Thep Excel

อธิบาย Functions ทั้งหมด

ค้นหาและเรียนรู้ Functions ที่ครอบคลุมสำหรับ Excel, Power Query, DAX, และ Google Sheets

511 functions

CALL เรียกใช้ฟังก์ชันหรือโปรแกรมที่อยู่ในไลบรารี DLL หรือทรัพยากรโค้ด สามารถใช้กับ register ID ที่ได้จากฟังก์ชัน REGISTER หรือ REGISTER.ID หรือสามารถระบุโมดูล ชื่อฟังก์ชัน และประเภทข้อมูลโดยตรง เฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่มีความรู้เพิ่มเติม เพราะการใช้ไม่ถูกต้องอาจทำให้ต้องรีสตาร์ท Windows

Syntax
=CALL(register_id,[argument1],[argument2],...)

CHISQ.INV ค้นหาค่าตัวแปร X ที่ทำให้พื้นที่ใต้เส้นโค้งของการแจกแจง Chi-squared ทางท้ายซ้ายเท่ากับความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการวิเคราะห์สถิติเพื่อการทดสอบสมมติฐาน

Syntax
=CHISQ.INV(probability, deg_freedom)

CHISQ.INV.RT ใช้หาค่าวิกฤต (critical value) ของการแจกแจงแบบ Chi-squared ทางหางขวา โดยให้ความน่าจะเป็นและองศาอิสระ มักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ

Syntax
=CHISQ.INV.RT(probability, deg_freedom)

CHOOSE เลือกค่าจากรายการค่าตามหมายเลขลำดับที่ระบุ เป็นเหมือนการเลือกรายการจากเมนู ส่งคืนค่าที่ตำแหน่งที่กำหนด มีประโยชน์ในการสร้างสูตรแบบเลือกตามเงื่อนไข

Syntax
=CHOOSE(index_num, value1, [value2], ...)

CHOOSECOLS ใช้ดึงคอลัมน์ที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับคอลัมน์ สามารถดึงได้หลายคอลัมน์พร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำคอลัมน์เดิมได้ รองรับการนับคอลัมน์จากขวาสุดโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือคอลัมน์ขวาสุด)

Syntax
=CHOOSECOLS(array, col_num1, [col_num2], ...)

CHOOSEROWS ใช้ดึงแถวที่ต้องการจากตารางหรือ Array โดยระบุเลขลำดับแถว สามารถดึงได้หลายแถวพร้อมกัน จัดลำดับใหม่ หรือทำซ้ำแถวเดิมได้ รองรับการนับแถวจากล่างขึ้นบนโดยใช้เลขลบ (เช่น -1 คือแถวสุดท้าย)

Syntax
=CHOOSEROWS(array, row_num1, [row_num2], ...)

COLUMN ส่งคืนหมายเลขคอลัมน์ (Column Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขคอลัมน์ 1, 2, 3… (A=1, B=2 เป็นต้น) มีประโยชน์ในการระบุตำแหน่งคอลัมน์แบบไดนามิก

Syntax
=COLUMN([reference])

CONCAT รวมข้อความจากหลายเซลล์ หรือช่วงข้อมูลเข้าด้วยกัน โดยไม่มีตัวคั่นอัตโนมัติ ต่างจาก CONCATENATE ที่ต้องระบุทีละเซลล์ CONCAT ใช้ได้กับช่วง Range ทำให้การรวมข้อมูลขนาดใหญ่ง่ายกว่า

Syntax
=CONCAT(text1, [text2], ...)

CONCATENATE เป็นฟังก์ชันแบบเก่าที่ใช้นำข้อความ ตัวเลข หรือค่าจากเซลล์ต่างๆ มาต่อกันให้เป็นข้อความยาวๆ เพียงเส้นเดียว ปัจจุบันสามารถใช้เครื่องหมาย & หรือฟังก์ชัน CONCAT/TEXTJOIN ซึ่งสะดวกกว่าได้

Syntax
=CONCATENATE(text1, [text2], ...)

ฟังก์ชัน CONFIDENCE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับค่าเฉลี่ยประชากร โดยใช้การแจกแจงแบบปกติ เป็นฟังก์ชันเวอร์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย CONFIDENCE.NORM และ CONFIDENCE.T เพื่อความแม่นยำและยืดหยุ่นที่สูงขึ้น.

Syntax
=CONFIDENCE(alpha, standard_dev, size)

CONFIDENCE.T คำนวณช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ของค่าเฉลี่ยประชากรโดยใช้การแจกแจงแบบ T-Distribution เหมาะสำหรับกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก

Syntax
=CONFIDENCE.T(alpha, standard_dev, size)

COPILOT เป็นฟังก์ชันแรกใน Excel ที่ใช้ AI (GPT-4.1-mini) ประมวลผลข้อมูลและสร้างข้อความตามคำสั่งที่กำหนด เหมาะสำหรับสรุปข้อมูล จัดหมวดหมู่ และสร้าง content อัตโนมัติ

Syntax
=COPILOT(prompt_part1, [context1], [prompt_part2], [context2], ...)

CORREL หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด ผลลัพธ์เป็น -1 ถึง 1 บอกให้เห็นว่าข้อมูลทั้งสองไปทางเดียวกันหรือสวนทางกัน

Syntax
=CORREL(array1, array2)

คำนวณค่า Hyperbolic Cosine (ไฮเพอร์โบลิก โคไซน์) ของตัวเลขที่ระบุ ซึ่งเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

Syntax
=COSH(number)

คำนวณค่า Cotangent ของมุมที่ระบุเป็นเรเดียน โดยเป็นส่วนกลับของ Tangent (COT = 1/TAN = COS/SIN) ใช้ในการแก้ปัญหาทางตรีโกณมิติและงานวิศวกรรม

Syntax
=COT(number)

ฟังก์ชัน COTH คำนวณค่า Hyperbolic Cotangent (ค่าส่วนกลับของ TANH) สำหรับตัวเลขที่กำหนด โดยใช้สูตร COTH(x) = 1/TANH(x) ซึ่งเป็นฟังก์ชันคณิตศาสตร์ขั้นสูงใช้ในงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม

Syntax
=COTH(number)

COUNT นับเฉพาะเซลล์ที่มี Data Type เป็นตัวเลข (Number) รวมถึงตัวเลขลบ เปอร์เซ็นต์ วันที่ เวลา เศษส่วน และผลลัพธ์จากสูตรที่คืนค่าเป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ ค่า Logic และ error values โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะนับข้อมูลผิดถ้ามีข้อความปนอยู่ในช่วง

Syntax
=COUNT(value1, [value2], ...)

COUNTA นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อมูลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข ข้อความ ค่า Logic (TRUE/FALSE) Error Values หรือแม้แต่ข้อความว่าง ("") ที่เกิดจากสูตร.เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล หรือนับจำนวนรายการโดยไม่สนใจว่าข้อมูลจะเป็น Data Type ใดก็ตาม

Syntax
=COUNTA(value1, [value2], ...)

COUNTIF ใช้นับจำนวนเซลล์ที่ตรงตามเงื่อนไขเดียว รองรับเงื่อนไขทั้งตัวเลข ข้อความ และการใช้ Wildcard (*, ?) สำหรับค้นหาแบบ pattern matching ไม่สนใจตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่ (case-insensitive) ข้อจำกัด: criteria ห้ามยาวเกิน 255 ตัวอักษร

Syntax
=COUNTIF(range, criteria)

COUNTIFS นับจำนวนเซลล์ที่ตรงกับหลายเงื่อนไขพร้อมกัน โดยใช้ AND logic หมายความว่าเงื่อนไขทุกข้อต้องเป็นจริงถึงจะนับ ซึ่งต่างจาก COUNTIF ที่มีได้แค่เงื่อนไขเดียว.ข้อดีคือรองรับได้ถึง 127 คู่ criteria_range/criteria ทำให้วิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับ wildcard characters (* แทนตัวอักษรกี่ตัวก็ได้, ? แทนตัวอักษรหนึ่งตัว) และ operators (>, =, <=, ) สำหรับเปรียบเทียบตัวเลขและวันที่.ที่ต้องระวังคือ criteria_range ทุกตัวต้องมีขนาดเท่ากันทุกประการ (rows × columns) มิฉะนั้นจะเกิด #VALUE! error ทันที COUNTIFS เป็นส่วนหนึ่งของ IFS family (SUMIFS, AVERAGEIFS, MAXIFS, MINIFS) ที่มี syntax คล้ายกัน เหมาะมากสำหรับสร้าง dashboard แบบ real-time และวิเคราะห์ KPI หลายมิติ

Syntax
=COUNTIFS(criteria_range1, criteria1, [criteria_range2, criteria2], ...)

COUPDAYBS คำนวณจำนวนวันตั้งแต่วันเริ่มต้นงวดดอกเบี้ยจนถึงวันที่ซื้อขายพันธบัตร (settlement date) ใช้สำหรับคำนวณดอกเบี้ยค้างรับในการซื้อขายพันธบัตร

Syntax
=COUPDAYBS(settlement, maturity, frequency, [basis])

COUPDAYSNC ใช้คำนวณจำนวนวันตั้งแต่วันชำระราคา (settlement) จนถึงวันจ่ายดอกเบี้ยถัดไป (next coupon date) สำหรับพันธบัตรหรือหลักทรัพย์อื่น ๆ

Syntax
=COUPDAYSNC(settlement, maturity, frequency, [basis])

COUPNUM นับจำนวนงวดดอกเบี้ย (coupon) ที่เหลือระหว่างวันซื้อพันธบัตรกับวันครบกำหนด ใช้สำหรับวิเคราะห์ลงทุนพันธบัตร

Syntax
=COUPNUM(settlement, maturity, frequency, [basis])

ฟังก์ชัน COVARIANCE.P ใช้คำนวณความแปรปรวนร่วมของประชากร (Population Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์ระหว่างสองชุดข้อมูล โดยผลลัพธ์บวกแสดงว่าข้อมูลเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ลบแสดงว่าเคลื่อนไหวสวนทางกัน

Syntax
=COVARIANCE.P(array1, array2)

COVARIANCE.S คำนวณความแปรปรวนร่วมของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Covariance) ซึ่งวัดความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างชุดข้อมูลสองชุด โดยใช้ตัวหาร n-1 สำหรับการประมาณค่าประชากร

Syntax
=COVARIANCE.S(array1, array2)