PROB คำนวณความน่าจะเป็นที่ค่าสุ่มจะตกอยู่ในช่วงที่คุณระบุ โดยใช้ชุดค่าและความน่าจะเป็นของแต่ละค่า
Syntax
=PROB(x_range, prob_range, lower_limit, [upper_limit])
PROB คำนวณความน่าจะเป็นที่ค่าสุ่มจะตกอยู่ในช่วงที่คุณระบุ โดยใช้ชุดค่าและความน่าจะเป็นของแต่ละค่า
=PROB(x_range, prob_range, lower_limit, [upper_limit])
PRODUCT คูณตัวเลขทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรือรายการอาร์กิวเมนต์ แทนที่จะต้องพิมพ์ A1*A2*A3*A4 ให้ใช้ =PRODUCT(A1:A4) เท่านั้น
=PRODUCT(number1, [number2], ...)
PROPER แปลงตัวอักษรแรกของแต่ละคำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ (Title Case) และแปลงตัวอักษรที่เหลือเป็นตัวพิมพ์เล็ก เหมาะสำหรับจัดรูปแบบชื่อคน ชื่อสถานที่ ใช้ร่วมกับ UPPER LOWER TRIM เพื่อทำความสะอาดข้อมูล
=PROPER(text)
คำนวณว่าเงินที่จะได้รับในอนาคตมีค่าเท่าไหร่ในวันนี้ เหมาะสำหรับวิเคราะห์เงินกู้ การลงทุน และการประเมินการเช่า
=PV(rate, nper, pmt, [fv], [type])
ฟังก์ชัน QUARTILE แบ่งชุดข้อมูลออกเป็นสี่ส่วน แล้วคืนค่า Q1, Q2 (มัธยฐาน), หรือ Q3 ใช้วิเคราะห์การกระจายข้อมูลได้ทันที แต่ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ QUARTILE.INC แทน
=QUARTILE(array, quart)
QUARTILE.EXC หาค่าควอร์ไทล์ของชุดข้อมูล โดยใช้วิธี Exclusive (ไม่รวมค่าต่ำสุดและสูงสุด)
=QUARTILE.EXC(array, quart)
ฟังก์ชันที่หาค่าควอร์ไทล์ของชุดข้อมูล โดยอิงจากการแบ่งข้อมูล 4 ส่วนเท่า ๆ กัน
=QUARTILE.INC(array, quart)
ส่งกลับผลลัพธ์การหารแบบจำนวนเต็ม (ตัดเศษทิ้ง)
=QUOTIENT(numerator, denominator)
แปลงมุมจากองศาเป็นเรเดียน
=RADIANS(angle)
RAND คืนค่าตัวเลขสุ่มแบบทศนิยมที่มีค่าตั้งแต่ 0 แต่ไม่ถึง 1 (เช่น 0.5234) เหมาะสำหรับการจำลองสถานการณ์ สุ่มตัวอย่าง หรือใช้สร้างคอลัมน์สำหรับเรียงลำดับข้อมูลแบบสุ่ม (Shuffle) เป็นฟังก์ชันที่ไม่มีอาร์กิวเมนต์
=RAND()
RANDARRAY สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขสุ่มระหว่างค่าที่กำหนด สามารถระบุจำนวนแถว คอลัมน์ ช่วงค่า และชนิดข้อมูล (จำนวนเต็มหรือทศนิยม)
=RANDARRAY([rows], [columns], [min], [max], [whole_number])
RANDBETWEEN คืนค่าจำนวนเต็มสุ่มที่อยู่ระหว่างค่าต่ำสุดและสูงสุดที่ระบุ ใช้สำหรับจำลองข้อมูล สร้างรหัสสุ่ม หรือเลือกข้อมูลแบบสุ่ม
=RANDBETWEEN(bottom, top)
RANK จัดลำดับตัวเลขเทียบกับรายการข้อมูล คืนค่าอันดับ (1=สูงสุด/ต่ำสุด) เป็นเวอร์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย RANK.EQ และ RANK.AVG แนะนำให้ใช้ RANK.EQ แทนในไฟล์ใหม่ เหมาะสำหรับจัดอันดับยอดขาย คะแนน หรือประสิทธิภาพ
=RANK(number, ref, [order])
RANK.AVG จัดลำดับตัวเลขในช่วงข้อมูล โดยถ้ามีค่าซ้ำกันจะคืนค่าลำดับเฉลี่ย เหมาะสำหรับการจัดอันดับทางสถิติที่ต้องการความเป็นธรรม
=RANK.AVG(number, ref, [order])
RANK.EQ จัดลำดับตัวเลขในช่วงข้อมูล โดยถ้ามีค่าซ้ำกันจะคืนค่าลำดับที่ดีที่สุดเหมือนกัน เหมาะสำหรับการจัดอันดับการแข่งขัน ยอดขาย หรือคะแนน
=RANK.EQ(number, ref, [order])
RATE เป็นฟังก์ชันการเงินที่ใช้สำหรับคำนวณอัตราดอกเบี้ยต่องวด (Interest Rate Per Period) สำหรับเงินกู้หรือการลงทุนที่มีการชำระเงินเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินคงที่ เหมาะสำหรับวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมหรือการลงทุนในหลักทรัพย์
=RATE(nper, pmt, pv, [fv], [type], [guess])
RECEIVED คำนวณจำนวนเงินที่ได้รับเมื่อครบกำหนดของหลักทรัพย์ (เช่น พันธบัตร) ที่ซื้อในราคาลดหลั่น
=RECEIVED(settlement, maturity, investment, discount, [basis])
REGISTER.ID ลงทะเบียน DLL หรือทรัพยากรโค้ดและส่งกลับรหัสที่ใช้อ้างอิง ซึ่งต่างจาก REGISTER ตรงที่ REGISTER.ID ใช้งานได้ในแผ่นงานปกติ (worksheet) ไม่เพียงแผ่นงาน Macro และเมื่อเรียกใช้แล้ว สามารถใช้รหัสที่ส่งกลับมาร่วมกับฟังก์ชัน CALL เพื่อเรียกใช้ฟังก์ชันใน DLL ได้
=REGISTER.ID(module_text, procedure, [type_text])
REPLACE แทนที่ข้อความจากตำแหน่งที่กำหนด โดยระบุตำแหน่งเริ่มต้น จำนวนตัวอักษรที่ต้องการลบ และข้อความใหม่ที่จะใส่แทน แตกต่างจาก SUBSTITUTE ที่ค้นหาคำที่ตรงตามความพึงพอใจ REPLACE ใช้ตำแหน่งแน่นอน
=REPLACE(old_text, start_num, num_chars, new_text)
REPT ทำซ้ำข้อความตามจำนวนครั้งที่ระบุ เหมาะสำหรับสร้าง In-cell Bar Chart แสดง Rating ด้วยดาว เติม Padding ให้ข้อความ หรือสร้างเส้นแบ่ง ถ้า number_times เป็นทศนิยมจะถูกตัดเหลือจำนวนเต็ม
=REPT(text, number_times)
RIGHT จะคืนค่าเป็นข้อความ (Text) ที่ถูกตัดมาจากด้านขวาสุดของข้อความต้นฉบับตามจำนวนที่ระบุ ถ้าไม่ระบุจำนวน ฟังก์ชันจะดึงมาเพียง 1 ตัวอักษร.ที่เจ๋งคือสามารถใช้ร่วมกับ LEN หรือ FIND เพื่อตัดข้อความแบบไดนามิกได้ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น Text เสมอ ถ้าต้องการนำไปคำนวณต่อ ต้องแปลงเป็นตัวเลขก่อนครับ
=RIGHT(text, [num_chars])
ROMAN ใช้แปลงตัวเลข (1–3999) ให้เป็นเลขโรมันในรูปข้อความ เช่น 10 → "X" และ 2024 → "MMXXIV" โดยสามารถกำหนดรูปแบบ (form) เพื่อให้เป็นแบบคลาสสิกหรือแบบย่อได้
=ROMAN(number, [form])
ROUND จะปัดตัวเลขไปยังค่าที่ใกล้เคียงที่สุดตามจำนวนหลักที่ระบุ (num_digits) สามารถปัดทศนิยม (ค่าบวก), ปัดเป็นจำนวนเต็ม (0), หรือปัดหลักสิบ หลักร้อย (ค่าลบ) ได้ เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในการสรุปตัวเลข
=ROUND(number, num_digits)
ROUNDDOWN จะปัดตัวเลขลงเข้าหาศูนย์เสมอ (ลดค่าสัมบูรณ์ลง) ตามจำนวนหลักที่กำหนด (num_digits) ให้ผลลัพธ์คล้ายกับ TRUNC สำหรับจำนวนเต็มบวก แต่สามารถระบุหลักทศนิยมหรือหลักหน่วย/สิบ/ร้อยได้
=ROUNDDOWN(number, num_digits)
ROUNDUP จะปัดตัวเลขขึ้นเสมอ 1 ค่าในหลักที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าเศษข้างหลังจะเป็นเลขอะไร (ต่างจาก ROUND ปกติที่ต้องดูว่า >=5 หรือไม่) สามารถระบุจำนวนหลักทศนิยม (num_digits) เป็นบวกเพื่อปัดทศนิยม หรือเป็นลบเพื่อปัดหลักหน่วย/หลักสิบ/หลักร้อยได้
=ROUNDUP(number, num_digits)
ROW ส่งคืนหมายเลขแถว (Row Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขแถว 1, 2, 3… มีประโยชน์ในการกำหนดหมายเลขลำดับแบบไดนามิก และสร้างสูตรที่ปรับตัวตามตำแหน่ง
=ROW([reference])
ส่งกลับจำนวนแถวในอาร์เรย์หรือการอ้างอิง
=ROWS(array)
RRI ช่วยหาอัตราดอกเบี้ยประจำปี (CAGR: Compound Annual Growth Rate) จากค่าเริ่มต้น ค่าสิ้นสุด และจำนวนปี
=RRI(nper, pv, fv)
ฟังก์ชันที่ส่งคืนค่า R-squared (R²) หรือสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ แสดงสัดส่วนของความแปรปรวนในตัวแปรตามที่สามารถอธิบายได้จากตัวแปรอิสระ ค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1
=RSQ(known_y's, known_x's)
ฟังก์ชัน RTD ใช้สำหรับดึงข้อมูลแบบ Real-time จากโปรแกรมที่รองรับ COM automation เช่น ราคาหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน หรือข้อมูลที่มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง.ที่เจ๋งคือ RTD จะอัพเดทข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อ Excel อยู่ในโหมดคำนวณอัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งกด F9 หรือรีเฟรชด้วยตนเอง ซึ่งเหมาะมากสำหรับการติดตามข้อมูลตลาดการเงิน การวิเคราะห์หุ้น หรือการเชื่อมต่อกับ Data Server ภายนอก
=RTD(ProgID, server, topic1, [topic2], ...)
SEARCH ค้นหาตำแหน่งของคำที่ต้องการในข้อความหลัก ถ้าเจอจะคืนค่าเป็นตัวเลขตำแหน่งที่พบ ถ้าไม่เจอจะคืนค่า #VALUE! ฟังก์ชันนี้ต่างจาก FIND ตรงที่ไม่แยกแยะตัวพิมพ์ (A=a) และสามารถใช้เครื่องหมาย * หรือ ? ในการค้นหาได้
=SEARCH(find_text, within_text, [start_num])
ฟังก์ชัน SECH ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Hyperbolic Secant ของมุม โดยค่า Hyperbolic Secant (sech) คือส่วนกลับของ Hyperbolic Cosine ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ระดับสูงและวิศวกรรม.
=SECH(number)
SECOND ดึงค่าวินาที (0-59) จากค่าเวลา ใช้ร่วมกับ HOUR และ MINUTE เพื่อแยกส่วนประกอบของเวลา มีประโยชน์ในการวิเคราะห์และคำนวณเวลา
=SECOND(serial_number)
SEQUENCE สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขเรียงลำดับตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถสร้างได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือเป็นตาราง 2 มิติ เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ผลลัพธ์จะ Spill ไปยังเซลล์ข้างเคียงโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้าง Running Number, ตารางสูตรคูณ, หรือวันที่เรียงต่อเนื่อง
=SEQUENCE(rows, [columns], [start], [step])
SERIESSUM คำนวณผลรวมของอนุกรมกำลัง (Power Series) โดยใช้ค่า x กำลังต่างๆ กับสัมประสิทธิ์ ใช้ในการประมาณค่า sine, cosine, exponential และอื่นๆ
=SERIESSUM(x, n, m, coefficients)
ส่งกลับหมายเลขลำดับของแผ่นงาน (sheet) ที่ระบุ ใช้เมื่อต้องการรู้ว่าชีท A อยู่ลำดับที่เท่าไหร่
=SHEET([value])
ส่งกลับจำนวนแผ่นงานทั้งหมดในการอ้างอิง หรือในเวิร์กบุ๊กปัจจุบันหากไม่มีการอ้างอิง
=SHEETS([reference])
SIGN ใช้ตรวจสอบเครื่องหมายของตัวเลข โดยคืนค่า 1 (บวก), 0 (ศูนย์), หรือ -1 (ลบ) สะดวกมากเวลาต้องแยกความแตกต่างของตัวเลข
=SIGN(number)
ฟังก์ชัน SIN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Sine ของมุมที่ระบุ โดยมุมจะต้องอยู่ในหน่วยเรเดียน เป็นฟังก์ชันตรีโกณมิติพื้นฐานที่ใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์.
=SIN(number)
ฟังก์ชัน SINH ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่า Hyperbolic Sine ของมุม โดยค่า Hyperbolic Sine (sinh) คือฟังก์ชันที่คล้ายกับฟังก์ชัน Sine แต่ถูกกำหนดโดยใช้ไฮเพอร์โบลาแทนวงกลม เหมาะสำหรับใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ระดับสูงและวิศวกรรม.
=SINH(number)
SKEW คำนวณค่าความเบ้ (Skewness) ของข้อมูล ซึ่งบอกว่าการแจกแจงเบ้ไปทางไหน ค่าบวก = เบ้ขวา ค่าลบ = เบ้ซ้าย ค่าศูนย์ = สมมาตร
=SKEW(number1, [number2], ...)
SKEW.P ใช้คำนวณค่าความเบ้ของการแจกแจงข้อมูลทั้งหมด (ประชากร) ต่างจาก SKEW ที่คำนวณจากข้อมูลตัวอย่าง
=SKEW.P(number1, [number2], ...)
SLN คำนวณค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง (Straight-Line Depreciation) เท่า ๆ กันทุกปี จนกว่าทรัพย์สินจะถึงมูลค่าซาก
=SLN(cost, salvage, life)
คำนวณความชันของเส้นถดถอยเชิงเส้น ซึ่งบอกให้รู้ว่าค่า Y เปลี่ยนแปลงเร็วแค่ไหนเมื่อค่า X เพิ่มขึ้น ใช้สำหรับวิเคราะห์แนวโน้มข้อมูล
=SLOPE(known_y's, known_x's)
SMALL คืนค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MIN ถ้า k=n จะได้ค่าที่มากที่สุด (MAX) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Bottom N ออกมาวิเคราะห์
=SMALL(array, k)
SORT เป็น Dynamic Array Function ที่เรียงลำดับข้อมูลจาก Array แล้ว return เป็น Spill Range ใหม่โดยไม่แก้ไขข้อมูลต้นฉบับ รองรับการเรียงตามคอลัมน์ที่ต้องการ (sort_index) ทั้งจากน้อยไปมาก (1) และมากไปน้อย (-1) รวมถึงเรียงแนวนอน (by_col=TRUE) ต่างจาก SORTBY ที่ใช้คอลัมน์ภายนอกเป็นเกณฑ์
=SORT(array, [sort_index], [sort_order], [by_col])
SORTBY เรียงลำดับข้อมูลตาม Array อื่นที่กำหนด รองรับหลายระดับการเรียง (multi-level) และสามารถกำหนดลำดับเอง (custom sort order) ด้วย XMATCH ต่างจาก SORT ที่เรียงตามคอลัมน์ภายในตัวเอง SORTBY ใช้คอลัมน์ภายนอกเป็นเกณฑ์ได้
=SORTBY(array, by_array1, [sort_order1], [by_array2, sort_order2], ...)
SQRT คำนวณรากที่สองของตัวเลข ใช้ได้กับจำนวนบวกเท่านั้น ถ้าเป็นจำนวนลบจะ error #NUM!
=SQRT(number)
ส่งกลับค่ารากที่สองของ (ค่าที่ระบุ * Pi)
=SQRTPI(number)