STDEV.S คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร n-1 เพื่อประมาณค่าของประชากรทั้งหมด
=STDEV.S(number1, [number2], ...)
=STDEV.S(number1, [number2], ...)
| Argument | Type | Required | Default | Description |
|---|---|---|---|---|
| number1 | Number/Range | Yes | ตัวเลขหรือช่วงที่ประกอบด้วยข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง (อย่างน้อย 2 ค่า) | |
| number2 | Number/Range | Optional | ตัวเลขหรือช่วงเพิ่มเติม (สูงสุด 254 อาร์กิวเมนต์) |
STDEV.S(85, 90, 78, 92, 88)=STDEV.S(85, 90, 78, 92, 88)
5.57
STDEV.S(A2:A11)=STDEV.S(A2:A11)
27.46
STDEV.S(B2:B20, D2:D20)=STDEV.S(B2:B20, D2:D20)
3.42
STDEV.S(C2:C11) และ =STDEV.P(C2:C11)=STDEV.S(C2:C11) และ =STDEV.P(C2:C11)
STDEV.S: 5.12 | STDEV.P: 4.85
STDEV.S ใช้สูตร n-1 สำหรับกลุ่มตัวอย่าง (เมื่อข้อมูลของคุณเป็นตัวแทนของประชากรที่ใหญ่กว่า) ส่วน STDEV.P ใช้สูตร n สำหรับประชากรทั้งหมด (เมื่อข้อมูล = ประชากรทั้งหมด) ค่าของ STDEV.S จะสูงกว่า STDEV.P สำหรับข้อมูลชุดเดียวกัน
อย่างน้อย 2 ค่า ถ้าใส่เพียง 1 ค่า จะเกิด #DIV/0! error เพราะไม่สามารถคำนวณความเบี่ยงเบนมาตรฐานได้
STDEV.S เพิกเฉยต่อเซลล์ว่างและข้อความในช่วงข้อมูล แต่จะนับค่าตัวเลขที่พิมพ์โดยตรงในอาร์กิวเมนต์ ถ้าต้องการนับค่า TRUE/FALSE เป็นตัวเลข ให้ใช้ STDEVA แทน
Excel 2016 ขึ้นไป รวม Excel 2019, 2021, 2024 และ Excel for Microsoft 365 (ทุกเวอร์ชัน)
STDEV.S ใช้วัดการกระจายตัวของข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งหมายความว่า ข้อมูลที่คุณมีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประชากรทั้งหมด เช่น คุณสำรวจความพึงพอใจของ 100 คนแต่ประชากรมี 1 ล้านคน
ที่ต้องระวังคือ STDEV.S จะข่มลงค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ใช้ n-1 ในตัวส่วน) เพื่อสร้างค่าประมาณที่ดีขึ้น ถ้าข้อมูลของคุณเป็นประชากรทั้งหมด ต้องใช้ STDEV.P แทน
ส่วนตัวผม แอบชอบฟังก์ชันนี้เพราะมันช่วยให้การวิเคราะห์ทางสถิติดูมืออาชีพขึ้น และสำคัญคือมันหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไปในการสำรวจที่มนุษย์ทำ