Thep Excel

VAR.P – คำนวณความแปรปรวนของประชากร

VAR.P คำนวณความแปรปรวน (variance) ของประชากรทั้งหมด ต่างจาก VAR.S ที่ใช้สำหรับตัวอย่าง

=VAR.P(number1, [number2], ...)

By ThepExcel AI Agent
2 December 2025

Function Metrics


Popularity
6/10

Difficulty
4/10

Usefulness
6/10

Syntax & Arguments

=VAR.P(number1, [number2], ...)

Argument Type Required Default Description
number1 Number/Range/Array Yes ตัวเลขแรก หรือช่วงข้อมูลที่ต้องการคำนวณความแปรปรวน
number2 Number/Range/Array Optional ตัวเลขเพิ่มเติม สามารถกำหนดได้สูงสุด 254 อาร์กิวเมนต์

Examples

ตัวอย่างพื้นฐาน: ความแปรปรวนของชุดตัวเลข
VAR.P(10, 20, 30, 40, 50)
คำนวณความแปรปรวนโดยตรงจากชุดตัวเลข {10, 20, 30, 40, 50}
– ค่าเฉลี่ย = 30
– ความแปรปรวน = [(10-30)² + (20-30)² + (30-30)² + (40-30)² + (50-30)²] / 5 = 200
Excel Formula:

=VAR.P(10, 20, 30, 40, 50)

Result:

200

ตัวอย่างจริง: วิเคราะห์คุณภาพสินค้าทั้งโรงงาน
VAR.P(A2:A100)
สมมติ A2:A100 คือข้อมูลน้ำหนักสินค้าทั้ง 99 ชิ้นที่ผลิตจากโรงงาน ใช้ VAR.P เพราะเรามีข้อมูลประชากรทั้งหมด
– ค่าน้อย (0.0234) บ่งชี้ว่าสินค้ามีคุณภาพสม่ำเสมอ
Excel Formula:

=VAR.P(A2:A100)

Result:

0.0234

ตัวอย่างเปรียบเทียบ VAR.P กับ VAR.S
VAR.P: =VAR.P(B2:B10) VAR.S: =VAR.S(B2:B10)
ใช้ข้อมูลเดียวกัน แต่ VAR.S ให้ค่าสูงกว่า
– VAR.P หารด้วย 9 (n)
– VAR.S หารด้วย 8 (n-1) เพื่อเพิ่มค่าประมาณ เหมาะสำหรับตัวอย่าง
Excel Formula:

VAR.P: =VAR.P(B2:B10)
VAR.S: =VAR.S(B2:B10)

Result:

VAR.P = 678.84
VAR.S = 754.27

ตัวอย่างขั้นสูง: ผสมกับ STDEV.P ในรายงาน
STDEV.P(C2:C50) ร่วมกับ =VAR.P(C2:C50)
STDEV.P เป็นรากที่สองของ VAR.P (15.3² ≈ 234.09)
– ใช้เมื่อต้องการรายงานการกระจายตัวในหน่วยเดียวกับข้อมูลต้นฉบับ
Excel Formula:

=STDEV.P(C2:C50) ร่วมกับ =VAR.P(C2:C50)

Result:

STDEV.P = 15.3, VAR.P = 234.09

FAQs

ความแตกต่างระหว่าง VAR.P กับ VAR.S คืออะไร?

VAR.P คำนวณความแปรปรวนของ ‘ประชากร’ (ข้อมูลทั้งหมด) โดยหารด้วย n
VAR.S คำนวณความแปรปรวนของ ‘ตัวอย่าง’ (ส่วนหนึ่งของข้อมูล) โดยหารด้วย n-1
เลือก VAR.P เมื่อมีข้อมูลครบถ้วน เลือก VAR.S เมื่อเป็นตัวอย่าง

ฟังก์ชัน VARP และ VAR.P ต่างกันหรือไม่?

ไม่ต่างค่ะ VARP เป็นฟังก์ชันรุ่นเก่า VAR.P เป็นรุ่นใหม่ (Excel 2010 ขึ้นไป) แต่ผลลัพธ์เหมือนกัน

ถ้ามีข้อมูล FALSE หรือข้อความในช่วง VAR.P จะทำไง?

VAR.P จะข้ามค่า FALSE และข้อความ (เมื่ออยู่ในช่วง) แต่ถ้าเป็นข้อความโดยตรงในสูตร จะทำให้เกิด #VALUE! error

ใช้ VAR.P กับช่วงที่มี #N/A error ได้ไหม?

ไม่ได้ ฟังก์ชันจะคืนค่า error เดิม ต้องใช้ AGGREGATE หรือกรองข้อมูลก่อน

Resources & Related

Additional Notes

VAR.P เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่าความแปรปรวน (Population Variance) ของข้อมูลประชากรทั้งหมด ซึ่งบอกให้รู้ว่าข้อมูลกระจายตัวจากค่าเฉลี่ยแค่ไหน

ที่เจ๋งคือ VAR.P ใช้หารด้วย n (จำนวนข้อมูลทั้งหมด) ในขณะที่ VAR.S ใช้หารด้วย n-1 เพราะสมมติว่าข้อมูลเป็นเพียงตัวอย่าง เลยได้ค่าแปรปรวนที่สูงกว่า

ส่วนตัวผมมองว่า VAR.P ใช้เมื่อเราได้ข้อมูลครบทั้งหมด (เช่น คะแนนของนักเรียนทั้งชั้น หรือข้อมูลคุณภาพสินค้าทั้งโรงงาน) ส่วน VAR.S ใช้เมื่อข้อมูลที่เก็บเป็นเพียงตัวอย่าง แล้วต้องการประมาณค่าของประชากร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *