนของประชากรทั้งหมด (Unbiased Estimator)
Error: #DIV/0! เพราะสูตรหารด้วย (n-1) = 0 ต้องมีอย่างน้อย 2 ค่า
ถ้าต้องการค่าในหน่วยเดิม ใช้ STDEV.S (Standard Deviation) ถ้าต้องการค่าการกระจายยกกำลังสองใช้ VAR.S
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ VAR.S จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย
COVARIANCE.S คำนวณความแปรปรวนร่วมของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างชุดข้อมูลสองชุด โดยใช้ตัวหาร n-1 สำหรับการประมาณค่าประชากร
F.TEST ทดสอบว่าสองชุดข้อมูลมีความแปรปรวน (การกระจายตัว) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยคืนค่า P-Value สำหรับการตัดสินใจทางสถิติ
STDEV.P คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด (Population Standard Deviation)
STDEV.S คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร n-1 เพื่อประมาณค่าของประชากรทั้งหมด
VAR.P คำนวณความแปรปรวน (variance) ของประชากรทั้งหมด ต่างจาก VAR.S ที่ใช้สำหรับตัวอย่าง
VARA ใช้คำนวณความแปรปรวน (variance) ของกลุ่มตัวอย่าง โดยจะนับข้อความเป็น 0 และ TRUE เป็น 1 ซึ่งต่างจาก VAR.S ที่จะข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป
VARPA คำนวณความแปรปรวน (Variance) ของประชากรทั้งหมด โดยรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย นั่นคือข้อความจะนับเป็น 0 TRUE เป็น 1 FALSE เป็น 0
ฟังก์ชันที่คำนวณความแปรปรวน (Sample Variance) จากข้อมูลในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุ
VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่