Thep Excel

481 functions

HLOOKUP ค้นหาข้อมูลจากแถวแรกของตาราง แล้วคืนค่าจากแถวที่ระบุ ตรงข้ามกับ VLOOKUP ที่ค้นหาแนวตั้ง เหมาะสำหรับตารางที่หัวข้อมูลเรียงแบบแนวนอน

Syntax
=HLOOKUP(lookup_value, table_array, row_index_num, [range_lookup])

HYPGEOM.DIST หาความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบไฮเพอร์จีโอเมทริก ใช้สำหรับสถานการณ์การสุ่มตัวอย่างจากประชากรจำกัดโดยไม่มีการใส่คืน

Syntax
=HYPGEOM.DIST(sample_s, number_sample, population_s, number_pop, cumulative)

ฟังก์ชันเก่าที่คำนวณความน่าจะเป็นของการสุ่มตัวอย่างจากประชากรจำกัด โดยไม่มีการใส่คืน (Legacy function แนะนำให้ใช้ HYPGEOM.DIST แทน)

Syntax
=HYPGEOMDIST(sample_s, number_sample, population_s, number_pop)

IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข

Syntax
=IF(logical_test, value_if_true, [value_if_false])

IFERROR ช่วยดักจับ Error ทุกประเภทที่เกิดขึ้นในสูตร (#N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, #NULL!) แล้วเปลี่ยนเป็นค่าที่เราต้องการแทน.ที่เจ๋งคือมันช่วยให้รายงานและ Dashboard ดูสะอาด ไม่มี Error แสดงให้ผู้ใช้งานเห็น โดยถ้าสูตรไม่มี Error ก็จะ return ผลลัพธ์ปกติ.ส่วนตัวผมคิดว่าฟังก์ชันนี้เป็น "ตัวช่วยมหาเทพ" สำหรับคนทำรายงานเลยครับ 😎

Syntax
=IFERROR(value, value_if_error)

IFNA เป็นฟังก์ชันที่ช่วยจัดการ #N/A errors โดยแทนค่าเป็นข้อความหรือค่าอื่นที่คุณกำหนด เหมาะสำหรับการค้นหาข้อมูลที่อาจไม่พบผลลัพธ์

Syntax
=IFNA(value, value_if_na)

IFS ทดสอบหลายเงื่อนไขตามลำดับที่กำหนด และคืนค่าของเงื่อนไขแรกที่เป็น TRUE แล้วหยุดทำงานทันที โครงสร้างเป็นคู่ (เงื่อนไข, ผลลัพธ์) ซ้ำได้สูงสุด 127 คู่ ทำให้อ่านและเขียนง่ายกว่า Nested IF แบบซ้อนชั้น ควรใส่ TRUE เป็นเงื่อนไขสุดท้ายเพื่อกำหนดค่า default ป้องกัน #N/A error มีตั้งแต่ Excel 2019 และ Microsoft 365 เท่านั้น

Syntax
=IFS(logical_test1, value_if_true1, [logical_test2, value_if_true2], ...)

ฟังก์ชัน IMPOWER ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าจำนวนเชิงซ้อนที่ถูกยกกำลังด้วยเลขจำนวนเต็มที่ระบุ โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ เหมาะสำหรับใช้ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.

Syntax
=IMPOWER(inumber, number)

ฟังก์ชัน IMSUB ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณผลต่างของจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ของการลบ เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิศวกรรม ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.

Syntax
=IMSUB(inumber1, inumber2)

IMSUM ใช้บวกจำนวนเชิงซ้อน (complex number) หลายจำนวนที่อยู่ในรูปข้อความ เช่น "3+4i" หรือ "5-2i" เหมาะกับงานวิศวกรรม/ไฟฟ้า/สัญญาณ ที่ต้องคำนวณจำนวนเชิงซ้อนในตาราง Excel

Syntax
=IMSUM(inumber1, [inumber2], ...)

INDEX คืนค่าหรือ reference ของเซลล์จากตำแหน่งที่ระบุใน range หรือ array โดยอ้างอิงจากหมายเลขแถวและคอลัมน์ที่เราระบุ มักถูกใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อสร้าง INDEX-MATCH pattern ที่ยืดหยุ่นกว่า VLOOKUP เยอะ เพราะสามารถดึงข้อมูลจากทิศทางไหนก็ได้ และไม่พังเมื่อมีการแทรกหรือลบคอลัมน์

Syntax
=INDEX(array, row_num, [column_num])

INDIRECT แปลงข้อความเป็นการอ้างอิงเซลล์จริง ช่วยให้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเซลล์ได้ไดนามิกโดยใช้ตัวเลขหรือชื่อเซลล์

Syntax
=INDIRECT(ref_text, [a1])

INT จะปัดตัวเลขลงไปยังจำนวนเต็มที่น้อยกว่าหรือเท่ากับตัวเลขนั้นเสมอ สำหรับจำนวนบวกจะเหมือนการตัดทศนิยมทิ้ง แต่สำหรับจำนวนลบจะปัดลงให้มีค่าติดลบมากขึ้น (เช่น -5.5 จะเป็น -6)

Syntax
=INT(number)

คำนวณอัตราดอกเบี้ยประจำปีสำหรับหลักทรัพย์ที่ลงทุนเต็มจำนวน (fully invested security) โดยคำนึงถึงวันซื้อ วันครบกำหนด เงินลงทุน และเงินคืน

Syntax
=INTRATE(settlement, maturity, investment, redemption, [basis])

ISERROR ตรวจสอบค่าว่าเป็น Error หรือไม่ โดยครอบคลุม Error ทุกประเภทใน Excel ได้แก่ #N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, และ #NULL! มักใช้คู่กับ IF เพื่อแสดงข้อความเตือนหรือจัดการกับ Error ก่อนที่จะแสดงผล

Syntax
=ISERROR(value)

ISEVEN ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นเลขคู่หรือไม่ และส่งกลับ TRUE (ถ้าเป็นเลขคู่) หรือ FALSE (ถ้าเป็นเลขคี่) ใช้ได้กับตัวเลขที่เป็นจำนวนเต็มเท่านั้น

Syntax
=ISEVEN(number)