Thep Excel

511 functions

TBILLYIELD คำนวณผลตอบแทน (Yield) ของตั๋วเงินคลังในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยอ้างอิงจากวันซื้อ วันครบกำหนด และราคาซื้อ

Syntax
=TBILLYIELD(settlement, maturity, pr)

ฟังก์ชัน TDIST ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Student's t-distribution ซึ่งมักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติเมื่อขนาดตัวอย่างมีน้อยและไม่ทราบค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย T.DIST และ T.DIST.2T.

Syntax
=TDIST(x, deg_freedom, tails)

TEXT ใช้รหัสรูปแบบ (Format Codes) เช่น "dd/mm/yyyy" สำหรับวันที่ หรือ "#,##0.00" สำหรับตัวเลขมีทศนิยม ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นข้อความ (Text) เสมอ ไม่สามารถนำไปคำนวณต่อได้

Syntax
=TEXT(value, format_text)

TEXTAFTER ดึงข้อความหลังจากตัวคั่นที่ระบุ รองรับการเลือกลำดับตัวคั่น (instance_num) การค้นหาแบบ case-insensitive (match_mode) และค่า default เมื่อไม่พบ (if_not_found) ทำให้แยกข้อมูลได้ง่ายกว่า MID+FIND ใช้คู่กับ TEXTBEFORE TEXTSPLIT

Syntax
=TEXTAFTER(text, delimiter, [instance_num], [match_mode], [match_end], [if_not_found])

TEXTBEFORE ดึงข้อความก่อนหน้าตัวคั่นที่ระบุ รองรับการเลือกลำดับตัวคั่น (instance_num) การค้นหาแบบ case-insensitive (match_mode) และค่า default เมื่อไม่พบ (if_not_found) ทำให้แยกข้อมูลได้ง่ายกว่า LEFT+FIND ใช้คู่กับ TEXTAFTER TEXTSPLIT

Syntax
=TEXTBEFORE(text, delimiter, [instance_num], [match_mode], [match_end], [if_not_found])

TEXTJOIN ช่วยรวมข้อความจากหลายแหล่งเข้าด้วยกันเป็นข้อความเดียว โดยมีตัวคั่นคั่นระหว่างข้อความแต่ละส่วน เช่น คอมม่า เครื่องหมายขีด หรือการขึ้นบรรทัดใหม่.สามารถนำมาใช้กับข้อความที่อยู่ในเซลล์เดี่ยวๆ หรือช่วงเซลล์ (Range) ก็ได้ และสามารถเลือกข้ามเซลล์ว่างได้ด้วยพารามิเตอร์ ignore_empty ทำให้ไม่ต้องมาจัดการเซลล์ว่างด้วยตนเอง 💡

Syntax
=TEXTJOIN(delimiter, ignore_empty, text1, [text2], ...)

TEXTSPLIT เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ช่วยแยกข้อความในเซลล์ออกเป็นอาร์เรย์ของค่า (Spill) ตามตัวคั่นที่ระบุ สามารถแยกข้อมูลออกไปทางขวา (คอลัมน์) หรือลงด้านล่าง (แถว) หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน เหมาะสำหรับการจัดการข้อมูลนำเข้าที่รวมกันอยู่ในเซลล์เดียว

Syntax
=TEXTSPLIT(text, col_delimiter, [row_delimiter], [ignore_empty], [match_mode], [pad_with])

TIME สร้างค่าเวลา (Time Serial) จากส่วนประกอบ ชั่วโมง นาที และวินาที แตกต่างจาก TIMEVALUE ที่อ่านเวลาจากข้อความ TIME ใช้ตัวเลขแยกจากกัน มีประโยชน์สำหรับการสร้างเวลาแบบไดนามิก

Syntax
=TIME(hour, minute, second)

TOCOL ช่วย "ตบ" ข้อมูลจากตารางหลายมิติให้มาเรียงต่อกันเป็นคอลัมน์เดียว สามารถเลือกวิธีเรียงลำดับได้ว่าจะอ่านจากซ้ายไปขวา (ทีละแถว) หรือบนลงล่าง (ทีละคอลัมน์) และยังมี Option ให้กรองช่องว่างหรือ Error ทิ้งไปโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับการเตรียมข้อมูล (Data Preparation)

Syntax
=TOCOL(array, [ignore], [scan_by_column])

TODAY คืนค่า Serial Number ของวันที่ปัจจุบันตามเวลาของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเวลาจะเป็น 0:00:00 เสมอ.ที่เจ๋งคือฟังก์ชันนี้เป็นประเภท Volatile ที่จะคำนวณใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในชีท ที่ต้องระวังคือไม่เหมาะกับการบันทึกวันที่ทำรายการ (Transaction Date) ที่ต้องการให้คงที่ครับ เพราะมันจะเปลี่ยนทุกครั้งที่เปิดไฟล์

Syntax
=TODAY()

TOROW ช่วยแปลงข้อมูลจากตารางหลายมิติให้มาเรียงต่อกันเป็นแถวเดียว (แนวนอน) สามารถเลือกวิธีเรียงลำดับได้ว่าจะอ่านจากซ้ายไปขวา (ทีละแถว) หรือบนลงล่าง (ทีละคอลัมน์) และเลือกข้ามช่องว่างหรือ Error ได้เหมือน TOCOL

Syntax
=TOROW(array, [ignore], [scan_by_column])

TREND ใช้หา linear regression line (เส้นตรงที่ลดความเบี่ยงเบนของข้อมูล) เพื่อพยากรณ์ค่า Y ในอนาคตจากข้อมูลเดิม หรือสร้างค่า fitted line สำหรับกราฟแนวโน้ม

Syntax
=TREND(known_y's, [known_x's], [new_x's], [const])

TRIM ลบช่องว่างที่ด้านหน้า ด้านหลัง และลดช่องว่างระหว่างคำให้เหลือเพียงเคาะเดียว เหมาะสำหรับทำความสะอาดข้อมูลที่ Copy จากเว็บหรือระบบอื่น

Syntax
=TRIM(text)

TRUE คืนค่าบูลีน TRUE ซึ่งมีค่าตัวเลขเท่ากับ 1 ใช้เป็น fundamental building block ในการสร้าง logical formulas ร่วมกับ IF, AND, OR, NOT.ใน Excel สมัยใหม่สามารถพิมพ์ TRUE โดยตรงได้โดยไม่ต้องใช้ =TRUE() ทั้งสองวิธีให้ผลเหมือนกัน.ที่เจ๋งคือฟังก์ชันนี้มีประโยชน์สำหรับการนับจำนวนเงื่อนไขที่เป็นจริง การแปลง Boolean เป็นตัวเลข และการสร้าง formula switches นะครับ

Syntax
=TRUE()

UNIQUE เป็น Dynamic Array Function ที่คืนค่าที่ไม่ซ้ำจาก Array โดยสามารถตรวจซ้ำตามแถวหรือคอลัมน์ (by_col) และเลือกคืนเฉพาะค่าที่พบครั้งเดียว (exactly_once) ผลลัพธ์เป็น Spill Range ที่อัปเดตอัตโนมัติ ใช้ร่วมกับ SORT FILTER COUNTIF เพื่อสร้างรายงานไดนามิกและ dropdown ที่อัปเดตเอง

Syntax
=UNIQUE(array, [by_col], [exactly_once])

UPPER เปลี่ยนข้อความให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (เช่น "excel" -> "EXCEL") มักใช้ในการจัดรูปแบบข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนนำไปเปรียบเทียบหรือค้นหา (Lookup)

Syntax
=UPPER(text)

VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า

Syntax
=VAR(number1, [number2], ...)

VARA ใช้คำนวณความแปรปรวน (variance) ของกลุ่มตัวอย่าง โดยจะนับข้อความเป็น 0 และ TRUE เป็น 1 ซึ่งต่างจาก VAR.S ที่จะข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป

Syntax
=VARA(value1, [value2], ...)

VARPA คำนวณความแปรปรวน (Variance) ของประชากรทั้งหมด โดยรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย นั่นคือข้อความจะนับเป็น 0 TRUE เป็น 1 FALSE เป็น 0

Syntax
=VARPA(value1, [value2], ...)

VDB คำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์สำหรับงวดใดๆ ที่ระบุ รวมทั้งงวดบางส่วน โดยใช้วิธี Double-Declining Balance หรือวิธีอื่นๆ ที่คุณกำหนด

Syntax
=VDB(cost, salvage, life, start_period, end_period, [factor], [no_switch])

VLOOKUP เป็นฟังก์ชันค้นหาแนวตั้งที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Excel โดยค้นหาค่าที่ต้องการในคอลัมน์ซ้ายสุดของตาราง จากนั้นดึงข้อมูลจากคอลัมน์ที่ระบุในแถวเดียวกัน รองรับทั้งการค้นหาแบบตรงทุกตัวอักษร (Exact Match) และแบบประมาณค่า (Approximate Match) สำหรับข้อมูลที่เรียงลำดับ ข้อจำกัดหลักคือต้องค้นหาจากคอลัมน์ซ้ายสุดเท่านั้น ไม่สามารถดึงข้อมูลจากด้านซ้ายของคอลัมน์ค้นหาได้

Syntax
=VLOOKUP(lookup_value, table_array, col_index_num, [range_lookup])

VSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวตั้ง (ต่อท้ายลงไปด้านล่าง) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนคอลัมน์ไม่เท่ากัน VSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ

Syntax
=VSTACK(array1, [array2], ...)

WEBSERVICE ส่งคำขอ GET ไปยัง URL ของ web service (API) บนอินเทอร์เน็ตหรือ Intranet และส่งกลับข้อมูลที่ได้รับ ใช้เพื่อดึงข้อมูลแบบ real-time เช่น ราคาหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน ข้อมูลสภาพอากาศ โดยปกติใช้ร่วมกับ FILTERXML เพื่อแยกข้อมูลที่ต้องการจากผลลัพธ์ XML และกับ ENCODEURL เพื่อเข้ารหัส URL ให้ปลอดภัย

Syntax
=WEBSERVICE(url)

WEEKDAY คืนค่าตัวเลข 1 ถึง 7 ซึ่งแทนวันในสัปดาห์ โดยเราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้วันไหนเป็นวันแรกของสัปดาห์ (return_type) ค่าเริ่มต้นคือ วันอาทิตย์ = 1 แต่ที่นิยมใช้ในไทยมักจะเป็นแบบ วันจันทร์ = 1

Syntax
=WEEKDAY(serial_number, [return_type])

WEEKNUM คืนค่าหมายเลขสัปดาห์ของปี (1-54) นับจากวันที่ 1 ม.ค. เป็นสัปดาห์ที่ 1 รองรับการเลือกวันเริ่มต้นสัปดาห์ด้วย return_type ใช้จัดกลุ่มข้อมูลตามสัปดาห์หรือสร้างรายงานรายสัปดาห์

Syntax
=WEEKNUM(serial_number, [return_type])

ฟังก์ชัน WEIBULL ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Weibull (Weibull Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้พารามิเตอร์ Alpha และ Beta ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย WEIBULL.DIST.

Syntax
=WEIBULL(x, alpha, beta, cumulative)

WORKDAY คำนวณวันที่ทำงานที่อยู่ถัดไป/ย้อนหลังจากวันที่เริ่มต้น โดยหักวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) และวันหยุดพิเศษที่ระบุออก

Syntax
=WORKDAY(start_date, days, [holidays])

คำนวณหาวันที่หลังจากนับไป n วันทำการ โดยสามารถกำหนดว่าวันไหนเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ (เหมาะสำหรับการค้นหาวันกำหนด deadline, วันนัดหมาย, วันส่งมอบสินค้า ในประเทศต่างๆ ที่มีวันทำงานแตกต่างกัน) รองรับทั้งรูปแบบตัวเลข (1-7, 11-17) และรูปแบบข้อความ (7 ตัวอักษร) สำหรับความยืดหยุ่นสูงสุด

Syntax
=WORKDAY.INTL(start_date, days, [weekend], [holidays])

WRAPCOLS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากบนลงล่างในแต่ละคอลัมน์ เมื่อครบ wrap_count แถวจะขึ้นคอลัมน์ใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPROWS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล

Syntax
=WRAPCOLS(vector, wrap_count, [pad_with])

WRAPROWS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากซ้ายไปขวาในแต่ละแถว เมื่อครบ wrap_count คอลัมน์จะขึ้นแถวใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPCOLS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล

Syntax
=WRAPROWS(vector, wrap_count, [pad_with])

XIRR ใช้คำนวณอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) สำหรับกระแสเงินสดที่ไม่เป็นงวด ต่างจาก IRR ที่ต้องการการชำระเงินเป็นงวดสม่ำเสมอ

Syntax
=XIRR(values, dates, [guess])

ฟังก์ชัน XLOOKUP ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลในตารางทั้งแนวตั้งและแนวนอน มีความยืดหยุ่นสูงกว่า VLOOKUP โดยสามารถค้นหาจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย และกำหนดค่าเริ่มต้นเมื่อไม่พบข้อมูลได้

Syntax
=XLOOKUP(lookup_value, lookup_array, return_array, [if_not_found], [match_mode], [search_mode])

XMATCH คืนค่าตำแหน่งของข้อมูลที่ค้นหาในช่วงหรืออาร์เรย์ ถือเป็นฟังก์ชันรุ่นใหม่ที่ Microsoft พัฒนามาแก้จุดอ่อนของ MATCH โดยเฉพาะเรื่องค่า Default ที่เป็น Exact Match แทน Approximate Match ทำให้ใช้ง่ายและปลอดภัยกว่ามาก นอกจากนี้ยังรองรับการค้นหาย้อนกลับ Binary Search สำหรับข้อมูลขนาดใหญ่ และการค้นหาแบบ Wildcard ทำให้ยืดหยุ่นกว่า MATCH เดิมหลายเท่า

Syntax
=XMATCH(lookup_value, lookup_array, [match_mode], [search_mode])