คำนวณอัตราผลตอบแทนภายในที่ปรับปรุงแล้ว (Modified IRR) โดยแยกอัตราเงินกู้และอัตราลงทุนต่อ ให้ผลลัพธ์สมจริงกว่า IRR ธรรมดา
Syntax
=MIRR(values, finance_rate, reinvest_rate)
คำนวณอัตราผลตอบแทนภายในที่ปรับปรุงแล้ว (Modified IRR) โดยแยกอัตราเงินกู้และอัตราลงทุนต่อ ให้ผลลัพธ์สมจริงกว่า IRR ธรรมดา
=MIRR(values, finance_rate, reinvest_rate)
คูณเมทริกซ์ 2 ตัวเข้าด้วยกัน
=MMULT(array1, array2)
MOD คืนค่าเศษเหลือจากการหาร มีประโยชน์มากในการตรวจสอบเลขคู่/คี่ สร้างลำดับวนลูป แยกเวลาจากวันที่ และทำ Conditional Formatting สลับสี
=MOD(number, divisor)
MODE คืนค่าตัวเลขที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในกลุ่มข้อมูล หากมีค่าที่ความถี่สูงสุดเท่ากันหลายค่า MODE จะคืนค่าตัวแรกที่พบ และถ้าไม่มีค่าซ้ำกันเลย จะคืนค่า #N/A (ใน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ MODE.SNGL หรือ MODE.MULT แทน)
=MODE(number1, [number2], ...)
MONTH คืนค่าเดือนเป็นตัวเลขจำนวนเต็มระหว่าง 1 (มกราคม) ถึง 12 (ธันวาคม) จากค่า Serial Number ของวันที่ที่ระบุ เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยในการทำรายงานสรุปยอดขายรายเดือน หรือการคำนวณไตรมาส
=MONTH(serial_number)
ปัดเศษจำนวนให้เป็นค่าที่ใกล้เคียงที่สุดตามตัวคูณที่ระบุ เหมาะสำหรับราคา เวลา และการจัดการหลาย ๆ จำนวนเศษ
=MROUND(number, multiple)
ฟังก์ชัน MULTINOMIAL ใช้คำนวณจำนวนวิธีการจัดเรียงสิ่งของเป็นกลุ่มย่อยต่างๆ โดยใช้สูตร (ผลรวม)! ÷ (จำนวน1! × จำนวน2! × …) ซึ่งมีประโยชน์ในการแก้โจทย์การจัดหมู่และความน่าจะเป็น
=MULTINOMIAL(number1, [number2], [number3], ...)
N แปลงค่าต่างๆให้เป็นตัวเลข (TRUE→1, FALSE→0, วันที่→Serial Number, ข้อความ→0)
=N(value)
ฟังก์ชัน NA() ใช้สำหรับส่งคืนค่าความผิดพลาด #N/A ซึ่งหมายถึง 'ค่าไม่พร้อมใช้งาน' (No Value Available) โดยไม่มีอาร์กิวเมนต์ใดๆ ใช้เพื่อทำเครื่องหมายเซลล์ที่ข้อมูลขาดหายไปหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมเซลล์ว่างในการคำนวณ
=NA()
หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินามลบ (เก่า)
=NEGBINOMDIST(number_f, number_s, probability_s)
NETWORKDAYS นับจำนวนวันทำงานทั้งหมด (ไม่นับเสาร์-อาทิตย์) ระหว่างวันที่สองวัน และสามารถหักวันหยุดนักขัตฤกษ์ออกได้ เหมาะสำหรับคำนวณระยะเวลาโปรเจกต์, ลาของพนักงาน, หรือเดือนวันทำงาน
=NETWORKDAYS(start_date, end_date, [holidays])
NOMINAL คำนวณอัตราดอกเบี้ยระบุ (Nominal Rate) จาก Effective Rate โดยคำนึงถึงจำนวนครั้งทบต้นต่อปี
=NOMINAL(effect_rate, npery)
ฟังก์ชัน NORMDIST ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย NORM.DIST.
=NORMDIST(x, mean, standard_dev, cumulative)
NORMINV หาค่า x ที่ตรงกับความน่าจะเป็นในการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) เหมือนการย้อนกลับจากความน่าจะเป็นไปหาค่าข้อมูล
=NORMINV(probability, mean, standard_dev)
หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติมาตรฐาน (เก่า)
=NORMSDIST(z)
NORMSINV เป็นฟังก์ชันชื่อเก่า (legacy) สำหรับหาค่าผกผันของการแจกแจงปกติมาตรฐาน (Standard Normal) โดยรับค่า probability แล้วคืนค่า z-score ที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสมเท่ากับค่านั้น ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ NORM.S.INV แทน
=NORMSINV(probability)
NOT ใช้เปลี่ยนค่าตรรกะจาก TRUE เป็น FALSE และจาก FALSE เป็น TRUE มีประโยชน์อย่างมากในการสร้างเงื่อนไขเชิงปฏิเสธ (Negative Condition) ในสูตรที่ต้องการตรวจสอบว่า 'ไม่ใช่' หรือ 'ไม่เท่ากับ' ค่าบางอย่าง เช่น NOT(ISBLANK()) เพื่อตรวจสอบว่าเซลล์นั้น 'ไม่ว่างเปล่า'
=NOT(logical)
NOW คืนค่า Serial Number ที่ประกอบด้วยจำนวนเต็ม (วันที่) และทศนิยม (เวลา) ตามนาฬิกาของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นฟังก์ชัน Volatile ที่จะเปลี่ยนค่าไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ Sheet มีการคำนวณใหม่
=NOW()
คำนวณจำนวนงวดที่ต้องใช้ในการชำระเงินให้หมดโดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย, เงินที่ชำระต่องวด, เงินต้น, และเป้าหมายเงินที่เหลือ
=NPER(rate, pmt, pv, [fv], [type])
คำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของการลงทุน โดยใช้อัตราคิดลดและกระแสเงินสดในอนาคต
=NPV(rate, value1, ...)
ฟังก์ชัน OCT2BIN ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานแปด (Octal) เป็นเลขฐานสอง (Binary) ซึ่งมีประโยชน์ในการคำนวณทางคอมพิวเตอร์และระบบดิจิทัล.
=OCT2BIN(number, [places])
ฟังก์ชัน OCT2DEC แปลงเลขฐานแปด (Octal/Base-8) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal/Base-10) ใช้ในการแปลงค่าตัวเลขที่ใช้เฉพาะตัวเลข 0-7 เป็นรูปแบบที่มนุษย์อ่านได้อย่างง่าย
=OCT2DEC(number)
OCT2HEX ใช้แปลงเลขฐาน 8 (Octal) ให้เป็นเลขฐาน 16 (Hex) โดยมักใช้เมื่อรับค่าจากระบบที่เก็บเป็นฐาน 8 แล้วต้องการแสดง/คำนวณต่อในรูป Hex และสามารถกำหนดจำนวนหลักด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้
=OCT2HEX(number, [places])
ODD ใช้ปัดตัวเลขออกห่างจากศูนย์ไปเป็นจำนวนเต็มคี่ที่ใกล้ที่สุด เช่น 1.5 → 3 และ -1.5 → -3 เหมาะกับการทำการปัดตามกฎเฉพาะที่ต้องเป็นเลขคี่เสมอ
=ODD(number)
ODDFPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก (ช่วงเวลาสั้นหรือยาว) ใช้สำหรับตราสารโบนด์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งแรกไม่ปกติ เช่น โบนด์ที่ออกในช่วงกลางระหว่างวันชำระปกติ
=ODDFPRICE(settlement, maturity, issue, first_coupon, rate, yld, redemption, frequency, [basis])
ODDFYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield) ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก แตกต่างจาก ODDLPRICE ที่คำนวณราคา ODDFYIELD คำนวณอัตราผลตอบแทนแทน ใช้สำหรับวิเคราะห์บอนด์ที่มีช่วงคูปองแรกไม่ปกติ
=ODDFYIELD(settlement, maturity, issue, first_coupon, rate, pr, redemption, frequency, [basis])
ODDLPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายแปลก (odd last coupon period) ใช้เมื่อตราสารมีการจ่ายคูปองสุดท้ายที่ไม่ปกติหรือสั้นกว่าปกติ
=ODDLPRICE(settlement, maturity, last_interest, rate, yld, redemption, frequency, [basis])
ODDLYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายไม่เป็นมาตรฐาน (odd coupon period) ใช้สำหรับพันธบัตรและหลักทรัพย์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายผิดปกติ
=ODDLYIELD(settlement, maturity, last_interest, rate, pr, redemption, frequency, [basis])
OR คือฟังก์ชันตรรกศาสตร์ที่ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 ข้อ และจะคืนค่า TRUE ถ้ามี 'เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง' เป็นจริง เป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับการสร้างเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น
=OR(logical1, [logical2], ...)
หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson correlation coefficient) ระหว่างสองชุดข้อมูล – เหมือน CORREL
=PEARSON(array1, array2)
ฟังก์ชัน PERCENTILE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณหาค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ k ของช่วงข้อมูล ซึ่งเป็นค่าที่แบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ ตามสัดส่วนร้อยละ ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย PERCENTILE.INC และ PERCENTILE.EXC.
=PERCENTILE(array, k)
PERCENTRANK เป็นฟังก์ชันชื่อเก่า (legacy) สำหรับคำนวณอันดับแบบเปอร์เซ็นต์ของค่าหนึ่งภายในชุดข้อมูล โดยคืนค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ PERCENTRANK.INC หรือ PERCENTRANK.EXC แทนเพื่อความชัดเจนและรองรับเวอร์ชันใหม่
=PERCENTRANK(array, x, [significance])
ฟังก์ชัน PERMUT ใช้สำหรับคำนวณจำนวนวิธีเรียงสับเปลี่ยน (Permutations) ของวัตถุจำนวนหนึ่งที่เลือกมาจากกลุ่มของวัตถุทั้งหมด โดยคำนึงถึงลำดับของการเรียงสับเปลี่ยน ซึ่งแตกต่างจากการจัดหมู่ (Combination) ที่ไม่สนใจลำดับ
=PERMUT(number, number_chosen)
PHONETIC ดึงข้อความ Furigana (คำอ่านภาษาญี่ปุ่น/จีน/เกาหลี) จากเซลล์เท่านั้น
=PHONETIC(reference)
ฟังก์ชัน PI ส่งกลับค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ π (พาย) ที่มีความแม่นยำสูง ประมาณ 3.14159265358979 ใช้สำหรับการคำนวณวงกลม ทรงกลม และตรีโกณมิติ ฟังก์ชันนี้ไม่ต้องใส่พารามิเตอร์ใดๆ
=PI()
PMT คำนวณค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนจากยอดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวด โดยค่าที่ได้จะรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
=PMT(rate, nper, pv, [fv], [type])
ฟังก์ชัน POISSON ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปัวซอง (Poisson Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย POISSON.DIST เพื่อความแม่นยำและความสอดคล้องกับ Excel เวอร์ชันใหม่.
=POISSON(x, mean, cumulative)
POWER คำนวณค่าการยกกำลังได้ง่ายดาย ทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องหมาย ^ ในสูตรที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
=POWER(number, power)
PPMT คำนวณเฉพาะเงินต้นที่จ่ายในงวดที่ระบุ โดยแยกออกจากดอกเบี้ย ตรงข้ามกับ PMT ที่รวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
=PPMT(rate, per, nper, pv, [fv], [type])
PRICE คำนวณราคาต่อมูลค่า 100 บาทของพันธบัตร โดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทน และสัญญาการจ่ายดอกเบี้ย
=PRICE(settlement, maturity, rate, yld, redemption, frequency, [basis])
PRICEDISC คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารลดราคา (discounted security) เช่น ตั๋วเงิน (Treasury bills) ที่ขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่จะไถ่ถอนมา โดยคำนึงถึงวันที่ซื้อ วันที่ครบกำหนด อัตราลดราคา และมูลค่าไถ่ถอน
=PRICEDISC(settlement, maturity, discount, redemption, [basis])
PRICEMAT คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดเมื่อครบกำหนด (เช่น บัตรเงินสด Treasury Bills) โดยคำนึงถึงวันที่ชำระ วันครบกำหนด วันออกตราสาร อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง และผลตอบแทนที่ต้องการ
=PRICEMAT(settlement, maturity, issue, rate, yld, [basis])
PROB คำนวณความน่าจะเป็นที่ค่าสุ่มจะตกอยู่ในช่วงที่คุณระบุ โดยใช้ชุดค่าและความน่าจะเป็นของแต่ละค่า
=PROB(x_range, prob_range, lower_limit, [upper_limit])
PRODUCT คูณตัวเลขทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรือรายการอาร์กิวเมนต์ แทนที่จะต้องพิมพ์ A1*A2*A3*A4 ให้ใช้ =PRODUCT(A1:A4) เท่านั้น
=PRODUCT(number1, [number2], ...)
PROPER แปลงตัวอักษรแรกของแต่ละคำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ (Title Case) และแปลงตัวอักษรที่เหลือเป็นตัวพิมพ์เล็ก เหมาะสำหรับจัดรูปแบบชื่อคน ชื่อสถานที่ ใช้ร่วมกับ UPPER LOWER TRIM เพื่อทำความสะอาดข้อมูล
=PROPER(text)
คำนวณว่าเงินที่จะได้รับในอนาคตมีค่าเท่าไหร่ในวันนี้ เหมาะสำหรับวิเคราะห์เงินกู้ การลงทุน และการประเมินการเช่า
=PV(rate, nper, pmt, [fv], [type])
ฟังก์ชัน QUARTILE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณควอร์ไทล์ (Quartile) ของชุดข้อมูล ซึ่งเป็นค่าที่แบ่งข้อมูลออกเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กัน โดยมีค่า Q1, Q2 (มัธยฐาน), และ Q3 ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย QUARTILE.INC และ QUARTILE.EXC.
=QUARTILE(array, quart)
ส่งกลับผลลัพธ์การหารแบบจำนวนเต็ม (ตัดเศษทิ้ง)
=QUOTIENT(numerator, denominator)
แปลงมุมจากองศาเป็นเรเดียน
=RADIANS(angle)
RAND คืนค่าตัวเลขสุ่มแบบทศนิยมที่มีค่าตั้งแต่ 0 แต่ไม่ถึง 1 (เช่น 0.5234) เหมาะสำหรับการจำลองสถานการณ์ สุ่มตัวอย่าง หรือใช้สร้างคอลัมน์สำหรับเรียงลำดับข้อมูลแบบสุ่ม (Shuffle) เป็นฟังก์ชันที่ไม่มีอาร์กิวเมนต์
=RAND()