| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| SECOND Date and Time | =SECOND(serial_number)
SECOND ดึงค่าวินาที (0-59) จากค่าเวลา ใช้ร่วมกับ HOUR และ MINUTE เพื่อแยกส่วนประกอบของเวลา มีประโยชน์ในการวิเคราะห์และคำนวณเวลา
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| LARGE Statistical | =LARGE(array, k)
LARGE คืนค่าตัวเลขที่มากที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MAX ถ้า k=n จะได้ค่าที่น้อยที่สุด (MIN) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Top N ออกมาวิเคราะห์
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| ADDRESS Lookup and reference | =ADDRESS(row_num, column_num, [abs_num], [a1], [sheet_text])
ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute Mixed Relative และสไตล์ R1C1 มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference
|
2003 | 7 | 5 | 8 |
| ฟังก์ชัน OFFSET ใน Excel Lookup and reference |
อ้างอิงช่วงข้อมูลที่เลื่อนจากตำแหน่งเริ่มต้น สร้าง dynamic range ได้
|
2003 | 7 | 6 | 8 |
| UPPER Text | =UPPER(text)
UPPER เปลี่ยนข้อความให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (เช่น "excel" -> "EXCEL") มักใช้ในการจัดรูปแบบข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนนำไปเปรียบเทียบหรือค้นหา (Lookup)
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| LOWER Text | =LOWER(text)
LOWER แปลงข้อความทั้งหมดเป็นตัวพิมพ์เล็ก (lowercase) เหมาะสำหรับทำความสะอาดข้อมูลและเปรียบเทียบข้อความโดยไม่สนตัวพิมพ์ เพราะในบางโปรแกรม Case-sensitive จึงต้องแปลงให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| NETWORKDAYS Date and Time | =NETWORKDAYS(start_date, end_date, [holidays])
NETWORKDAYS นับจำนวนวันทำงานทั้งหมด (ไม่นับเสาร์-อาทิตย์) ระหว่างวันที่สองวัน และสามารถหักวันหยุดนักขัตฤกษ์ออกได้ เหมาะสำหรับคำนวณระยะเวลาโปรเจกต์, ลาของพนักงาน, หรือเดือนวันทำงาน
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| EDATE Date and Time | =EDATE(start_date, months)
EDATE รับวันที่เริ่มต้นและจำนวนเดือนที่ต้องการเลื่อนไปข้างหน้า/ย้อนกลับ แล้วคืนวันที่ใหม่ที่รักษาวันเดิม (หรือวันสุดท้ายของเดือนถัดไปถ้าวันเดิมเกิน) เหมาะสำหรับวันครบกำหนดชำระ บันทึกงวด และตารางผ่อน
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| LOOKUP Lookup and reference | =LOOKUP(lookup_value, lookup_vector, [result_vector])
LOOKUP ค้นหาค่าในช่วงข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว (ascending) และคืนค่าจากตำแหน่งเดียวกันในอีกช่วงหนึ่ง มีเทคนิคพิเศษคือหาค่าสุดท้ายที่ไม่ว่าง แนะนำใช้ XLOOKUP แทนสำหรับ Excel 365
|
2003 | 7 | 4 | 8 |
| DATEVALUE Date and Time | =DATEVALUE(date_text)
DATEVALUE แปลงวันที่ที่อยู่ในรูปข้อความให้เป็น serial number ซึ่ง Excel ใช้เก็บวันที่ รองรับรูปแบบวันที่หลากหลาย เหมาะสำหรับแปลงวันที่ที่ Import มาจากระบบอื่น
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| ABS Math and trigonometry | =ABS(number)
ABS คืนค่าสัมบูรณ์ของตัวเลขที่ระบุ คือการตัดเครื่องหมายลบ (-) ออก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นค่าบวกหรือศูนย์เสมอ มีประโยชน์มากในการหาผลต่างระหว่างสองค่าโดยไม่สนใจว่าตัวไหนมากกว่า
|
2003 | 7 | 1 | 7 |
| FIND Text | =FIND(find_text, within_text, [start_num])
FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| EXACT Text | =EXACT(text1, text2)
EXACT เปรียบเทียบข้อความสองข้อความว่าเหมือนกันทุกประการหรือไม่ โดยสนใจตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (Case-sensitive) คืนค่า TRUE ถ้าเหมือนกัน FALSE ถ้าต่างกัน
|
2003 | 7 | 2 | 7 |
| ฟังก์ชัน SUMPRODUCT ใน Excel Math and trigonometry |
คูณข้อมูลจากหลายช่วงแล้วรวมผลลัพธ์ รองรับเงื่อนไขซับซ้อนและการคำนวณมีเงื่อนไข
|
2003 | 7 | 5 | 9 |
| SMALL Statistical | =SMALL(array, k)
SMALL คืนค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MIN ถ้า k=n จะได้ค่าที่มากที่สุด (MAX) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Bottom N ออกมาวิเคราะห์
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| ROUNDUP Math and trigonometry | =ROUNDUP(number, num_digits)
ROUNDUP จะปัดตัวเลขขึ้นเสมอ 1 ค่าในหลักที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าเศษข้างหลังจะเป็นเลขอะไร (ต่างจาก ROUND ปกติที่ต้องดูว่า >=5 หรือไม่) สามารถระบุจำนวนหลักทศนิยม (num_digits) เป็นบวกเพื่อปัดทศนิยม หรือเป็นลบเพื่อปัดหลักหน่วย/หลักสิบ/หลักร้อยได้
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| WEEKNUM Date and Time | =WEEKNUM(serial_number, [return_type])
WEEKNUM คืนค่าหมายเลขสัปดาห์ของปี (1-54) นับจากวันที่ 1 ม.ค. เป็นสัปดาห์ที่ 1 รองรับการเลือกวันเริ่มต้นสัปดาห์ด้วย return_type ใช้จัดกลุ่มข้อมูลตามสัปดาห์หรือสร้างรายงานรายสัปดาห์
|
2003 | 7 | 2 | 7 |
| SUBSTITUTE Text | =SUBSTITUTE(text, old_text, new_text, [instance_num])
SUBSTITUTE ค้นหาคำเก่า (old_text) ในข้อความแล้วแทนที่ด้วยคำใหม่ (new_text) โดยแยกแยะตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (case-sensitive) และเลือกได้ว่าจะแทนที่ทุกจุดที่เจอ หรือเฉพาะลำดับที่ระบุผ่าน instance_num งานที่ใช้บ่อยคือลบตัวคั่นออกจากตัวเลขที่ถูกเก็บเป็นข้อความ เปลี่ยนโดเมนอีเมลหลังรีแบรนด์ หรือล้างอักขระที่พิมพ์มาผิดรูปแบบก่อนนำไปคำนวณต่อ
|
2003 | 7 | 4 | 9 |
| PROPER Text | =PROPER(text)
PROPER แปลงตัวอักษรแรกของแต่ละคำเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ (Title Case) และแปลงตัวอักษรที่เหลือเป็นตัวพิมพ์เล็ก เหมาะสำหรับจัดรูปแบบชื่อคน ชื่อสถานที่ ใช้ร่วมกับ UPPER LOWER TRIM เพื่อทำความสะอาดข้อมูล
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| CHOOSE Lookup and reference | =CHOOSE(index_num, value1, [value2], ...)
CHOOSE เลือกค่าจากรายการค่าตามหมายเลขลำดับที่ระบุ เป็นเหมือนการเลือกรายการจากเมนู ส่งคืนค่าที่ตำแหน่งที่กำหนด มีประโยชน์ในการสร้างสูตรแบบเลือกตามเงื่อนไข
|
2003 | 7 | 4 | 8 |
| ROUNDDOWN Math and trigonometry | =ROUNDDOWN(number, num_digits)
ROUNDDOWN จะปัดตัวเลขลงเข้าหาศูนย์เสมอ (ลดค่าสัมบูรณ์ลง) ตามจำนวนหลักที่กำหนด (num_digits) ให้ผลลัพธ์คล้ายกับ TRUNC สำหรับจำนวนเต็มบวก แต่สามารถระบุหลักทศนิยมหรือหลักหน่วย/สิบ/ร้อยได้
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| WEEKDAY Date and Time | =WEEKDAY(serial_number, [return_type])
WEEKDAY คืนค่าตัวเลข 1 ถึง 7 ซึ่งแทนวันในสัปดาห์ โดยเราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้วันไหนเป็นวันแรกของสัปดาห์ (return_type) ค่าเริ่มต้นคือ วันอาทิตย์ = 1 แต่ที่นิยมใช้ในไทยมักจะเป็นแบบ วันจันทร์ = 1
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| HYPERLINK Lookup and reference | =HYPERLINK(link_location, [friendly_name])
HYPERLINK สร้างลิงก์ที่คลิกได้ไปยังเว็บไซต์ ไฟล์ เซลล์ใน Sheet อื่น หรืออีเมล สามารถกำหนดข้อความที่แสดงต่างจาก URL จริงได้
|
2003 | 7 | 5 | 9 |
| DOLLAR Text | =DOLLAR(number, [decimals])
DOLLAR แปลงตัวเลขให้เป็นข้อความในรูปแบบสกุลเงิน ($) พร้อมลูกน้ำและทศนิยมตามที่ระบุ
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| LOG Math and trigonometry | =LOG(number, [base])
ส่งกลับค่าลอการิทึมของตัวเลขตามฐานที่ระบุ (ถ้าไม่ระบุจะใช้ฐาน 10)
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| T Text | =T(value)
T ฟังก์ชันที่ตรวจสอบว่าค่าเป็นข้อความหรือไม่ ถ้าใช่ส่งกลับข้อความเดิม ถ้าไม่ใช่ส่งกลับค่าว่าง ใช้ปลอดภัยกว่าการต่อข้อความตรงๆ เมื่อไม่แน่ใจว่าเซลล์ต้นทางเก็บอะไรอยู่
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| ISNUMBER Information | =ISNUMBER(value)
ISNUMBER ตรวจสอบค่าที่ระบุว่าเป็นประเภทตัวเลขหรือไม่ (รวมถึงวันที่และเวลาซึ่ง Excel เก็บเป็นตัวเลข) แต่จะไม่นับตัวเลขที่ถูกจัดเก็บเป็นข้อความ (Numbers stored as text) ผลลัพธ์ที่ได้คือ TRUE หรือ FALSE
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| ASC Text | =ASC(text)
ASC แปลงตัวอักษรแบบเต็มความกว้าง (Full-width/Double-byte) ให้เป็นครึ่งความกว้าง (Half-width/Single-byte) ใช้กับข้อมูลจากภาษาญี่ปุ่น จีน หรือแหล่งข้อมูล DBCS อื่นๆ
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| REPLACE Text | =REPLACE(old_text, start_num, num_chars, new_text)
REPLACE แทนที่ข้อความจากตำแหน่งที่กำหนด โดยระบุตำแหน่งเริ่มต้น จำนวนตัวอักษรที่ต้องการลบ และข้อความใหม่ที่จะใส่แทน แตกต่างจาก SUBSTITUTE ที่ค้นหาคำที่ตรงตามความพึงพอใจ REPLACE ใช้ตำแหน่งแน่นอน
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| TRANSPOSE Lookup and reference | =TRANSPOSE(array)
สลับแกนของตารางข้อมูล เปลี่ยนแถวเป็นคอลัมน์และคอลัมน์เป็นแถว ช่วยจัดโครงสร้างข้อมูลให้เหมาะกับการวิเคราะห์และนำเสนอ
|
2003 | 6 | 4 | 8 |
| LN Math and trigonometry | =LN(number)
ส่งกลับค่าลอการิทึมธรรมชาติ (Natural Logarithm) ของตัวเลขที่ป้อน โดยใช้ค่าคงที่ e (2.71828) เป็นฐาน
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| AREAS Lookup and reference | =AREAS(reference)
AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เดี่ยว เช่น ถ้าเราอ้างอิง (A1:B2, D5:E5) ถือว่ามี 2 พื้นที่แยกกัน
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| MEDIAN Statistical | =MEDIAN(number1, [number2], ...)
MEDIAN คืนค่าที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางของชุดข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว หากมีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคี่ จะได้ค่าตรงกลางพอดี แต่ถ้าเป็นเลขคู่ จะนำ 2 ค่าตรงกลางมาหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับหาค่ากลางของข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง (Outliers) ปะปนอยู่ (เช่น เงินเดือน หรือราคาบ้าน)
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| CHAR Text | =CHAR(number)
CHAR แปลงรหัสตัวอักษร (1-255) เป็นตัวอักษรจริง มีประโยชน์สำหรับแทรกอักขระพิเศษที่พิมพ์ยาก เช่น การขึ้นบรรทัดใหม่
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| SIGN Math and trigonometry | =SIGN(number)
SIGN ใช้ตรวจสอบเครื่องหมายของตัวเลข โดยคืนค่า 1 (บวก), 0 (ศูนย์), หรือ -1 (ลบ) สะดวกมากเวลาต้องแยกความแตกต่างของตัวเลข
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| SUMXMY2 Math and trigonometry | =SUMXMY2(array_x, array_y)
SUMXMY2 หาผลรวมของกำลังสองของผลต่าง (Sum of Squares of Differences) ระหว่างสองชุดข้อมูล คำนวณ SUM((x-y)^2) ได้อย่างคล่องแคล่ว
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| NA Information | =NA()
ฟังก์ชัน NA() ใช้สำหรับส่งคืนค่าความผิดพลาด #N/A ซึ่งหมายถึง 'ค่าไม่พร้อมใช้งาน' (No Value Available) โดยไม่มีอาร์กิวเมนต์ใดๆ ใช้เพื่อทำเครื่องหมายเซลล์ที่ข้อมูลขาดหายไปหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมเซลล์ว่างในการคำนวณ
|
2003 | 6 | 1 | 5 |
| ISNA Information | =ISNA(value)
ISNA ตรวจสอบเฉพาะ Error #N/A ที่เกิดจากการค้นหาไม่เจอในฟังก์ชันต่างๆ เช่น VLOOKUP หรือ MATCH มีประโยชน์มากเมื่อต้องแยกแยะระหว่าง "หาไม่เจอ" กับ "สูตรคิดผิด"
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| STDEV Compatibility | =STDEV(number1, ...)
STDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สำหรับกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้วิธี n-1
|
2003 | 6 | 4 | 7 |
| POWER Math and trigonometry | =POWER(number, power)
POWER คำนวณค่าการยกกำลังได้ง่ายดาย ทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องหมาย ^ ในสูตรที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| SERIESSUM Math and trigonometry | =SERIESSUM(x, n, m, coefficients)
SERIESSUM คำนวณผลรวมของอนุกรมกำลัง (Power Series) โดยใช้ค่า x กำลังต่างๆ กับสัมประสิทธิ์ ใช้ในการประมาณค่า sine, cosine, exponential และอื่นๆ
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| BAHTTEXT Text | =BAHTTEXT(number)
แปลงตัวเลขเป็นคำอ่านภาษาไทย (บาท และสตางค์) ใช้สำหรับเอกสารทางการเงินที่ต้องระบุจำนวนเงินเป็นตัวอักษร
|
2003 | 6 | 2 | 9 |
| SUMX2PY2 Math and trigonometry | =SUMX2PY2(array_x, array_y)
SUMX2PY2 คำนวณ x² + y² สำหรับข้อมูลจับคู่สองชุด แล้วรวมผลทั้งหมด ใช้สำหรับสถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| N Information | =N(value)
N แปลงค่าต่างๆให้เป็นตัวเลข (TRUE→1, FALSE→0, วันที่→Serial Number, ข้อความ→0)
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| ISLOGICAL Information | =ISLOGICAL(value)
ISLOGICAL เช็คว่าเซลล์เป็นค่าตรรกะ (TRUE หรือ FALSE) จริง ๆ หรือเพียงแค่ข้อความที่อ่านดูเหมือน
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| VAR Compatibility | =VAR(number1, [number2], ...)
VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า
|
2003 | 6 | 4 | 6 |
| SUMX2MY2 Math and trigonometry | =SUMX2MY2(array_x, array_y)
SUMX2MY2 คำนวณผลรวมของผลต่างกำลังสอง (x² – y²) จากสองช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบสถิติและวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างข้อมูลคู่
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| ISEVEN Information | =ISEVEN(number)
ISEVEN ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นเลขคู่หรือไม่ และส่งกลับ TRUE (ถ้าเป็นเลขคู่) หรือ FALSE (ถ้าเป็นเลขคี่) ใช้ได้กับตัวเลขที่เป็นจำนวนเต็มเท่านั้น
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| COLUMNS Lookup and reference | =COLUMNS(array)
นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรืออาร์เรย์ที่ระบุ ใช้บ่อยคู่กับ OFFSET หรือ VLOOKUP เพื่อทำสูตรแบบ dynamic ที่ปรับตามขนาดตารางเอง
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| EXP Math and trigonometry | =EXP(number)
ฟังก์ชันที่ส่งกลับค่า e (Euler's number) ยกกำลังด้วยจำนวนที่ระบุ ใช้ในการคำนวณการเติบโตแบบต่อเนื่อง
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย