| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| CONVERT Engineering | =CONVERT(number, from_unit, to_unit)
แปลงตัวเลขจากหน่วยวัดหนึ่งไปยังอีกหน่วยหนึ่ง เช่น เมตร เป็น ฟุต, องศาเซลเซียส เป็น ฟาเรนไฮต์, กิโลกรัม เป็น ปอนด์
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMLN Engineering | =IMLN(inumber)
หาค่า Natural Logarithm ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DCOUNTA Database | =DCOUNTA(database, field, criteria)
นับจำนวนเซลล์ที่ "ไม่ว่าง" ในคอลัมน์ที่ระบุของตารางแบบฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขหรือข้อความ โดยนับเฉพาะแถวที่ผ่านตารางเงื่อนไขที่ตั้งไว้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ISNONTEXT Information | =ISNONTEXT(value)
ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์ไม่ใช่ข้อความ (ตัวเลข วันที่ ค่าว่าง หรือสูตร) แล้วคืนค่า TRUE ใช้กรองข้อมูลก่อนคำนวณ หรือเช็คว่าผู้ใช้กรอกตัวเลขผิดเป็นข้อความหรือไม่
|
2003 | 3 | 1 | 3 |
| HEX2OCT Engineering | =HEX2OCT(number, [places])
ฟังก์ชัน HEX2OCT แปลงเลขฐานสิบหก (hexadecimal) เป็นเลขฐานแปด (octal) โดยรองรับค่าลบและการระบุจำนวนหลัก
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DVARP Database | =DVARP(database, field, criteria)
คำนวณความแปรปรวนแบบ Population จากฐานข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด ใช้เมื่อข้อมูลที่มีคือประชากรทั้งหมด ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BESSELJ Engineering | =BESSELJ(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELJ ใช้คำนวณค่าฟังก์ชัน Bessel ชนิดที่ 1 (Jn) ซึ่งเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์การสั่นสะเทือน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และปัญหาทางวิศวกรรมที่มีสมมาตรทรงกระบอก
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| INFO Information | =INFO(type_text)
ส่งกลับข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการทำงานปัจจุบัน เช่น ระบบปฏิบัติการ รุ่น Excel และโหมดการคำนวณ
|
2003 | 3 | 2 | 2 |
| DMAX Database | =DMAX(database, field, criteria)
DMAX หาค่าสูงสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องใช้กับหลายเงื่อนไขที่ซับซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| OCT2HEX Engineering | =OCT2HEX(number, [places])
OCT2HEX ใช้แปลงเลขฐาน 8 (Octal) ให้เป็นเลขฐาน 16 (Hex) โดยมักใช้เมื่อรับค่าจากระบบที่เก็บเป็นฐาน 8 แล้วต้องการแสดง/คำนวณต่อในรูป Hex และสามารถกำหนดจำนวนหลักด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMEXP Engineering | =IMEXP(inumber)
IMEXP คำนวณค่า e ยกกำลังด้วยจำนวนเชิงซ้อน (e^z) โดยคืนผลลัพธ์ในรูปแบบจำนวนเชิงซ้อนที่มีทั้งส่วนจริงและส่วนจินตภาพ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DCOUNT Database | =DCOUNT(database, field, criteria)
นับจำนวนเซลล์ที่เป็น "ตัวเลข" เท่านั้นในคอลัมน์ที่ระบุของตารางแบบฐานข้อมูล โดยนับเฉพาะแถวที่ผ่านตารางเงื่อนไขที่กำหนดไว้แยกต่างหาก
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| HEX2DEC Engineering | =HEX2DEC(number)
แปลงเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal) ใช้บ่อยตอนอ่านค่าสี Hex หรือค่าที่ระบบคอมพิวเตอร์ส่งมาเป็นฐาน 16 แล้วต้องเอามาคำนวณต่อ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DVAR Database | =DVAR(database, field, criteria)
ฟังก์ชันที่คำนวณความแปรปรวน (Sample Variance) จากข้อมูลในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BESSELI Engineering | =BESSELI(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELI ช่วยคำนวณค่า Modified Bessel function In(x) ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์ และการสร้างแบบจำลองระบบที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์ของเบสเซล
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| REGISTER.ID Add-in and Automation | =REGISTER.ID(module_text, procedure, [type_text])
REGISTER.ID ลงทะเบียน DLL หรือทรัพยากรโค้ดและส่งกลับรหัสที่ใช้อ้างอิง ซึ่งต่างจาก REGISTER ตรงที่ REGISTER.ID ใช้งานได้ในแผ่นงานปกติ (worksheet) ไม่เพียงแผ่นงาน Macro และเมื่อเรียกใช้แล้ว สามารถใช้รหัสที่ส่งกลับมาร่วมกับฟังก์ชัน CALL เพื่อเรียกใช้ฟังก์ชันใน DLL ได้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSUM Engineering | =IMSUM(inumber1, [inumber2], ...)
IMSUM ใช้บวกจำนวนเชิงซ้อน (complex number) หลายจำนวนที่อยู่ในรูปข้อความ เช่น "3+4i" หรือ "5-2i" เหมาะกับงานวิศวกรรม/ไฟฟ้า/สัญญาณ ที่ต้องคำนวณจำนวนเชิงซ้อนในตาราง Excel
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| COMPLEX Engineering | =COMPLEX(real_num, i_num, [suffix])
แปลงตัวเลขส่วนจริงและส่วนจินตภาพให้กลายเป็นจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ x+yi หรือ x+yj พร้อมใช้กับฟังก์ชันวิศวกรรมอื่นๆ ใน Excel
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| OCT2DEC Engineering | =OCT2DEC(number)
ฟังก์ชัน OCT2DEC แปลงเลขฐานแปด (Octal/Base-8) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal/Base-10) ใช้ในการแปลงค่าตัวเลขที่ใช้เฉพาะตัวเลข 0-7 เป็นรูปแบบที่มนุษย์อ่านได้อย่างง่าย
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMDIV Engineering | =IMDIV(inumber1, inumber2)
ฟังก์ชัน IMDIV ใช้หารจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน คืนผลลัพธ์เป็นจำนวนเชิงซ้อนตัวใหม่ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าตอนหาค่ากระแสไฟฟ้าจากแรงดันหารด้วยอิมพีแดนซ์ (I = V/Z) ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| CELL Information | =CELL(info_type, [reference])
ดึงข้อมูลเกี่ยวกับเซลล์ เช่น ที่อยู่ ชื่อไฟล์ รูปแบบตัวเลข หรือความกว้างคอลัมน์ ใช้ทำ Dynamic Header, ตรวจสอบไฟล์ก่อนประมวลผล หรือแสดง Path ของ Workbook บนรายงาน
|
2003 | 3 | 2 | 2 |
| HEX2BIN Engineering | =HEX2BIN(number, [places])
HEX2BIN แปลงเลขฐานสิบหก (hexadecimal) เป็นเลขฐานสอง (binary) รองรับค่าลบในรูปแบบ two's complement และกำหนดจำนวนหลักผลลัพธ์ด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSUB Engineering | =IMSUB(inumber1, inumber2)
ฟังก์ชัน IMSUB ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณผลต่างของจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ของการลบ เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิศวกรรม ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DGET Database | =DGET(database, field, criteria)
ดึงค่าเดียวออกจากคอลัมน์ที่ระบุของตารางแบบฐานข้อมูล โดยต้องมีแถวที่ตรงกับเงื่อนไขพอดี 1 แถวเท่านั้น ถ้าเจอมากกว่าหรือไม่เจอเลยจะได้ error ทันที
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| OCT2BIN Engineering | =OCT2BIN(number, [places])
ฟังก์ชัน OCT2BIN ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานแปด (Octal) เป็นเลขฐานสอง (Binary) ซึ่งมีประโยชน์ในการคำนวณทางคอมพิวเตอร์และระบบดิจิทัล.
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMCOS Engineering | =IMCOS(inumber)
หาค่า Cosine ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DSUM Database | =DSUM(database, field, criteria)
DSUM ใช้หาผลรวมจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSQRT Engineering | =IMSQRT(inumber)
คำนวณรากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ a+bi เหมาะสำหรับงานวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ที่ต้องการคณิตศาสตร์ขั้นสูง
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMCONJUGATE Engineering | =IMCONJUGATE(inumber)
ฟังก์ชัน IMCONJUGATE ใช้หาสังยุค (Conjugate) ของจำนวนเชิงซ้อน โดยกลับเครื่องหมายของส่วนจินตภาพเท่านั้น ส่วนจริงคงเดิม ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าตอนคำนวณกำลังไฟฟ้าปรากฏจากอิมพีแดนซ์
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DAVERAGE Database | =DAVERAGE(database, field, criteria)
หาค่าเฉลี่ยของข้อมูลในตารางแบบฐานข้อมูล (มีหัวคอลัมน์) โดยกรองด้วยตารางเงื่อนไขแยกต่างหาก แล้วคืนค่าเฉลี่ยเฉพาะแถวที่ผ่านเงื่อนไขนั้น
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BIN2OCT Engineering | =BIN2OCT(number, [places])
ฟังก์ชั่นที่แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานแปด (Octal) โดยรองรับการเติมศูนย์นำหน้า
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DSTDEVP Database | =DSTDEVP(database, field, criteria)
คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Population) จากฐานข้อมูลตามเงื่อนไข
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSIN Engineering | =IMSIN(inumber)
หาค่า Sine ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DELTA Engineering | =DELTA(number1, [number2])
ทดสอบว่าตัวเลขสองจำนวนเท่ากันหรือไม่ โดยคืนค่า 1 ถ้าเท่ากัน และ 0 ถ้าไม่เท่ากัน (Kronecker Delta Function)
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMARGUMENT Engineering | =IMARGUMENT(inumber)
ส่งกลับอาร์กิวเมนต์ (Theta) ของจำนวนเชิงซ้อน ซึ่งแสดงมุมของตำแหน่งจำนวนเชิงซ้อนในระนาบเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BIN2HEX Engineering | =BIN2HEX(number, [places])
BIN2HEX แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ให้ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการแปลงระหว่างระบบตัวเลขที่ต่างกัน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ISERR Information | =ISERR(value)
ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นค่า Error หรือไม่ ยกเว้น #N/A ใช้คู่กับ IF เพื่อดักจับ Error อย่าง #DIV/0! หรือ #VALUE! ก่อนแสดงผลลัพธ์ให้ผู้ใช้เห็น
|
2003 | 3 | 2 | 2 |
| GESTEP Engineering | =GESTEP(number, [step])
ตรวจสอบว่าตัวเลขมากกว่าหรือเท่ากับค่าเกณฑ์หรือไม่ คืนค่า 1 (จริง) หรือ 0 (เท็จ)
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DSTDEV Database | =DSTDEV(database, field, criteria)
DSTDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Sample) จากฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด ใช้เมื่อต้องการวิเคราะห์ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างจากข้อมูลขนาดใหญ่
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMREAL Engineering | =IMREAL(inumber)
ฟังก์ชัน IMREAL ใช้ดึงเฉพาะส่วนจริง (Real part) ออกจากจำนวนเชิงซ้อน ทิ้งส่วนจินตภาพไป มักใช้ในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเวลาต้องแยกค่าความต้านทาน (R) ออกจากค่ารีแอกแตนซ์ในอิมพีแดนซ์ที่เขียนแบบ R+jX
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| EUROCONVERT Add-in and Automation | =EUROCONVERT(number, source, target, [full_precision], [triangulation_precision])
EUROCONVERT แปลงเงินจำนวนต่าง ๆ ให้เป็นยูโร (EUR) หรือแปลงจากยูโรเป็นสกุลเงินที่เป็นสมาชิกของยูโร หรือแปลงระหว่างสกุลเงินสมาชิกยูโรโดยใช้ยูโรเป็นตัวกลาง ต้องระบุสกุลเงินต้นทาง (source) และสกุลเงินปลายทาง (target) โดยใช้รหัส ISO สามตัวอักษร สามารถเลือกแสดงผลแบบปัดเศษหรือแสดงทศนิยมทั้งหมด
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMAGINARY Engineering | =IMAGINARY(inumber)
IMAGINARY ดึงเฉพาะส่วนจินตภาพ (สัมประสิทธิ์หน้า i หรือ j) ออกจากจำนวนเชิงซ้อนที่เก็บเป็นข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเพื่อแยกค่ารีแอกแตนซ์ออกจากอิมพีแดนซ์รวมของวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BIN2DEC Engineering | =BIN2DEC(number)
แปลงเลขฐานสอง (Binary) ที่มีได้สูงสุด 10 บิตเป็นเลขฐานสิบ (Decimal) โดยสนับสนุนเลขลบผ่าน two's complement
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DPRODUCT Database | =DPRODUCT(database, field, criteria)
ฟังก์ชันที่คูณค่าในคอลัมน์ของฐานข้อมูลเมื่อตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เป็นเครื่องมือสำหรับคำนวณผลคูณแบบมีเงื่อนไขในข้อมูลขนาดใหญ่
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMPRODUCT Engineering | =IMPRODUCT(inumber1, [inumber2], ...)
ฟังก์ชัน IMPRODUCT ใช้คูณจำนวนเชิงซ้อนตั้งแต่สองจำนวนขึ้นไปเข้าด้วยกัน คืนผลลัพธ์เป็นจำนวนเชิงซ้อนตัวเดียว ใช้บ่อยในงานคำนวณกำลังไฟฟ้าปรากฏจากแรงดันคูณกระแส และการหมุนเฟสสัญญาณในงานวิศวกรรมไฟฟ้า
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DEC2OCT Engineering | =DEC2OCT(number, [places])
ฟังก์ชัน DEC2OCT ใน Excel ใช้สำหรับแปลงเลขฐานสิบ (Decimal) ที่ระบุให้เป็นเลขฐานแปด (Octal) มีประโยชน์ในการทำงานกับการคำนวณที่เกี่ยวข้องกับระบบเลขฐานต่างๆ เช่น ในด้านคอมพิวเตอร์หรือวิทยาศาสตร์ข้อมูล.
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ISREF Information | =ISREF(value)
ตรวจสอบว่าค่าที่ส่งเข้าไปเป็นการอ้างอิงเซลล์ (Reference) จริง ๆ หรือแค่ค่าธรรมดา คืนค่า TRUE หรือ FALSE
|
2003 | 3 | 2 | 2 |
| IMABS Engineering | =IMABS(inumber)
IMABS หาขนาด (magnitude) ของจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบข้อความ x+yi ด้วยสูตร sqrt(x^2+y^2) งานที่ใช้บ่อยที่สุดคือวิศวกรรมไฟฟ้า หาขนาดอิมพีแดนซ์หรือกระแสในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ERROR.TYPE Information | =ERROR.TYPE(error_val)
แปลง Error ที่เกิดในเซลล์ (เช่น #DIV/0!, #N/A, #VALUE!) ให้เป็นรหัสตัวเลข 1-14 เพื่อนำไปเช็คเงื่อนไขและจัดการ Error แต่ละชนิดแยกกันได้
|
2003 | 3 | 2 | 2 |
| PERCENTRANK Compatibility | =PERCENTRANK(array, x, [significance])
PERCENTRANK เป็นฟังก์ชันชื่อเก่า (legacy) สำหรับคำนวณอันดับแบบเปอร์เซ็นต์ของค่าหนึ่งภายในชุดข้อมูล โดยคืนค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ PERCENTRANK.INC หรือ PERCENTRANK.EXC แทนเพื่อความชัดเจนและรองรับเวอร์ชันใหม่
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย