Thep Excel

54 functions

ฟังก์ชัน BESSELJ ใช้คำนวณค่าฟังก์ชัน Bessel ชนิดที่ 1 (Jn) ซึ่งเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์การสั่นสะเทือน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และปัญหาทางวิศวกรรมที่มีสมมาตรทรงกระบอก

Syntax
=BESSELJ(x, n)

BESSELK ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Modified Bessel Kn(x) ชนิดที่ 2 (Basset function) ใช้ในการแก้ปัญหาวิศวกรรมและคณิตศาสตร์ประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์

Syntax
=BESSELK(x, n)

เลื่อนบิตไปทางซ้ายของตัวเลข ซึ่งเทียบเท่ากับการคูณด้วย 2 สำหรับแต่ละการเลื่อน เป็นการดำเนินการแบบ bitwise ที่ใช้ในการคำนวณและการประมวลผลบิต

Syntax
=BITLSHIFT(number, shift_amount)

ฟังก์ชัน BITOR ใช้สำหรับหาค่า Bitwise OR ของตัวเลขสองจำนวน โดยผลลัพธ์จะเป็น 1 เมื่อบิตใดบิตหนึ่งเป็น 1 ส่วน 0 เมื่อบิตทั้งสองเป็น 0

Syntax
=BITOR(number1, number2)

เลื่อนบิตตัวเลขไปทางขวา โดยการเลื่อน 1 ครั้งเท่ากับหารด้วย 2 แล้วปัดเศษทิ้ง ใช้สำหรับการดำเนินการบิตเวลจำนวนเต็ม

Syntax
=BITRSHIFT(number, shift_amount)

เปรียบเทียบบิตของตัวเลขสองจำนวน ถ้าบิตต่างกันได้ 1 ถ้าเหมือนได้ 0 ใช้สำหรับงานจัดการบิต ตรวจสอบความต่าง และ toggle ค่า

Syntax
=BITXOR(number1, number2)

แปลงตัวเลขทศนิยม (ฐาน 10) เป็นตัวเลขฐานสอง (ฐาน 2) สำหรับการทำงานกับระบบเลขฐานสองที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมและอิเล็กทรอนิกส์

Syntax
=DEC2BIN(number, [places])

ฟังก์ชัน DEC2HEX ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสิบ (Decimal) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ซึ่งมักใช้ในการเขียนโปรแกรม การกำหนดสีในเว็บ (RGB/Hex code) และระบบคอมพิวเตอร์.

Syntax
=DEC2HEX(number, [places])

ฟังก์ชัน DEC2OCT ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสิบ (Decimal) ที่ระบุให้เป็นเลขฐานแปด (Octal) มีประโยชน์ในการทำงานกับการคำนวณที่เกี่ยวข้องกับระบบเลขฐานต่างๆ เช่น ในด้านคอมพิวเตอร์หรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล.

Syntax
=DEC2OCT(number, [places])

ฟังก์ชัน ERF.PRECISE ใช้คำนวณค่า Error Function ที่บูรณาการตั้งแต่ 0 ถึงค่าที่ระบุ ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและฟิสิกส์ โดยเป็นรุ่นที่แม่นยำกว่าของ ERF().

Syntax
=ERF.PRECISE(lower_limit)

ฟังก์ชัน IMPOWER ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าจำนวนเชิงซ้อนที่ถูกยกกำลังด้วยเลขจำนวนเต็มที่ระบุ โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ เหมาะสำหรับใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.

Syntax
=IMPOWER(inumber, number)

ฟังก์ชัน IMSUB ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณผลต่างของจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ของการลบ เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิศวกรรม ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.

Syntax
=IMSUB(inumber1, inumber2)

IMSUM ใช้บวกจำนวนเชิงซ้อน (complex number) หลายจำนวนที่อยู่ในรูปข้อความ เช่น "3+4i" หรือ "5-2i" เหมาะกับงานวิศวกรรม/ไฟฟ้า/สัญญาณ ที่ต้องคำนวณจำนวนเชิงซ้อนในตาราง Excel

Syntax
=IMSUM(inumber1, [inumber2], ...)