VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า
=VAR(number1, [number2], ...)
=VAR(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | Yes | ตัวเลขตัวแรก หรือช่วงข้อมูล (range) ที่ต้องการคำนวณความแปรปรวน ต้องมีอย่างน้อย 2 ค่า | |
| number2 | Number/Range | Optional | ตัวเลขเพิ่มเติมหรือช่วงข้อมูลอื่น ๆ สามารถใส่ได้ 1-254 ค่า |
VAR(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)=VAR(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)
4.571428571
VAR(A2:A9)=VAR(A2:A9)
4.571428571
VAR(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9) vs =VARP(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)=VAR(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9) vs =VARP(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)
4.571428571 vs 4.0
VAR.S(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)=VAR.S(2, 4, 4, 4, 5, 5, 7, 9)
4.571428571
ใช้ VAR.S เพราะชื่อชัดเจนว่า ‘S’ = Sample ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน VAR ซึ่งเป็นชื่อเก่า (legacy) แต่ VAR ยังใช้ได้สำหรับความเข้ากันได้ย้อนหลัง
ความแปรปรวนคือการวัดว่าข้อมูลกระจายตัวออกจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงไร คำนวณโดยหา (แต่ละค่า – ค่าเฉลี่ย)² เฉลี่ย variance สูง = ข้อมูลกระจายตัวมาก variance ต่ำ = ข้อมูลรวมตัวกันใกล้ค่าเฉลี่ย
VAR คำนวณความแปรปรวน (variance) ซึ่งเป็นค่ากำลัง 2 | STDEV (Standard Deviation) = sqrt(variance) มีหน่วยเดียวกับข้อมูลต้นฉบับ ส่วนใหญ่ใช้ STDEV เพราะสะดวกกว่าในการตีความ
หารด้วย (n-1) เรียกว่า Bessel’s correction มันให้ค่าประมาณที่ดีขึ้นของความแปรปรวนประชากร เมื่อใช้เพียงกลุ่มตัวอย่าง ถ้าต้องการหารด้วย n ให้ใช้ VARP/VAR.P แทน
VAR จะคืน #DIV/0! error เพราะตัวส่วน (n-1)=0 ความแปรปรวนต้องอย่างน้อย 2 ค่า
ใช่ VAR ข้ามเซลล์ว่างและข้อความโดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการให้ข้อความเป็นตัวเลข (TRUE=1, FALSE=0) ให้ใช้ VARA แทน
VAR เป็นฟังก์ชันทางสถิติที่ใช้คำนวณความแปรปรวนของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง (sample variance)
ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ VAR.S ซึ่งมีความหมายชัดเจนว่า “S” = Sample แต่ VAR ยังใช้ได้เพื่อความเข้ากันได้ย้อนหลังกับไฟล์ Excel เก่า
ความแปรปรวน (variance) บอกให้เห็นว่าข้อมูลกระจายตัวออกจากค่าเฉลี่ยมากน้อยเพียงไร – ยิ่งมากยิ่งข้อมูลกระจายตัว