ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Error function
Syntax
=ERF(lower_limit, [upper_limit])
ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Error function
=ERF(lower_limit, [upper_limit])
ฟังก์ชัน ERF.PRECISE ใช้คำนวณค่า Error Function ที่บูรณาการตั้งแต่ 0 ถึงค่าที่ระบุ ใช้ในการวิเคราะห์สถิติและฟิสิกส์ โดยเป็นรุ่นที่แม่นยำกว่าของ ERF().
=ERF.PRECISE(lower_limit)
ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Complementary Error function
=ERFC(x)
ERFC.PRECISE คำนวณค่า Complementary Error Function ที่จุด x โดยใช้ความแม่นยำสูง สำหรับการวิเคราะห์ทางสถิติและความน่าจะเป็น
=ERFC.PRECISE(x)
ส่งกลับตัวเลขระบุประเภทของข้อผิดพลาด
=ERROR.TYPE(error_val)
EUROCONVERT แปลงเงินจำนวนต่าง ๆ ให้เป็นยูโร (EUR) หรือแปลงจากยูโรเป็นสกุลเงินที่เป็นสมาชิกของยูโร หรือแปลงระหว่างสกุลเงินสมาชิกยูโรโดยใช้ยูโรเป็นตัวกลาง ต้องระบุสกุลเงินต้นทาง (source) และสกุลเงินปลายทาง (target) โดยใช้รหัส ISO สามตัวอักษร สามารถเลือกแสดงผลแบบปัดเศษหรือแสดงทศนิยมทั้งหมด
=EUROCONVERT(number, source, target, [full_precision], [triangulation_precision])
ปัดเศษขึ้นให้เป็นจำนวนเต็มคู่ที่ใกล้ที่สุด โดยปัดขึ้นเสมอตามค่าสัมบูรณ์ (ห่างจาก 0)
=EVEN(number)
EXACT เปรียบเทียบข้อความสองข้อความว่าเหมือนกันทุกประการหรือไม่ โดยสนใจตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (Case-sensitive) คืนค่า TRUE ถ้าเหมือนกัน FALSE ถ้าต่างกัน
=EXACT(text1, text2)
ฟังก์ชันที่ส่งกลับค่า e (Euler's number) ยกกำลังด้วยจำนวนที่ระบุ ใช้ในการคำนวณการเติบโตแบบต่อเนื่อง
=EXP(number)
EXPAND ใช้ขยายขนาดของตารางข้อมูลให้ใหญ่ขึ้นตามจำนวนแถวหรือคอลัมน์ที่ระบุ หากตารางเดิมมีขนาดเล็กกว่า ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจะแสดงค่าเป็น #N/A (ค่าเริ่มต้น) หรือค่าที่เรากำหนดเองได้ (pad_with) มีประโยชน์มากในการปรับขนาดข้อมูลให้เท่ากันก่อนนำไปรวมด้วย VSTACK หรือ HSTACK
=EXPAND(array, rows, [columns], [pad_with])
EXPON.DIST คำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง โดยอ้างอิงจากการแจกแจงแบบ Exponential
=EXPON.DIST(x, lambda, cumulative)
Legacy ฟังก์ชันสำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Exponential Distribution สำหรับวิเคราะห์เวลาระหว่างเหตุการณ์ (ใช้ EXPON.DIST แทนในไฟล์ใหม่)
=EXPONDIST(x, lambda, cumulative)
F.DIST ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ F สำหรับทดสอบความแตกต่างของความแปรปรวน (Variance) ระหว่างกลุ่มข้อมูล
=F.DIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2, cumulative)
ฟังก์ชัน F.DIST.RT ใน Excel ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F ทางหางขวา (Right-tailed) ซึ่งมักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เช่น ANOVA เพื่อหาค่า P-value และตัดสินใจว่าผลต่างระหว่างกลุ่มมีนัยสำคัญหรือไม่
=F.DIST.RT(x, deg_freedom1, deg_freedom2)
F.INV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F (Left-tailed) จากค่าความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองชุดข้อมูล
=F.INV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)
F.INV.RT หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F ทางหางขวา ใช้หาค่าวิกฤต (Critical Value) ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) และการเปรียบเทียบความหลากหลายของข้อมูล
=F.INV.RT(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)
F.TEST ทดสอบว่าสองชุดข้อมูลมีความแปรปรวน (การกระจายตัว) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยคืนค่า P-Value สำหรับการตัดสินใจทางสถิติ
=F.TEST(array1, array2)
ฟังก์ชัน FACT คำนวณค่าแฟกทอเรียล (Factorial) ของตัวเลข เช่น 5! = 5×4×3×2×1 = 120 ใช้สำหรับคำนวณจำนวนวิธีจัดเรียงและการรวมกัน
=FACT(number)
ฟังก์ชัน FACTDOUBLE ใช้คำนวณค่า Double Factorial (!!) ของตัวเลข เช่น 5!! = 5 × 3 × 1 = 15 หรือ 6!! = 6 × 4 × 2 = 48
=FACTDOUBLE(number)
FALSE คืนค่าตรรกะ Boolean FALSE โดยตรง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0 ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์.ที่เจ๋งคือทำให้สามารถนำไปใช้กับฟังก์ชันคำนวณได้โดยตรงโดยไม่ต้องแปลง มักใช้ร่วมกับ IF AND OR NOT และ IFERROR เพื่อควบคุม logic ของสูตรเงื่อนไข.ใน Excel คุณสามารถพิมพ์ FALSE โดยตรง (ไม่มีวงเล็บ) หรือเรียกเป็นฟังก์ชัน FALSE() ก็ได้ ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ
=FALSE()
FDIST คำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F หางขวา (right-tailed) ใช้ในการทดสอบความแปรปรวนของสองกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและแนะนำให้ใช้ F.DIST.RT แทน
=FDIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2)
FILTER กรองข้อมูลจาก Array ตามเงื่อนไขที่กำหนด แล้ว return เป็น Spill Range ที่ขยายอัตโนมัติ เป็น Dynamic Array Function ที่เปลี่ยนวิธีการทำงานกับข้อมูลใน Excel รองรับเงื่อนไขหลายตัว (AND/OR) และสามารถใช้ร่วมกับ SORT UNIQUE XLOOKUP เพื่อสร้างรายงานที่อัปเดตอัตโนมัติ
=FILTER(array, include, [if_empty])
FILTERXML ดึงข้อมูลเฉพาะส่วนจาก XML content โดยใช้ XPath expression เพื่อระบุตำแหน่งของข้อมูลที่ต้องการ ทำให้ง่ายในการแยกข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากผลลัพธ์ XML ที่ส่งกลับมาจาก WEBSERVICE มักใช้ร่วมกับ WEBSERVICE และ ENCODEURL เพื่อดึงข้อมูลจาก web API
=FILTERXML(xml, xpath)
FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง
=FIND(find_text, within_text, [start_num])
FINV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F หางขวา ใช้ในการทดสอบสมมติฐานและวิเคราะห์สถิติ โปรดทราบว่าฟังก์ชันนี้เป็นเก่า ควรใช้ F.INV หรือ F.INV.RT แทน
=FINV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)
FISHER แปลงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เป็นค่า Fisher Z ที่มีการกระจายแบบปกติ ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
=FISHER(x)
FISHERINV แปลงค่า Fisher transformation กลับเป็นค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (correlation coefficient) ระหว่าง -1 ถึง 1
=FISHERINV(y)
FIXED ปัดเลขและจัดรูปแบบเป็นข้อความพร้อมทศนิยมที่กำหนด (และคอมม่า)
=FIXED(number, [decimals], [no_commas])
ปัดตัวเลขลงไปยังพหุคูณที่ใกล้ที่สุดของค่าที่กำหนด เช่น ปัด 22 ลงให้ลงตัวที่ 5 ได้ 20 (ฟังก์ชันเก่า ควรใช้ FLOOR.MATH แทน)
=FLOOR(number, significance)
ปัดเศษลงเป็นจำนวนเต็มหรือทศนิยมตามตัวคูณที่ระบุ โดยมีการควบคุมทิศทางการปัดสำหรับจำนวนลบ
=FLOOR.MATH(number, [significance], [mode])
ปัดเศษลงเป็นจำนวนเต็มหรือทศนิยมตามตัวคูณที่ระบุ โดยทำงานกับทั้งเลขบวกและเลขลบ
=FLOOR.PRECISE(number, [significance])
ฟังก์ชันที่ใช้สมการถดถอยเชิงเส้น (Linear Regression) เพื่อพยากรณ์ค่าในอนาคต โดยยึดตามแนวโน้มข้อมูลในอดีต
=FORECAST(x, known_y's, known_x's)
FORECAST.ETS พยากรณ์ค่าในอนาคตโดยใช้เทคนิค Exponential Triple Smoothing (ETS) ซึ่งจัดการกับเทรนด์และฤดูกาลได้อัจฉริยะ
=FORECAST.ETS(target_date, values, timeline, [seasonality], [data_completion], [aggregation])
FORECAST.ETS.CONFINT หาช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ของค่าที่พยากรณ์จากข้อมูลชุดเวลา โดยใช้วิธี Exponential Triple Smoothing (ETS)
=FORECAST.ETS.CONFINT(target_date, values, timeline, [confidence_level], [seasonality], [data_completion], [aggregation])
ฟังก์ชัน FORECAST.ETS.SEASONALITY ตรวจจับความยาวของรอบฤดูกาล (seasonality) ในข้อมูลอนุกรมเวลา โดยใช้อัลกอริทึม Exponential Triple Smoothing (ETS) ที่ Excel ใช้สำหรับพยากรณ์
=FORECAST.ETS.SEASONALITY(values, timeline, [data_completion], [aggregation])
ส่งกลับค่าสถิติต่างๆ จากการวิเคราะห์พยากรณ์แบบ ETS (Exponential Triple Smoothing) เช่น Alpha, Beta, Gamma, MASE, SMAPE, MAE, RMSE และ Step size
=FORECAST.ETS.STAT(values, timeline, statistic_type, [seasonality], [data_completion], [aggregation])
พยากรณ์ค่าในอนาคตโดยใช้สมการถดถอยเชิงเส้น (Linear Regression) จากข้อมูลชุดเดิม
=FORECAST.LINEAR(x, known_y's, known_x's)
FORMULATEXT ดึงสูตรจากเซลล์มาแสดงเป็นข้อความ ใช้สำหรับ Audit ตรวจสอบสูตร หรือทำ Documentation ของ Workbook ถ้าเซลล์ไม่มีสูตรจะคืนค่า #N/A
=FORMULATEXT(reference)
FREQUENCY นับจำนวนค่าที่ตกอยู่ในแต่ละช่วงที่กำหนด และคืนค่าเป็น Array แนวตั้ง เหมาะสำหรับสร้าง Histogram และวิเคราะห์การกระจายข้อมูล
=FREQUENCY(data_array, bins_array)
ส่งกลับค่า P-value จากการทดสอบ F-test เพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองกลุ่มข้อมูล (แนะนำให้ใช้ F.TEST แทน)
=FTEST(array1, array2)
FV คำนวณมูลค่าลงทุนในอนาคต โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ จำนวนงวดการจ่ายเงิน และจำนวนเงินจ่ายต่องวด เหมาะสำหรับการวางแผนการออมและลงทุน
=FV(rate, nper, pmt, [pv], [type])
คำนวณมูลค่าในอนาคตของเงินต้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วง
=FVSCHEDULE(principal, schedule)
ส่งกลับค่า Gamma function Γ(x) ซึ่งเป็นฟังก์ชันคณิตศาสตร์ที่ขยายแนวคิดของแฟกทอเรียลไปยังจำนวนจริงและจำนวนเชิงซ้อน
=GAMMA(number)
GAMMA.DIST คำนวณความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma โดยรับค่า x, alpha, beta และการเลือกระหว่าง PDF (probability density function) หรือ CDF (cumulative distribution function)
=GAMMA.DIST(x, alpha, beta, cumulative)
GAMMA.INV หาค่า X ที่สอดคล้องกับความน่าจะเป็นที่กำหนดในการแจกแจงแบบ Gamma โดยมีพารามิเตอร์ Alpha (shape) และ Beta (scale).
=GAMMA.INV(probability, alpha, beta)
หาค่าความน่าจะเป็นสะสมหรือความหนาแน่นของความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma (ฟังก์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย GAMMA.DIST)
=GAMMADIST(x, alpha, beta, cumulative)
GAMMAINV เป็นฟังก์ชันเก่าที่ใช้หาค่า x จากความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Gamma ในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ GAMMA.INV แทน
=GAMMAINV(probability, alpha, beta)
GAMMALN ส่งกลับค่าลอการิทึมธรรมชาติของฟังก์ชัน Gamma: ln(Γ(x)) – ใช้ในสถิติและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง
=GAMMALN(x)
GAMMALN.PRECISE ส่งกลับค่าลอการิทึมธรรมชาติของฟังก์ชัน Gamma โดยมีความแม่นยำสูงกว่า GAMMALN ปกติ
=GAMMALN.PRECISE(x)
GAUSS คำนวณความน่าจะเป็นที่ค่าจะอยู่ระหว่างค่าเฉลี่ยและค่า Z-score ที่กำหนด โดยคืนค่า NORM.S.DIST(z, TRUE) – 0.5
=GAUSS(z)