VALUE แปลงข้อความที่มีลักษณะเป็นตัวเลขให้เป็นตัวเลขจริงที่คำนวณได้ รองรับรูปแบบตัวเลข วันที่ เวลา เปอร์เซ็นต์ และสกุลเงิน
Syntax
=VALUE(text)
VALUE แปลงข้อความที่มีลักษณะเป็นตัวเลขให้เป็นตัวเลขจริงที่คำนวณได้ รองรับรูปแบบตัวเลข วันที่ เวลา เปอร์เซ็นต์ และสกุลเงิน
=VALUE(text)
แปลงค่าใดๆ (ตัวเลข, วันที่, อาร์เรย์, หรือแม้กระทั่ง Error) ให้เป็นข้อความเพื่อใช้งานได้จริง
=VALUETOTEXT(value, [format])
VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า
=VAR(number1, [number2], ...)
VAR.P คำนวณความแปรปรวน (variance) ของประชากรทั้งหมด ต่างจาก VAR.S ที่ใช้สำหรับตัวอย่าง
=VAR.P(number1, [number2], ...)
VAR.S ใช้หาค่าความแปรปรวน (Variance) ของกลุ่มตัวอย่าง เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรใหญ่
=VAR.S(number1, [number2], ...)
VARA ใช้คำนวณความแปรปรวน (variance) ของกลุ่มตัวอย่าง โดยจะนับข้อความเป็น 0 และ TRUE เป็น 1 ซึ่งต่างจาก VAR.S ที่จะข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป
=VARA(value1, [value2], ...)
คำนวณค่า Variance ของประชากรทั้งหมด (Population Variance) — ฟังก์ชันเก่าที่ควรใช้ VAR.P แทนในเวอร์ชันใหม่
=VARP(number1, [number2], ...)
VARPA คำนวณความแปรปรวน (Variance) ของประชากรทั้งหมด โดยรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย นั่นคือข้อความจะนับเป็น 0 TRUE เป็น 1 FALSE เป็น 0
=VARPA(value1, [value2], ...)
VDB คำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์สำหรับงวดใดๆ ที่ระบุ รวมทั้งงวดบางส่วน โดยใช้วิธี Double-Declining Balance หรือวิธีอื่นๆ ที่คุณกำหนด
=VDB(cost, salvage, life, start_period, end_period, [factor], [no_switch])
VLOOKUP เป็นฟังก์ชันค้นหาแนวตั้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Excel โดยค้นหาค่าที่ต้องการในคอลัมน์ซ้ายสุดของตาราง จากนั้นดึงข้อมูลจากคอลัมน์ที่ระบุในแถวเดียวกัน รองรับทั้งการค้นหาแบบตรงทุกตัวอักษร (Exact Match) และแบบประมาณค่า (Approximate Match) สำหรับข้อมูลที่เรียงลำดับ ข้อจำกัดหลักคือต้องค้นหาจากคอลัมน์ซ้ายสุดเท่านั้น ไม่สามารถดึงข้อมูลจากด้านซ้ายของคอลัมน์ค้นหาได้
=VLOOKUP(lookup_value, table_array, col_index_num, [range_lookup])
WEBSERVICE ส่งคำขอ GET ไปยัง URL ของ web service (API) บนอินเทอร์เน็ตหรือ Intranet และส่งกลับข้อมูลที่ได้รับ ใช้เพื่อดึงข้อมูลแบบ real-time เช่น ราคาหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน ข้อมูลสภาพอากาศ โดยปกติใช้ร่วมกับ FILTERXML เพื่อแยกข้อมูลที่ต้องการจากผลลัพธ์ XML และกับ ENCODEURL เพื่อเข้ารหัส URL ให้ปลอดภัย
=WEBSERVICE(url)
WEEKDAY คืนค่าตัวเลข 1 ถึง 7 ซึ่งแทนวันในสัปดาห์ โดยเราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้วันไหนเป็นวันแรกของสัปดาห์ (return_type) ค่าเริ่มต้นคือ วันอาทิตย์ = 1 แต่ที่นิยมใช้ในไทยมักจะเป็นแบบ วันจันทร์ = 1
=WEEKDAY(serial_number, [return_type])
WEEKNUM คืนค่าหมายเลขสัปดาห์ของปี (1-54) นับจากวันที่ 1 ม.ค. เป็นสัปดาห์ที่ 1 รองรับการเลือกวันเริ่มต้นสัปดาห์ด้วย return_type ใช้จัดกลุ่มข้อมูลตามสัปดาห์หรือสร้างรายงานรายสัปดาห์
=WEEKNUM(serial_number, [return_type])
ฟังก์ชัน WEIBULL ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Weibull (Weibull Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้พารามิเตอร์ Alpha และ Beta ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย WEIBULL.DIST.
=WEIBULL(x, alpha, beta, cumulative)
WEIBULL.DIST ใช้คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Weibull สำหรับการวิเคราะห์ความเสี่ยงและอายุการใช้งานของอุปกรณ์
=WEIBULL.DIST(x, alpha, beta, cumulative)
WORKDAY คำนวณวันที่ทำงานที่อยู่ถัดไป/ย้อนหลังจากวันที่เริ่มต้น โดยหักวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) และวันหยุดพิเศษที่ระบุออก
=WORKDAY(start_date, days, [holidays])
คำนวณหาวันที่หลังจากนับไป n วันทำการ โดยสามารถกำหนดว่าวันไหนเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ (เหมาะสำหรับการค้นหาวันกำหนด deadline, วันนัดหมาย, วันส่งมอบสินค้า ในประเทศต่างๆ ที่มีวันทำงานแตกต่างกัน) รองรับทั้งรูปแบบตัวเลข (1-7, 11-17) และรูปแบบข้อความ (7 ตัวอักษร) สำหรับความยืดหยุ่นสูงสุด
=WORKDAY.INTL(start_date, days, [weekend], [holidays])
XIRR ใช้คำนวณอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) สำหรับกระแสเงินสดที่ไม่เป็นงวด ต่างจาก IRR ที่ต้องการการชำระเงินเป็นงวดสม่ำเสมอ
=XIRR(values, dates, [guess])
ฟังก์ชัน XLOOKUP ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลในตารางทั้งแนวตั้งและแนวนอน มีความยืดหยุ่นสูงกว่า VLOOKUP โดยสามารถค้นหาจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย และกำหนดค่าเริ่มต้นเมื่อไม่พบข้อมูลได้
=XLOOKUP(lookup_value, lookup_array, return_array, [if_not_found], [match_mode], [search_mode])
XMATCH คืนค่าตำแหน่งของข้อมูลที่ค้นหาในช่วงหรืออาร์เรย์ ถือเป็นฟังก์ชันรุ่นใหม่ที่ Microsoft พัฒนามาแก้จุดอ่อนของ MATCH โดยเฉพาะเรื่องค่า Default ที่เป็น Exact Match แทน Approximate Match ทำให้ใช้ง่ายและปลอดภัยกว่ามาก นอกจากนี้ยังรองรับการค้นหาย้อนกลับ Binary Search สำหรับข้อมูลขนาดใหญ่ และการค้นหาแบบ Wildcard ทำให้ยืดหยุ่นกว่า MATCH เดิมหลายเท่า
=XMATCH(lookup_value, lookup_array, [match_mode], [search_mode])
XNPV คำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) สำหรับกระแสเงินสดที่มีวันที่ไม่สม่ำเสมอ ตรงกันข้ามกับ NPV ที่คำนวณสำหรับงวดเท่ากัน
=XNPV(rate, values, dates)
ส่งกลับ TRUE หากจำนวนเงื่อนไขที่เป็นจริงเป็นจำนวนคี่ มิฉะนั้นส่งกลับ FALSE
=XOR(logical1, [logical2], ...)
YEAR ดึงเลขปี ค.ศ. (4 หลัก เช่น 2025) จากวันที่ที่ระบุ เหมาะใช้จัดกลุ่มข้อมูลรายปี คำนวณอายุ หรือวิเคราะห์ข้อมูลตามช่วงเวลา
=YEAR(serial_number)
YEARFRAC คำนวณว่าระหว่างวันที่สองวัน ผ่านไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ของปี เป็นเลขทศนิยม
=YEARFRAC(start_date, end_date, [basis])
YIELD คำนวณผลตอบแทน (Yield) ของหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เหมาะสำหรับวิเคราะห์พันธบัตรและการลงทุนผลตอบแทนคงที่
=YIELD(settlement, maturity, rate, pr, redemption, frequency, [basis])
YIELDDISC คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารลดราคา (discounted securities) เช่น ตั๋วเงินระยะสั้น (T-bills) โดยพิจารณาจากราคาปัจจุบัน ราคาที่เรียกคืน และระยะเวลา
=YIELDDISC(settlement, maturity, pr, redemption, [basis])
YIELDMAT คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield to maturity) ของตราสารทางการเงินที่จ่ายดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียว เมื่อตราสารครบกำหนด โดยใช้ราคาซื้อ อัตราดอกเบี้ย และวันที่สำคัญของตราสารเป็นปัจจัยในการคำนวณ
=YIELDMAT(settlement, maturity, issue, rate, pr, [basis])
ฟังก์ชันทางสถิติที่คำนวณค่า P-value สำหรับการทดสอบ Z-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยประชากรที่สมมติหรือไม่
=Z.TEST(array, x, [sigma])
คำนวณค่า P-value แบบ one-tailed จากการทดสอบ z-test เพื่อดูว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างต่างจากค่าที่ตั้งสมมติฐานไว้มากแค่ไหน (ฟังก์ชันเก่า แนะนำใช้ Z.TEST แทน)
=ZTEST(array, x, [sigma])
อ้างอิงช่วงข้อมูลที่เลื่อนจากตำแหน่งเริ่มต้น สร้าง dynamic range ได้
คูณข้อมูลจากหลายช่วงแล้วรวมผลลัพธ์ รองรับเงื่อนไขซับซ้อนและการคำนวณมีเงื่อนไข