Thep Excel

VARคำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (Legacy)

VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า

fx
=VAR(number1, [number2], …)

ความนิยม6/10
ความยาก4/10
ประโยชน์6/10

อัปเดต 2 December 2025

Syntax & Arguments

อาร์กิวเมนต์ ชนิด คำอธิบาย
number1 Number/Range ตัวเลขตัวแรก หรือช่วงข้อมูล (range) ที่ต้องการคำนวณความแปรปรวน ต้องมีอย่างน้อย 2 ค่า
[number2]ไม่บังคับ Number/Range ตัวเลขเพิ่มเติมหรือช่วงข้อมูลอื่น ๆ สามารถใส่ได้ 1-254 ค่า

[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ

Additional Notes

VAR เป็นฟังก์ชันทางสถิติที่ใช้คำนวณความแปรปรวนของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง (sample variance)

ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ VAR.S ซึ่งมีความหมายชัดเจนว่า “S” = Sample แต่ VAR ยังใช้ได้เพื่อความเข้ากันได้ย้อนหลังกับไฟล์ Excel เก่า

ความแปรปรวน (variance) บอกให้เห็นว่าข้อมูลกระจายตัวออกจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงไร – ยิ่งมากยิ่งข้อมูลกระจายตัว

Examples

ตัวอย่างที่ 1: คำนวณความแปรปรวนจากตัวเลขแต่ละตัวVAR(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)

ข้อมูล 8 ค่า: 2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9 | ค่าเฉลี่ย = 5 | คำนวณแต่ละค่าห่างจากค่าเฉลี่ยกำลัง 2 แล้วเฉลี่ยโดยหารด้วย (n-1)=7 จึงได้ 4.57

fx
=VAR(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)

ผลลัพธ์4.571428571
ตัวอย่างที่ 2: คำนวณจากช่วงข้อมูลในช่วงVAR(A2:A9)

สมมติ A2:A9 มีค่า 2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9 | ผลลัพธ์เหมือนตัวอย่าง 1 เพราะใช้สูตรเดียวกัน

fx
=VAR(A2:A9)

ผลลัพธ์4.571428571
ตัวอย่างที่ 3: เปรียบเทียบ VAR (Sample) vs VARP (Population)VAR(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9) vs =VARP(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)

VAR หารด้วย (n-1)=7 → 32/7 = 4.57 | VARP หารด้วย n=8 → 32/8 = 4.0 | ใช้ VAR เมื่อเป็นกลุ่มตัวอย่าง ใช้ VARP เมื่อเป็นประชากรทั้งหมด

fx
=VAR(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9) vs =VARP(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)

ผลลัพธ์4.571428571 vs 4.0
ตัวอย่างที่ 4: ใช้ VAR.S (ขอแนะนำ) แทน VARVAR.S(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)

VAR.S ให้ผลลัพธ์เดียวกับ VAR แต่ VAR.S ชัดเจนกว่าว่า S = Sample ลองใช้ VAR.S แทน VAR ในโครงการใหม่

fx
=VAR.S(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)

ผลลัพธ์4.571428571

FAQs

ควรใช้ VAR หรือ VAR.S?+

ใช้ VAR.S เพราะชื่อชัดเจนว่า 'S' = Sample ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน VAR ซึ่งเป็นชื่อเก่า (legacy) แต่ VAR ยังใช้ได้สำหรับความเข้ากันได้ย้อนหลัง

ความแปรปรวน (Variance) คืออะไร?+

ความแปรปรวนคือการวัดว่าข้อมูลกระจายตัวออกจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงไร คำนวณโดยหา (แต่ละค่า – ค่าเฉลี่ย)² เฉลี่ย variance สูง = ข้อมูลกระจายตัวมาก variance ต่ำ = ข้อมูลรวมตัวกันใกล้ค่าเฉลี่ย

ต่างกันยังไง VAR กับ STDEV?+

VAR คำนวณความแปรปรวน (variance) ซึ่งเป็นค่ากำลัง 2 | STDEV (Standard Deviation) = sqrt(variance) มีหน่วยเดียวกับข้อมูลต้นฉบับ ส่วนใหญ่ใช้ STDEV เพราะสะดวกกว่าในการตีความ

ทำไม VAR หารด้วย (n-1) ไม่ใช่ n?+

หารด้วย (n-1) เรียกว่า Bessel's correction มันให้ค่าประมาณที่ดีขึ้นของความแปรปรวนประชากร เมื่อใช้เพียงกลุ่มตัวอย่าง ถ้าต้องการหารด้วย n ให้ใช้ VARP/VAR.P แทน

ถ้ามีข้อมูลเพียง 1 ค่าจะเกิดอะไร?+

VAR จะคืน #DIV/0! error เพราะตัวส่วน (n-1)=0 ความแปรปรวนต้องอย่างน้อย 2 ค่า

VAR ข้ามเซลล์ว่างและข้อความไหม?+

ใช่ VAR ข้ามเซลล์ว่างและข้อความโดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการให้ข้อความเป็นตัวเลข (TRUE=1, FALSE=0) ให้ใช้ VARA แทน

Resources & Related

ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ VAR จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง

ฟังก์ชันนี้VARCompatibility
Statistical (11)
AVEDEV

คำนวณค่าเฉลี่ยของ 'ส่วนเบี่ยงเบนสัมบูรณ์' (Average Absolute Deviation) คือดูว่าข้อมูลแต่ละตัวห่างจากค่าเฉลี่ยโดยรวมมากน้อยแค่ไหนโดยเฉลี่ย (ยิ่งมากแสดงว่าข้อมูลกระจายตัวสูง)

COVARIANCE.P

ฟังก์ชัน COVARIANCE.P ใช้คำนวณความแปรปรวนร่วมของประชากร (Population Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์ระหว่างสองชุดข้อมูล โดยผลลัพธ์บวกแสดงว่าข้อมูลเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ลบแสดงว่าเคลื่อนไหวสวนทางกัน

COVARIANCE.S

COVARIANCE.S คำนวณความแปรปรวนร่วมของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างชุดข้อมูลสองชุด โดยใช้ตัวหาร n-1 สำหรับการประมาณค่าประชากร

DEVSQ

DEVSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของผลต่างระหว่างแต่ละค่ากับค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการคำนวณความแปรปรวนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

STDEV.P

STDEV.P คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด (Population Standard Deviation)

STDEV.S

STDEV.S คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร n-1 เพื่อประมาณค่าของประชากรทั้งหมด

STDEVA

STDEVA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่มตัวอย่าง โดย 'รวม' ข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (ส่วน STDEV.S จะข้ามข้อความไป)

VAR.P

VAR.P คำนวณความแปรปรวน (variance) ของประชากรทั้งหมด ต่างจาก VAR.S ที่ใช้สำหรับตัวอย่าง

VAR.S

VAR.S ใช้หาค่าความแปรปรวน (Variance) ของกลุ่มตัวอย่าง เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรใหญ่

VARA

VARA ใช้คำนวณความแปรปรวน (variance) ของกลุ่มตัวอย่าง โดยจะนับข้อความเป็น 0 และ TRUE เป็น 1 ซึ่งต่างจาก VAR.S ที่จะข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป

VARPA

VARPA คำนวณความแปรปรวน (Variance) ของประชากรทั้งหมด โดยรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย นั่นคือข้อความจะนับเป็น 0 TRUE เป็น 1 FALSE เป็น 0

Compatibility (3)
COVAR

ฟังก์ชันเก่าสำหรับคำนวณความแปรปรวนร่วม (Covariance) ระหว่างข้อมูลสองชุด เพื่อวัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ควรใช้ COVARIANCE.P แทน

STDEV

STDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สำหรับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธี n-1

VARP

คำนวณค่า Variance ของประชากรทั้งหมด (Population Variance) — ฟังก์ชันเก่าที่ควรใช้ VAR.P แทนในเวอร์ชันใหม่

Database (1)
DVARP

คำนวณความแปรปรวนแบบ Population จากฐานข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด ใช้เมื่อข้อมูลที่มีคือประชากรทั้งหมด ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง

Comments

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่