Thep Excel

347 functions

MATCH คืนเลขลำดับตำแหน่งของค่าที่ค้นหาในช่วงข้อมูลแถวเดียวหรือคอลัมน์เดียว รองรับการค้นหา 3 โหมด คือ Exact Match (0) ที่ไม่ต้องเรียงข้อมูล, Approximate Match แบบ Less Than or Equal (1) ที่ต้องเรียงจากน้อยไปมาก, และ Greater Than or Equal (-1) ที่ต้องเรียงจากมากไปน้อย รองรับ Wildcard (* และ ?) ในโหมด Exact Match และมักใช้คู่กับ INDEX เป็นรูปแบบ INDEX-MATCH ที่ยืดหยุ่นกว่า VLOOKUP

Syntax
=MATCH(lookup_value, lookup_array, [match_type])

MAX คืนค่าสูงสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีข้อมูลประเภทอื่นปนอยู่ในช่วง เหมาะสำหรับหาค่าสูงสุดเช่น คะแนนสูงสุด ยอดขายสูงสุด หรือวันที่ล่าสุด และยังใช้เทคนิค Clamp (จำกัดค่า) โดยการใส่ 0 เป็น argument แรกเพื่อบังคับให้ค่าลบกลายเป็น 0 ได้อีกด้วย

Syntax
=MAX(number1, [number2], ...)

MDETERM ใช้คำนวณค่า Determinant (ดีเทอร์มิแนนต์) ของเมทริกซ์ในช่วงข้อมูล/อาร์เรย์ เหมาะกับงานเชิงเส้น เช่น ตรวจว่าเมทริกซ์เป็นเอกฐานหรือไม่ (Det=0) และใช้ประกอบการหาผกผันของเมทริกซ์ร่วมกับ MINVERSE

Syntax
=MDETERM(array)

MDURATION ช่วยคำนวณความไว (modified duration) ของพันธบัตรต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ใช้วัดความเสี่ยงด้านดอกเบี้ย

Syntax
=MDURATION(settlement, maturity, coupon, yld, frequency, [basis])

MEDIAN คืนค่าที่อยู่ตำแหน่งตรงกลางของชุดข้อมูลที่เรียงลำดับแล้ว หากมีจำนวนข้อมูลเป็นเลขคี่ จะได้ค่าตรงกลางพอดี แต่ถ้าเป็นเลขคู่ จะนำ 2 ค่าตรงกลางมาหาค่าเฉลี่ย เหมาะสำหรับหาค่ากลางของข้อมูลที่มีค่าสุดโต่ง (Outliers) ปะปนอยู่ (เช่น เงินเดือน หรือราคาบ้าน)

Syntax
=MEDIAN(number1, [number2], ...)

MID ตัดข้อความออกจากตำแหน่งเริ่มต้นที่คุณกำหนด โดยระบุความยาวของข้อความที่ต้องการ สะดวกมากสำหรับดึงข้อมูลบางส่วนจากข้อความที่ยาว เช่น รหัสสินค้า, รหัสพนักงาน, หรือวันที่ที่ฝังตัวในข้อความ

Syntax
=MID(text, start_num, num_chars)

MIN คืนค่าต่ำสุดจากชุดข้อมูลที่มี Data Type เป็นตัวเลข เพิกเฉยเซลล์ว่าง ข้อความ และค่า Logic โดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้ไม่ต้องกลัวว่าจะมีข้อมูลปนมารบกวนผลลัพธ์ ใช้ได้กับตัวเลขทั่วไป วันที่ (ค่าน้อยสุด = วันเก่าสุด) และระยะเวลา สามารถใช้ร่วมกับ MATCH เพื่อหาตำแหน่ง หรือใช้ร่วมกับ MAX เพื่อจำกัดค่าอยู่ในช่วงที่กำหนด

Syntax
=MIN(number1, [number2], ...)

ฟังก์ชันที่ใช้หาค่า Inverse Matrix (เมทริกซ์ผกผัน) จากเมทริกซ์สี่เหลี่ยมจัตุรัส สำหรับใช้แก้ระบบสมการเชิงเส้นหรือการคำนวณทางวิทยาศาสตร์

Syntax
=MINVERSE(array)

MOD คืนค่าเศษเหลือจากการหาร มีประโยชน์มากในการตรวจสอบเลขคู่/คี่ สร้างลำดับวนลูป แยกเวลาจากวันที่ และทำ Conditional Formatting สลับสี

Syntax
=MOD(number, divisor)

MODE คืนค่าตัวเลขที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในกลุ่มข้อมูล หากมีค่าที่ความถี่สูงสุดเท่ากันหลายค่า MODE จะคืนค่าตัวแรกที่พบ และถ้าไม่มีค่าซ้ำกันเลย จะคืนค่า #N/A (ใน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ MODE.SNGL หรือ MODE.MULT แทน)

Syntax
=MODE(number1, [number2], ...)

MONTH คืนค่าเดือนเป็นตัวเลขจำนวนเต็มระหว่าง 1 (มกราคม) ถึง 12 (ธันวาคม) จากค่า Serial Number ของวันที่ที่ระบุ เป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่ใช้บ่อยในการทำรายงานสรุปยอดขายรายเดือน หรือการคำนวณไตรมาส

Syntax
=MONTH(serial_number)

ฟังก์ชัน MULTINOMIAL ใช้คำนวณจำนวนวิธีการจัดเรียงสิ่งของเป็นกลุ่มย่อยต่างๆ โดยใช้สูตร (ผลรวม)! ÷ (จำนวน1! × จำนวน2! × …) ซึ่งมีประโยชน์ในการแก้โจทย์การจัดหมู่และความน่าจะเป็น

Syntax
=MULTINOMIAL(number1, [number2], [number3], ...)

ฟังก์ชัน NA() ใช้สำหรับส่งคืนค่าความผิดพลาด #N/A ซึ่งหมายถึง 'ค่าไม่พร้อมใช้งาน' (No Value Available) โดยไม่มีอาร์กิวเมนต์ใดๆ ใช้เพื่อทำเครื่องหมายเซลล์ที่ข้อมูลขาดหายไปหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมเซลล์ว่างในการคำนวณ

Syntax
=NA()

NETWORKDAYS นับจำนวนวันทำงานทั้งหมด (ไม่นับเสาร์-อาทิตย์) ระหว่างวันที่สองวัน และสามารถหักวันหยุดนักขัตฤกษ์ออกได้ เหมาะสำหรับคำนวณระยะเวลาโปรเจกต์, ลาของพนักงาน, หรือเดือนวันทำงาน

Syntax
=NETWORKDAYS(start_date, end_date, [holidays])

ฟังก์ชัน NORMDIST ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย NORM.DIST.

Syntax
=NORMDIST(x, mean, standard_dev, cumulative)

NORMINV หาค่า x ที่ตรงกับความน่าจะเป็นในการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) เหมือนการย้อนกลับจากความน่าจะเป็นไปหาค่าข้อมูล

Syntax
=NORMINV(probability, mean, standard_dev)

NORMSINV เป็นฟังก์ชันชื่อเก่า (legacy) สำหรับหาค่าผกผันของการแจกแจงปกติมาตรฐาน (Standard Normal) โดยรับค่า probability แล้วคืนค่า z-score ที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสมเท่ากับค่านั้น ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ NORM.S.INV แทน

Syntax
=NORMSINV(probability)

NOT ใช้เปลี่ยนค่าตรรกะจาก TRUE เป็น FALSE และจาก FALSE เป็น TRUE มีประโยชน์อย่างมากในการสร้างเงื่อนไขเชิงปฏิเสธ (Negative Condition) ในสูตรที่ต้องการตรวจสอบว่า 'ไม่ใช่' หรือ 'ไม่เท่ากับ' ค่าบางอย่าง เช่น NOT(ISBLANK()) เพื่อตรวจสอบว่าเซลล์นั้น 'ไม่ว่างเปล่า'

Syntax
=NOT(logical)

NOW คืนค่า Serial Number ที่ประกอบด้วยจำนวนเต็ม (วันที่) และทศนิยม (เวลา) ตามนาฬิกาของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นฟังก์ชัน Volatile ที่จะเปลี่ยนค่าไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ Sheet มีการคำนวณใหม่

Syntax
=NOW()

คำนวณจำนวนงวดที่ต้องใช้ในการชำระเงินให้หมดโดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ย, เงินที่ชำระต่องวด, เงินต้น, และเป้าหมายเงินที่เหลือ

Syntax
=NPER(rate, pmt, pv, [fv], [type])

ฟังก์ชัน OCT2DEC แปลงเลขฐานแปด (Octal/Base-8) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal/Base-10) ใช้ในการแปลงค่าตัวเลขที่ใช้เฉพาะตัวเลข 0-7 เป็นรูปแบบที่มนุษย์อ่านได้อย่างง่าย

Syntax
=OCT2DEC(number)

OCT2HEX ใช้แปลงเลขฐาน 8 (Octal) ให้เป็นเลขฐาน 16 (Hex) โดยมักใช้เมื่อรับค่าจากระบบที่เก็บเป็นฐาน 8 แล้วต้องการแสดง/คำนวณต่อในรูป Hex และสามารถกำหนดจำนวนหลักด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้

Syntax
=OCT2HEX(number, [places])

ODD ใช้ปัดตัวเลขออกห่างจากศูนย์ไปเป็นจำนวนเต็มคี่ที่ใกล้ที่สุด เช่น 1.5 → 3 และ -1.5 → -3 เหมาะกับการทำการปัดตามกฎเฉพาะที่ต้องเป็นเลขคี่เสมอ

Syntax
=ODD(number)

ODDFPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก (ช่วงเวลาสั้นหรือยาว) ใช้สำหรับตราสารโบนด์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งแรกไม่ปกติ เช่น โบนด์ที่ออกในช่วงกลางระหว่างวันชำระปกติ

Syntax
=ODDFPRICE(settlement, maturity, issue, first_coupon, rate, yld, redemption, frequency, [basis])

ODDFYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปี (yield) ของตราสารที่มีช่วงคูปองแรกแปลก แตกต่างจาก ODDLPRICE ที่คำนวณราคา ODDFYIELD คำนวณอัตราผลตอบแทนแทน ใช้สำหรับวิเคราะห์บอนด์ที่มีช่วงคูปองแรกไม่ปกติ

Syntax
=ODDFYIELD(settlement, maturity, issue, first_coupon, rate, pr, redemption, frequency, [basis])

ODDLPRICE คำนวณราคาต่อเงินหน้าตั๋ว $100 ของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายแปลก (odd last coupon period) ใช้เมื่อตราสารมีการจ่ายคูปองสุดท้ายที่ไม่ปกติหรือสั้นกว่าปกติ

Syntax
=ODDLPRICE(settlement, maturity, last_interest, rate, yld, redemption, frequency, [basis])

ODDLYIELD คำนวณผลตอบแทนประจำปีของตราสารหนี้ที่มีช่วงคูปองสุดท้ายไม่เป็นมาตรฐาน (odd coupon period) ใช้สำหรับพันธบัตรและหลักทรัพย์ที่มีระยะเวลาชำระดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายผิดปกติ

Syntax
=ODDLYIELD(settlement, maturity, last_interest, rate, pr, redemption, frequency, [basis])

OR คือฟังก์ชันตรรกศาสตร์ที่ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 ข้อ และจะคืนค่า TRUE ถ้ามี 'เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง' เป็นจริง เป็นเครื่องมือจำเป็นสำหรับการสร้างเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น

Syntax
=OR(logical1, [logical2], ...)

ฟังก์ชัน PERCENTILE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณหาค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ k ของช่วงข้อมูล ซึ่งเป็นค่าที่แบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนๆ ตามสัดส่วนร้อยละ ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย PERCENTILE.INC และ PERCENTILE.EXC.

Syntax
=PERCENTILE(array, k)

PERCENTRANK เป็นฟังก์ชันชื่อเก่า (legacy) สำหรับคำนวณอันดับแบบเปอร์เซ็นต์ของค่าหนึ่งภายในชุดข้อมูล โดยคืนค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ PERCENTRANK.INC หรือ PERCENTRANK.EXC แทนเพื่อความชัดเจนและรองรับเวอร์ชันใหม่

Syntax
=PERCENTRANK(array, x, [significance])

ฟังก์ชัน PERMUT ใช้สำหรับคำนวณจำนวนวิธีเรียงสับเปลี่ยน (Permutations) ของวัตถุจำนวนหนึ่งที่เลือกมาจากกลุ่มของวัตถุทั้งหมด โดยคำนึงถึงลำดับของการเรียงสับเปลี่ยน ซึ่งแตกต่างจากการจัดหมู่ (Combination) ที่ไม่สนใจลำดับ

Syntax
=PERMUT(number, number_chosen)

ฟังก์ชัน PI ส่งกลับค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ π (พาย) ที่มีความแม่นยำสูง ประมาณ 3.14159265358979 ใช้สำหรับการคำนวณวงกลม ทรงกลม และตรีโกณมิติ ฟังก์ชันนี้ไม่ต้องใส่พารามิเตอร์ใดๆ

Syntax
=PI()

PMT คำนวณค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนจากยอดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวด โดยค่าที่ได้จะรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

Syntax
=PMT(rate, nper, pv, [fv], [type])

ฟังก์ชัน POISSON ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปัวซอง (Poisson Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย POISSON.DIST เพื่อความแม่นยำและความสอดคล้องกับ Excel เวอร์ชันใหม่.

Syntax
=POISSON(x, mean, cumulative)

POWER คำนวณค่าการยกกำลังได้ง่ายดาย ทำให้ไม่ต้องใช้เครื่องหมาย ^ ในสูตรที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม

Syntax
=POWER(number, power)

PPMT คำนวณเฉพาะเงินต้นที่จ่ายในงวดที่ระบุ โดยแยกออกจากดอกเบี้ย ตรงข้ามกับ PMT ที่รวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

Syntax
=PPMT(rate, per, nper, pv, [fv], [type])