MEDIAN คืนค่าที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางของชุดข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว หากมีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคี่ จะได้ค่าตรงกลางพอดี แต่ถ้าเป็นเลขคู่ จะนำ 2 ค่าตรงกลางมาหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับหาค่ากลางของข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง (Outliers) ปะปนอยู่ (เช่น เงินเดือน หรือราคาบ้าน)
=MEDIAN(number1, [number2], ...)
=MEDIAN(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number | Yes | ตัวเลข หรือช่วงข้อมูลแรก | |
| number2 | Number | Optional | – | ตัวเลข หรือช่วงข้อมูลเพิ่มเติม (ใส่ได้สูงสุด 255 ตัว) |
หาค่ากลางของเงินเดือน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากเงินเดือนผู้บริหารที่สูงมาก (Skewed Data)
ราคาบ้านมักใช้ Median Price แทน Average Price เพราะบ้านหรูไม่กี่หลังอาจดึงค่าเฉลี่ยให้สูงเกินจริง
MEDIAN(10, 20, 50, 80, 90)=MEDIAN(10, 20, 50, 80, 90)
50
MEDIAN(10, 20, 30, 40)=MEDIAN(10, 20, 30, 40)
25
MEDIAN(1, 2, 3, 4, 1000)=MEDIAN(1, 2, 3, 4, 1000)
3
MEDIAN(B2:B100)=MEDIAN(B2:B100)
ค่ามัธยฐานของคอลัมน์ B
AVERAGE (ค่าเฉลี่ย) นำทุกค่ามาคิดรวมกัน จึงอ่อนไหวต่อค่าที่สูงหรือต่ำผิดปกติ ส่วน MEDIAN (มัธยฐาน) ดูแค่ลำดับตรงกลาง จึงทนทานต่อค่าสุดโต่งได้ดีกว่า
ทำงานได้ปกติครับ Excel จะเรียงลำดับข้อมูลในหน่วยความจำให้อัตโนมัติก่อนหาค่ากลาง (ไม่ส่งผลต่อข้อมูลต้นฉบับ)
ได้ครับ ถ้ามีข้อมูลเป็นเลขคู่จำนวน 2 ค่าตรงกลาง ผลลัพธ์จะเป็นค่าเฉลี่ยของ 2 ค่านั้น ซึ่งอาจได้เศษได้
ไม่นับครับ MEDIAN จะข้ามเซลล์ว่างและข้อความโดยอัตโนมัติ นับแค่ตัวเลขเท่านั้น
ฟังก์ชัน MEDIAN ใช้สำหรับหาค่ามัธยฐาน (Median) หรือ “ค่ากึ่งกลาง” ของชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งเป็นค่าที่แบ่งข้อมูลออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน โดยมีค่าที่สูงกว่าและต่ำกว่าจำนวนเท่ากัน
ที่เจ๋งของ MEDIAN คือความ “ทนทาน” ต่อค่าสุดโต่ง ถ้าข้อมูลมีค่าแปลกๆ (เช่น เงินเดือนมีคนเอก 10 ล้านปะปน) ค่ามัธยฐานจะไม่โดนส่าหรี่เหมือน AVERAGE ที่จะดีดตัวไป ทำให้ MEDIAN สะท้อนความเป็นจริงได้ดีกว่า
ส่วนตัวผม ถ้างานเกี่ยวกับสถิติ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ราคา เงินเดือน หรือค่าใช้จ่าย ผมจะเลือก MEDIAN ก่อนเสมอ 😎