ค้นหาและเรียนรู้ Functions ที่ครอบคลุมสำหรับ Excel, Power Query, DAX, Google Sheets และ Python
| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| BYCOL Logical | =BYCOL(array, lambda)
BYCOL ส่งแต่ละคอลัมน์ทั้งคอลัมน์เข้า LAMBDA แล้ว return ผลลัพธ์เป็น Array แถวเดียว ต่างจาก MAP ที่ส่งทีละเซลล์ และ BYROW ที่ส่งทีละแถว ทำให้สามารถคำนวณ SUM, MAX, AVERAGE ของทุกคอลัมน์พร้อมกันในสูตรเดียว แทนที่จะต้องเขียนสูตรซ้ำหลายครั้ง ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดและทำให้แก้ไข logic ได้ง่ายกว่ามาก เหมาะสำหรับงาน dashboard summary, quality checking และการวิเคราตลัพธ์ทีละคอลัมน์แบบเป็นระบบ
|
9999 | 8 | 6 | 9 |
| LEN Text | =LEN(text)
LEN คืนค่าเป็นตัวเลขจำนวนเต็ม แสดงความยาวของข้อความในเซลล์ มีประโยชน์มากในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) เช่น เช็ครหัสพนักงาน, เบอร์โทรศัพท์, หรือเลขบัตรประชาชน ว่ามีความยาวครบถ้วนหรือไม่
|
2003 | 8 | 1 | 9 |
| NOW Date and Time | =NOW()
NOW คืนค่า Serial Number ที่ประกอบด้วยจำนวนเต็ม (วันที่) และทศนิยม (เวลา) ตามนาฬิกาของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นฟังก์ชัน Volatile ที่จะเปลี่ยนค่าไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ Sheet มีการคำนวณใหม่
|
2003 | 8 | 1 | 9 |
| CONCAT Text | =CONCAT(text1, [text2], ...)
CONCAT รวมข้อความจากหลายเซลล์ หรือช่วงข้อมูลเข้าด้วยกัน โดยไม่มีตัวคั่นอัตโนมัติ ต่างจาก CONCATENATE ที่ต้องระบุทีละเซลล์ CONCAT ใช้ได้กับช่วง Range ทำให้การรวมข้อมูลขนาดใหญ่ง่ายกว่า
|
2019 | 8 | 2 | 10 |
| YEAR Date and Time | =YEAR(serial_number)
YEAR ดึงเลขปี ค.ศ. (4 หลัก เช่น 2025) จากวันที่ที่ระบุ เหมาะใช้จัดกลุ่มข้อมูลรายปี คำนวณอายุ หรือวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงเวลา
|
2003 | 8 | 2 | 8 |
| GETPIVOTDATA Lookup and reference | =GETPIVOTDATA(data_field, pivot_table, [field1, item1, field2, item2], ...)
GETPIVOTDATA ช่วยดึงข้อมูลจาก PivotTable โดยอ้างอิงชื่อฟิลด์และเงื่อนไข แทนที่จะอ้างอิงตำแหน่งเซลล์.เหมาะสำหรับการสร้างรายงานแบบไดนามิกและการวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการความแม่นยำสูง เพราะสูตรจะยังคงทำงานได้ถูกต้องแม้ PivotTable จะเปลี่ยนแปลง 💡
|
2003 | 8 | 5 | 9 |
| RIGHT Text | =RIGHT(text, [num_chars])
RIGHT จะคืนค่าเป็นข้อความ (Text) ที่ถูกตัดมาจากด้านขวาสุดของข้อความต้นฉบับตามจำนวนที่ระบุ ถ้าไม่ระบุจำนวน ฟังก์ชันจะดึงมาเพียง 1 ตัวอักษร.ที่เจ๋งคือสามารถใช้ร่วมกับ LEN หรือ FIND เพื่อตัดข้อความแบบไดนามิกได้ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น Text เสมอ ถ้าต้องการนำไปคำนวณต่อ ต้องแปลงเป็นตัวเลขก่อนครับ
|
2003 | 8 | 2 | 9 |
| TEXT Text | =TEXT(value, format_text)
TEXT ใช้รหัสรูปแบบ (Format Codes) เช่น "dd/mm/yyyy" สำหรับวันที่ หรือ "#,##0.00" สำหรับตัวเลขมีทศนิยม ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นข้อความ (Text) เสมอ ไม่สามารถนำไปคำนวณต่อได้
|
2003 | 8 | 4 | 9 |
| BYROW Logical | =BYROW(array, lambda)
BYROW เป็น LAMBDA Helper Function ที่ประมวลผลข้อมูลทีละแถว โดยส่งแต่ละแถวทั้งหมด (เป็น array) เข้าไปใน LAMBDA แล้ว return ผลลัพธ์เป็นคอลัมน์เดียว ที่เจ๋งคือ BYROW รองรับทั้ง short-form syntax (=BYROW(array, SUM)) สำหรับการ aggregate ง่ายๆ และ custom LAMBDA สำหรับ logic ซับซ้อนที่ต้องตรวจสอบหลายคอลัมน์พร้อมกัน เช่น ตรวจว่านักเรียนผ่านทุกวิชา (MIN>=50) หรือรวมข้อความหลายคอลัมน์ด้วย TEXTJOIN ต่างจาก MAP ที่ทำงานทีละ cell และ BYCOL ที่ทำงานทีละคอลัมน์ BYROW ทำให้คุณเขียน logic ครั้งเดียว แล้วประมวลผลทุกแถวพร้อมกันทันที
|
9999 | 8 | 6 | 9 |
| MONTH Date and Time | =MONTH(serial_number)
MONTH คืนค่าเดือนเป็นตัวเลขจำนวนเต็มระหว่าง 1 (มกราคม) ถึง 12 (ธันวาคม) จากค่า Serial Number ของวันที่ที่ระบุ เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยในการทำรายงานสรุปยอดขายรายเดือน หรือการคำนวณไตรมาส
|
2003 | 8 | 2 | 8 |
| DAYS360 Date and Time | =DAYS360(start_date, end_date, [method])
DAYS360 คำนวณจำนวนวันระหว่างสองวันที่โดยใช้เกณฑ์ปีละ 360 วัน (เดือนละ 30 วัน) เป็นมาตรฐานในงานบัญชีและการเงิน รองรับ 2 วิธีคำนวณ: US (NASD) และ European
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| DATEVALUE Date and Time | =DATEVALUE(date_text)
DATEVALUE แปลงวันที่ที่อยู่ในรูปข้อความให้เป็น serial number ซึ่ง Excel ใช้เก็บวันที่ รองรับรูปแบบวันที่หลากหลาย เหมาะสำหรับแปลงวันที่ที่ Import มาจากระบบอื่น
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| HOUR Date and Time | =HOUR(serial_number)
HOUR ดึงค่าชั่วโมง (0-23) จากค่าเวลา ใช้ร่วมกับ MINUTE และ SECOND เพื่อแยกส่วนประกอบของเวลา มีประโยชน์ในการวิเคราะห์และคำนวณเวลา
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| ROUNDUP Math and trigonometry | =ROUNDUP(number, num_digits)
ROUNDUP จะปัดตัวเลขขึ้นเสมอ 1 ค่าในหลักที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าเศษข้างหลังจะเป็นเลขอะไร (ต่างจาก ROUND ปกติที่ต้องดูว่า >=5 หรือไม่) สามารถระบุจำนวนหลักทศนิยม (num_digits) เป็นบวกเพื่อปัดทศนิยม หรือเป็นลบเพื่อปัดหลักหน่วย/หลักสิบ/หลักร้อยได้
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| TEXTBEFORE Text | =TEXTBEFORE(text, delimiter, [instance_num], [match_mode], [match_end], [if_not_found])
TEXTBEFORE ดึงข้อความก่อนหน้าตัวคั่นที่ระบุ รองรับการเลือกลำดับตัวคั่น (instance_num) การค้นหาแบบ case-insensitive (match_mode) และค่า default เมื่อไม่พบ (if_not_found) ทำให้แยกข้อมูลได้ง่ายกว่า LEFT+FIND ใช้คู่กับ TEXTAFTER TEXTSPLIT
|
9999 | 7 | 4 | 8 |
| LARGE Statistical | =LARGE(array, k)
LARGE คืนค่าตัวเลขที่มากที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MAX ถ้า k=n จะได้ค่าที่น้อยที่สุด (MIN) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Top N ออกมาวิเคราะห์
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| ABS Math and trigonometry | =ABS(number)
ABS คืนค่าสัมบูรณ์ของตัวเลขที่ระบุ คือการตัดเครื่องหมายลบ (-) ออก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นค่าบวกหรือศูนย์เสมอ มีประโยชน์มากในการหาผลต่างระหว่างสองค่าโดยไม่สนใจว่าตัวไหนมากกว่า
|
2003 | 7 | 1 | 7 |
| NETWORKDAYS Date and Time | =NETWORKDAYS(start_date, end_date, [holidays])
NETWORKDAYS นับจำนวนวันทำงานทั้งหมด (ไม่นับเสาร์-อาทิตย์) ระหว่างวันที่สองวัน และสามารถหักวันหยุดนักขัตฤกษ์ออกได้ เหมาะสำหรับคำนวณระยะเวลาโปรเจกต์, ลาของพนักงาน, หรือเดือนวันทำงาน
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| PROPER Text | =PROPER(text)
PROPER แปลงตัวอักษรแรกของแต่ละคำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ (Title Case) และแปลงตัวอักษรที่เหลือเป็นตัวพิมพ์เล็ก เหมาะสำหรับจัดรูปแบบชื่อคน ชื่อสถานที่ ใช้ร่วมกับ UPPER LOWER TRIM เพื่อทำความสะอาดข้อมูล
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| LOOKUP Lookup and reference | =LOOKUP(lookup_value, lookup_vector, [result_vector])
LOOKUP ค้นหาค่าในช่วงข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว (ascending) และคืนค่าจากตำแหน่งเดียวกันในอีกช่วงหนึ่ง มีเทคนิคพิเศษคือหาค่าสุดท้ายที่ไม่ว่าง แนะนำใช้ XLOOKUP แทนสำหรับ Excel 365
|
2003 | 7 | 4 | 8 |
| ROUNDDOWN Math and trigonometry | =ROUNDDOWN(number, num_digits)
ROUNDDOWN จะปัดตัวเลขลงเข้าหาศูนย์เสมอ (ลดค่าสัมบูรณ์ลง) ตามจำนวนหลักที่กำหนด (num_digits) ให้ผลลัพธ์คล้ายกับ TRUNC สำหรับจำนวนเต็มบวก แต่สามารถระบุหลักทศนิยมหรือหลักหน่วย/สิบ/ร้อยได้
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| INDIRECT Lookup and reference | =INDIRECT(ref_text, [a1])
INDIRECT แปลงข้อความเป็นการอ้างอิงเซลล์จริง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเซลล์ได้ไดนามิกโดยใช้ตัวเลขหรือชื่อเซลล์
|
2003 | 7 | 6 | 8 |
| WEEKNUM Date and Time | =WEEKNUM(serial_number, [return_type])
WEEKNUM คืนค่าหมายเลขสัปดาห์ของปี (1-54) นับจากวันที่ 1 ม.ค. เป็นสัปดาห์ที่ 1 รองรับการเลือกวันเริ่มต้นสัปดาห์ด้วย return_type ใช้จัดกลุ่มข้อมูลตามสัปดาห์หรือสร้างรายงานรายสัปดาห์
|
2003 | 7 | 2 | 7 |
| SECOND Date and Time | =SECOND(serial_number)
SECOND ดึงค่าวินาที (0-59) จากค่าเวลา ใช้ร่วมกับ HOUR และ MINUTE เพื่อแยกส่วนประกอบของเวลา มีประโยชน์ในการวิเคราะห์และคำนวณเวลา
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| REPT Text | =REPT(text, number_times)
REPT ทำซ้ำข้อความตามจำนวนครั้งที่ระบุ เหมาะสำหรับสร้าง In-cell Bar Chart แสดง Rating ด้วยดาว เติม Padding ให้ข้อความ หรือสร้างเส้นแบ่ง ถ้า number_times เป็นทศนิยมจะถูกตัดเหลือจำนวนเต็ม
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| VALUE Text | =VALUE(text)
VALUE แปลงข้อความที่มีลักษณะเป็นตัวเลขให้เป็นตัวเลขจริงที่คำนวณได้ รองรับรูปแบบตัวเลข วันที่ เวลา เปอร์เซ็นต์ และสกุลเงิน
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| HLOOKUP Lookup and reference | =HLOOKUP(lookup_value, table_array, row_index_num, [range_lookup])
HLOOKUP ค้นหาข้อมูลจากแถวแรกของตาราง แล้วคืนค่าจากแถวที่ระบุ ตรงข้ามกับ VLOOKUP ที่ค้นหาแนวตั้ง เหมาะสำหรับตารางที่หัวข้อมูลเรียงแบบแนวนอน
|
2003 | 7 | 5 | 8 |
| WEEKDAY Date and Time | =WEEKDAY(serial_number, [return_type])
WEEKDAY คืนค่าตัวเลข 1 ถึง 7 ซึ่งแทนวันในสัปดาห์ โดยเราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้วันไหนเป็นวันแรกของสัปดาห์ (return_type) ค่าเริ่มต้นคือ วันอาทิตย์ = 1 แต่ที่นิยมใช้ในไทยมักจะเป็นแบบ วันจันทร์ = 1
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| TOCOL Lookup and reference | =TOCOL(array, [ignore], [scan_by_column])
TOCOL ช่วย "ตบ" ข้อมูลจากตารางหลายมิติให้มาเรียงต่อกันเป็นคอลัมน์เดียว สามารถเลือกวิธีเรียงลำดับได้ว่าจะอ่านจากซ้ายไปขวา (ทีละแถว) หรือบนลงล่าง (ทีละคอลัมน์) และยังมี Option ให้กรองช่องว่างหรือ Error ทิ้งไปโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการเตรียมข้อมูล (Data Preparation)
|
9999 | 7 | 4 | 7 |
| ฟังก์ชัน OFFSET ใน Excel Lookup and reference |
อ้างอิงช่วงข้อมูลที่เลื่อนจากตำแหน่งเริ่มต้น สร้าง dynamic range ได้
|
2003 | 7 | 6 | 8 |
| LOWER Text | =LOWER(text)
LOWER แปลงข้อความทั้งหมดเป็นตัวพิมพ์เล็ก (lowercase) เหมาะสำหรับทำความสะอาดข้อมูลและเปรียบเทียบข้อความโดยไม่สนตัวพิมพ์ เพราะในบางโปรแกรม Case-sensitive จึงต้องแปลงให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| EXACT Text | =EXACT(text1, text2)
EXACT เปรียบเทียบข้อความสองข้อความว่าเหมือนกันทุกประการหรือไม่ โดยสนใจตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (Case-sensitive) คืนค่า TRUE ถ้าเหมือนกัน FALSE ถ้าต่างกัน
|
2003 | 7 | 2 | 7 |
| WORKDAY Date and Time | =WORKDAY(start_date, days, [holidays])
WORKDAY คำนวณวันที่ทำงานที่อยู่ถัดไป/ย้อนหลังจากวันที่เริ่มต้น โดยหักวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) และวันหยุดพิเศษที่ระบุออก
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| TIME Date and Time | =TIME(hour, minute, second)
TIME สร้างค่าเวลา (Time Serial) จากส่วนประกอบ ชั่วโมง นาที และวินาที แตกต่างจาก TIMEVALUE ที่อ่านเวลาจากข้อความ TIME ใช้ตัวเลขแยกจากกัน มีประโยชน์สำหรับการสร้างเวลาแบบไดนามิก
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| TOROW Lookup and reference | =TOROW(array, [ignore], [scan_by_column])
TOROW ช่วยแปลงข้อมูลจากตารางหลายมิติให้มาเรียงต่อกันเป็นแถวเดียว (แนวนอน) สามารถเลือกวิธีเรียงลำดับได้ว่าจะอ่านจากซ้ายไปขวา (ทีละแถว) หรือบนลงล่าง (ทีละคอลัมน์) และเลือกข้ามช่องว่างหรือ Error ได้เหมือน TOCOL
|
2024 | 7 | 4 | 7 |
| RANK.AVG Statistical | =RANK.AVG(number, ref, [order])
RANK.AVG จัดลำดับตัวเลขในช่วงข้อมูล โดยถ้ามีค่าซ้ำกันจะคืนค่าลำดับเฉลี่ย เหมาะสำหรับการจัดอันดับทางสถิติที่ต้องการความเป็นธรรม
|
2010 | 7 | 4 | 7 |
| DROP Lookup and reference | =DROP(array, rows, [columns])
DROP จะตัดข้อมูลออกตามจำนวนที่ระบุ ถ้าใส่เลขบวกจะตัดจากจุดเริ่มต้น (บน/ซ้าย) ทิ้งไป ถ้าใส่เลขลบจะตัดจากจุดสิ้นสุด (ล่าง/ขวา) ทิ้งไป ส่วนที่เหลือจะถูกนำมาแสดงผล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| EOMONTH Date and Time | =EOMONTH(start_date, months)
EOMONTH คืนค่าวันที่วันสุดท้ายของเดือน โดยนับจากวันที่เริ่มต้นไปข้างหน้าหรือย้อนหลังตามจำนวนเดือนที่ระบุ เหมาะสำหรับกำหนดวันครบกำหนดสิ้นเดือน
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| TEXTSPLIT Text | =TEXTSPLIT(text, col_delimiter, [row_delimiter], [ignore_empty], [match_mode], [pad_with])
TEXTSPLIT เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ช่วยแยกข้อความในเซลล์ออกเป็นอาร์เรย์ของค่า (Spill) ตามตัวคั่นที่ระบุ สามารถแยกข้อมูลออกไปทางขวา (คอลัมน์) หรือลงด้านล่าง (แถว) หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน เหมาะสำหรับการจัดการข้อมูลนำเข้าที่รวมกันอยู่ในเซลล์เดียว
|
9999 | 7 | 4 | 8 |
| HYPERLINK Lookup and reference | =HYPERLINK(link_location, [friendly_name])
HYPERLINK สร้างลิงก์ที่คลิกได้ไปยังเว็บไซต์ ไฟล์ เซลล์ใน Sheet อื่น หรืออีเมล สามารถกำหนดข้อความที่แสดงต่างจาก URL จริงได้
|
2003 | 7 | 5 | 9 |
| RANK.EQ Statistical | =RANK.EQ(number, ref, [order])
RANK.EQ จัดลำดับตัวเลขในช่วงข้อมูล โดยถ้ามีค่าซ้ำกันจะคืนค่าลำดับที่ดีที่สุดเหมือนกัน เหมาะสำหรับการจัดอันดับการแข่งขัน ยอดขาย หรือคะแนน
|
2010 | 7 | 4 | 7 |
| SEARCH Text | =SEARCH(find_text, within_text, [start_num])
SEARCH ค้นหาตำแหน่งของคำที่ต้องการในข้อความหลัก ถ้าเจอคืนตัวเลขตำแหน่งที่พบ ถ้าไม่เจอคืน #VALUE! ต่างจาก FIND ตรงที่ไม่แยกแยะตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (A=a) และใช้ wildcard (* กับ ?) ค้นหาแบบมีรูปแบบได้ เอาไปต่อกับ ISNUMBER ก็กลายเป็นสูตรเช็คว่าเซลล์มีคำนี้อยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันบ่อยที่สุดในงานจัดหมวดหมู่หรือกรองข้อมูลจากคำสำคัญ
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| ADDRESS Lookup and reference | =ADDRESS(row_num, column_num, [abs_num], [a1], [sheet_text])
ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute Mixed Relative และสไตล์ R1C1 มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference
|
2003 | 7 | 5 | 8 |
| EXPAND Lookup and reference | =EXPAND(array, rows, [columns], [pad_with])
EXPAND ใช้ขยายขนาดของตารางข้อมูลให้ใหญ่ขึ้นตามจำนวนแถวหรือคอลัมน์ที่ระบุ หากตารางเดิมมีขนาดเล็กกว่า ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจะแสดงค่าเป็น #N/A (ค่าเริ่มต้น) หรือค่าที่เรากำหนดเองได้ (pad_with) มีประโยชน์มากในการปรับขนาดข้อมูลให้เท่ากันก่อนนำไปรวมด้วย VSTACK หรือ HSTACK
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| UPPER Text | =UPPER(text)
UPPER เปลี่ยนข้อความให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (เช่น "excel" -> "EXCEL") มักใช้ในการจัดรูปแบบข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนนำไปเปรียบเทียบหรือค้นหา (Lookup)
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| WRAPCOLS Lookup and reference | =WRAPCOLS(vector, wrap_count, [pad_with])
WRAPCOLS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากบนลงล่างในแต่ละคอลัมน์ เมื่อครบ wrap_count แถวจะขึ้นคอลัมน์ใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPROWS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| VSTACK Lookup and reference | =VSTACK(array1, [array2], ...)
VSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวตั้ง (ต่อท้ายลงไปด้านล่าง) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนคอลัมน์ไม่เท่ากัน VSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| FORMULATEXT Lookup and reference | =FORMULATEXT(reference)
FORMULATEXT ดึงสูตรจากเซลล์มาแสดงเป็นข้อความ ใช้สำหรับ Audit ตรวจสอบสูตร หรือทำ Documentation ของ Workbook ถ้าเซลล์ไม่มีสูตรจะคืนค่า #N/A
|
2013 | 7 | 5 | 10 |
| SMALL Statistical | =SMALL(array, k)
SMALL คืนค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MIN ถ้า k=n จะได้ค่าที่มากที่สุด (MAX) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Bottom N ออกมาวิเคราะห์
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| FIND Text | =FIND(find_text, within_text, [start_num])
FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย