AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย
| อาร์กิวเมนต์ | ชนิด | คำอธิบาย |
|---|---|---|
| number1 | Number/Range | ตัวเลขแรก หรือช่วงเซลล์ที่ต้องการหาค่าเฉลี่ย (เช่น A1:A10) |
| [number2]ไม่บังคับ | Number/Range | ตัวเลขหรือช่วงเซลล์เพิ่มเติมที่ต้องการนำมารวมคำนวณ (ใส่ได้สูงสุด 255 ตัว) |
[ ] = อาร์กิวเมนต์ที่ไม่บังคับ
AVERAGE เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Arithmetic Mean) จากชุดข้อมูลตัวเลข แค่นำผลรวมของตัวเลขทั้งหมดหารด้วยจำนวนรายการ
ใช้ได้กับตัวเลขโดยตรง ช่วงเซลล์ หรืออาร์เรย์ก็ได้ครับ 😎
ที่ต้องระวังคือ… AVERAGE จะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขกับค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป
เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมค่าเฉลี่ยที่ได้ไม่ตรงกับที่คาด? 🤔
สาเหตุส่วนใหญ่มาจากความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่างครับ หลายคนคิดว่ามันเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย!
ตัวอย่างง่ายๆ: =AVERAGE(100, 0, 50) ได้ 50 เพราะ (100+0+50)/3
แต่ถ้าเป็นเซลล์ว่างแทน 0 จะได้ (100+50)/2 = 75 แทน 😅
ใช้ AVERAGE หาคะแนนประเมินเฉลี่ยจาก KPI หลายๆ ด้าน เพื่อตัดเกรด A, B, C
เก็บข้อมูลราคาสินค้าคู่แข่งหลายๆ เจ้า แล้วใช้ AVERAGE หาราคากลางเพื่อกำหนดกลยุทธ์ราคาของตัวเอง
นำคะแนน 4 วิชามารวมกัน (80+75+90+85 = 330) หารด้วย 4 ได้ค่าเฉลี่ย 82.5
ง่ายมากครับ แค่ใส่ตัวเลขเข้าไป AVERAGE จะคำนวณให้เลย
สมมติ A2:A5 มีค่า 100, ข้อความ "text", TRUE และ 50 — AVERAGE นับเฉพาะ 100 กับ 50 (รวม 150 / 2 = 75) เพราะข้อความและค่า TRUE ที่อยู่ในช่วงเซลล์ถูกเพิกเฉย
ข้อควรรู้: การเพิกเฉยนี้ใช้กับข้อความที่อยู่ในช่วงเซลล์เท่านั้น ถ้าพิมพ์ข้อความตรงๆ เช่น =AVERAGE(100,"text",TRUE,50) จะได้ #VALUE! เพราะข้อความที่พิมพ์ตรงคำนวณไม่ได้ 😎
0 นับเป็นตัวหาร! (100+0+50) / 3 = 50 แต่ถ้าเป็นเซลล์ว่างแทน 0 จะได้ (100+50) / 2 = 75
นี่คือกับดักที่หลายคนตกครับ 😅 เพราะ 0 กับเซลล์ว่างมันไม่เหมือนกัน ต้องระวังมากเลย
สมมติตาราง Sales มียอดขาย 10 รายการ รวม 125,000 บาท จะได้ค่าเฉลี่ย 12,500 บาทต่อรายการ
การใช้ Table reference แบบนี้ดีมากครับ เพราะถ้าเพิ่มข้อมูลใหม่ เดี๋ยวมันก็อัปเดตให้เอง ไม่ต้องมาแก้สูตร 💡
LARGE ดึงค่าสูงสุด 3 อันดับ (95, 92, 88) แล้ว AVERAGE คำนวณ (95+92+88) / 3 = 91.67
เทคนิคนี้เจ๋งมากครับ ใช้ได้เวลาอยากหาค่าเฉลี่ยของ Top Performer 😎
AGGREGATE(1, 6, …) หาค่าเฉลี่ยโดยข้าม Error และแถวที่ซ่อน ดีกว่า AVERAGE เมื่อข้อมูลมี #N/A หรือ #DIV/0! ปน
ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ตัวนี้แทน AVERAGE ถ้าข้อมูลมีโอกาส Error นะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งแก้ทีหลัง 💡
คำถามนี้เจอบ่อยมากครับ 😅
AVERAGE คิดเฉพาะตัวเลข ส่วน AVERAGEA จะนับข้อความและค่า FALSE เป็น 0 และนับ TRUE เป็น 1 ด้วย
ส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้ AVERAGE มากกว่า เพราะไม่อยากให้ข้อความมายุ่งกับการคำนวณ
เกิดจากในช่วงข้อมูลไม่มีตัวเลขเลย (มีแต่ข้อความหรือเซลล์ว่าง) ทำให้ตัวหารเป็น 0
เคยเจอแบบนี้มั้ยครับ? ผมเคยแบบนี้เยอะเลย 😂 แก้ได้โดยเช็คว่าในช่วงที่เราเลือกมีตัวเลขอยู่จริงๆ ไหม
ต้องใช้ฟังก์ชัน **AVERAGEIF** หรือ **AVERAGEIFS** แทนครับ เช่น =AVERAGEIF(Range, ">0")
AVERAGE มันไม่มีเงื่อนไขให้ครับ ถ้าอยากกรองข้อมูลก่อนหาค่าเฉลี่ย ต้องใช้ตัวที่มี IF ต่อท้าย
AVERAGE คือค่าเฉลี่ยเลขคณิต (ผลรวม ÷ จำนวน) ส่วน MEDIAN คือค่าตรงกลาง (ตัวที่อยู่ระหว่าง Max กับ Min)
ถ้าข้อมูลมี Outlier (ค่าผิดปกติ) เช่น เงินเดือน 10,000 20,000 30,000 1,000,000 บาท ตัวล้านนั่นมันจะทำให้ AVERAGE สูงผิดปกติ
กรณีนี้ MEDIAN จะแม่นยำกว่าครับ 💡
ได้ครับ เช่น =AVERAGE(-5, 0, 5) ได้ 0
AVERAGE คำนวณเลขลบเหมือนเลขบวกทั่วไป ไม่มีปัญหาอะไร
ไม่ใช่ AVERAGE โดยตรง แต่ใช้ **AGGREGATE(1, 6, Range)** เพื่อหาค่าเฉลี่ยโดยข้าม Error และค่าว่างเลยทีเดียว
ส่วนตัวผมใช้ AGGREGATE บ่อยมากครับ เพราะข้อมูลจริงมัก Error ปนอยู่เสมอ 😅
ฟังก์ชันที่ผู้เขียนโยงไว้กับ AVERAGE จัดกลุ่มตามหมวด · ชี้ที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง แล้วฟังก์ชันที่ใช้คู่กันจะมีจุดทอง
คำนวณค่าเฉลี่ยของ 'ส่วนเบี่ยงเบนสัมบูรณ์' (Average Absolute Deviation) คือดูว่าข้อมูลแต่ละตัวห่างจากค่าเฉลี่ยโดยรวมมากน้อยแค่ไหนโดยเฉลี่ย (ยิ่งมากแสดงว่าข้อมูลกระจายตัวสูง)
หาค่าเฉลี่ยคล้าย AVERAGE แต่ 'นับรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย' โดย TRUE=1, FALSE=0 และข้อความตรงที่พิมพ์เข้ามา=0 (AVERAGE ปกติจะข้ามพวกนี้ไปเลย)
AVERAGEIF จะหาค่าเฉลี่ยของตัวเลขในช่วงข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขเพียง 1 ข้อเท่านั้น เช่น หาคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่สอบผ่าน หรือหาเงินเดือนเฉลี่ยตามแผนก ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ AVERAGEPRODUCT หรือ Array Formula มาก
AVERAGEIFS คำนวณค่าเฉลี่ยเลขคณิตของเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขหลายข้อพร้อมกัน โดยใช้ AND Logic (ต้องตรงทุกเงื่อนไข) รองรับเงื่อนไขได้สูงสุด 127 คู่ สามารถใช้กับข้อความ ตัวเลข วันที่ และ wildcard characters ทุก criteria_range ต้องมีขนาดเท่ากับ average_range เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเจาะลึกตามหลายมิติ เช่น วิเคราะห์ยอดขายตามภูมิภาค สินค้า และช่วงเวลา หรือวิเคราะห์คะแนนตามห้อง เพศ และระดับคะแนน
CONFIDENCE.NORM คำนวณ margin of error สำหรับช่วงความเชื่อมั่นของค่าเฉลี่ยประชากร เมื่อทราบค่า standard deviation แบบ Normal Distribution (Z-Test)
CONFIDENCE.T คำนวณช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ของค่าเฉลี่ยประชากรโดยใช้การแจกแจงแบบ T-Distribution เหมาะสำหรับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก
COUNT นับเฉพาะเซลล์ที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) โดยเพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ ค่า Logic และ error values โดยอัตโนมัติ รวมถึงตัวเลขลบ เปอร์เซ็นต์ วันที่ เวลา เศษส่วน และผลลัพธ์จากสูตรที่คืนค่าเป็นตัวเลข ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะนับข้อมูลผิดถ้ามีข้อความปนอยู่ในช่วง
GEOMEAN หาค่าเฉลี่ยเรขาคณิต (Geometric Mean) ของชุดข้อมูล ใช้ได้ดีกับข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เช่น อัตราการเติบโต ผลตอบแทน หรือความเสี่ยง
GROUPBY เป็นฟังก์ชันใหม่ใน Excel 365 ที่ใช้จัดกลุ่มข้อมูลและคำนวณผลสรุป (เช่น SUM, COUNT, AVERAGE) ตามกลุ่มนั้นๆ คล้ายกับการทำงานของ Pivot Table แต่ยืดหยุ่นกว่าเพราะเป็นสูตร สามารถกำหนดหัวตาราง ผลรวมย่อย และการเรียงลำดับได้ในตัว
ฟังก์ชัน HARMEAN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าเฉลี่ยฮาร์โมนิก (Harmonic Mean) ของชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งเหมาะสำหรับหาค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน เช่น ความเร็วเฉลี่ย อัตราผลตอบแทน หรือกำลังโหลด
MAXA หาค่าสูงสุดของรายการ โดยนับรวมข้อความ (=0) และค่าตรรกะ (TRUE=1, FALSE=0) ต่างจาก MAX ที่ไม่รู้จักค่าเหล่านี้
MEDIAN คืนค่าที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางของชุดข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว หากมีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคี่ จะได้ค่าตรงกลางพอดี แต่ถ้าเป็นเลขคู่ จะนำ 2 ค่าตรงกลางมาหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับหาค่ากลางของข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง (Outliers) ปะปนอยู่ (เช่น เงินเดือน หรือราคาบ้าน)
MODE.SNGL หาค่าฐานนิยม คือค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล จะส่งกลับค่าเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีค่าซ้ำเลยจะ #N/A
PROB คำนวณความน่าจะเป็นที่ค่าสุ่มจะตกอยู่ในช่วงที่คุณระบุ โดยใช้ชุดค่าและความน่าจะเป็นของแต่ละค่า
SKEW คำนวณค่าความเบ้ (Skewness) ของข้อมูล ซึ่งบอกว่าการแจกแจงเบ้ไปทางไหน ค่าบวก = เบ้ขวา ค่าลบ = เบ้ซ้าย ค่าศูนย์ = สมมาตร
SKEW.P ใช้คำนวณค่าความเบ้ของการแจกแจงข้อมูลทั้งหมด (ประชากร) ต่างจาก SKEW ที่คำนวณจากข้อมูลตัวอย่าง
STANDARDIZE คำนวณค่า Z-Score ซึ่งแสดงว่าค่านั้นอยู่ห่างจากค่าเฉลี่ยกี่เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้ในการทำให้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อยู่บนสเกลเดียวกันได้
STDEVA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่มตัวอย่าง โดย 'รวม' ข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (ส่วน STDEV.S จะข้ามข้อความไป)
STDEVPA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรทั้งหมด โดยจะรวมข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (Text = 0, TRUE = 1, FALSE = 0) ต่างจาก STDEV.P ที่จะไม่นับข้อความและตรรกะ
AGGREGATE เป็นฟังก์ชันสารพัดประโยชน์ที่รวม 19 ฟังก์ชันต่างๆ (SUM, AVERAGE, COUNT, MAX, MIN ฯลฯ) แต่มีความสามารถพิเศษคือ สามารถข้าม Error ได้ และข้ามแถวที่ถูกซ่อน (Hidden Rows) ได้ เหมาะสำหรับ Dashboard, รายงาน หรือข้อมูลที่อาจมีช่องว่างและข้อมูลผิดพลาด
SUBTOTAL คำนวณผลรวมย่อยหรือสถิติอื่นๆ ที่สามารถ "ตัดแถวซ่อนออก" ได้อัตโนมัติ ต่างจาก SUM ที่รวมทุกอย่าง
ฟังก์ชันเก่าที่หาค่าความน่าจะเป็นสะสมของการแจกแจงแบบเบตา บาง Excel เวอร์ชันเก่ามีเฉพาะฟังก์ชันนี้ ส่วน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ BETA.DIST แทน
MODE คืนค่าตัวเลขที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในกลุ่มข้อมูล หากมีค่าที่ความถี่สูงสุดเท่ากันหลายค่า MODE จะคืนค่าตัวแรกที่พบ และถ้าไม่มีค่าซ้ำกันเลย จะคืนค่า #N/A (ใน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ MODE.SNGL หรือ MODE.MULT แทน)
แปลงตัวเลขจากหน่วยวัดหนึ่งไปยังอีกหน่วยหนึ่ง เช่น เมตร เป็น ฟุต, องศาเซลเซียส เป็น ฟาเรนไฮต์, กิโลกรัม เป็น ปอนด์
หาค่าเฉลี่ยโดยตัดค่าหัวท้ายออกตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด เหมาะสำหรับข้อมูลที่มี Outliers
VAR.S ใช้หาค่าความแปรปรวน (Variance) ของกลุ่มตัวอย่าง เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรใหญ่
VARA ใช้คำนวณความแปรปรวน (variance) ของกลุ่มตัวอย่าง โดยจะนับข้อความเป็น 0 และ TRUE เป็น 1 ซึ่งต่างจาก VAR.S ที่จะข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป
ฟังก์ชันทางสถิติที่คำนวณค่า P-value สำหรับการทดสอบ Z-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยประชากรที่สมมติหรือไม่
SUM รวมเฉพาะข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) เท่านั้น ไม่สนใจข้อความและค่า Logic ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะรวมข้อมูลผิดถ้ามีข้อความปนอยู่ในช่วง รองรับสูงสุด 255 พารามิเตอร์ และอัปเดตอัตโนมัติเมื่อข้อมูลเปลี่ยน เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยที่สุดในงาน Excel
SUMSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของตัวเลข ใช้บ่อยในการวิเคราะห์สถิติและค่าคลาดเคลื่อน
SUMXMY2 หาผลรวมของกำลังสองของผลต่าง (Sum of Squares of Differences) ระหว่างสองชุดข้อมูล คำนวณ SUM((x-y)^2) ได้อย่างคล่องแคล่ว
Comments
อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่