Thep Excel

481 functions

EXACT เปรียบเทียบข้อความสองข้อความว่าเหมือนกันทุกประการหรือไม่ โดยสนใจตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (Case-sensitive) คืนค่า TRUE ถ้าเหมือนกัน FALSE ถ้าต่างกัน

Syntax
=EXACT(text1, text2)

F.DIST ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ F สำหรับทดสอบความแตกต่างของความแปรปรวนระหว่างกลุ่มข้อมูล มีทั้งโหมด CDF และ PDF

Syntax
=F.DIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2, cumulative)

ฟังก์ชัน F.DIST.RT ใน Excel ใช้หาค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F ทางหางขวา (Right-tailed) ซึ่งมักใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เช่น ANOVA เพื่อหาค่า P-value และตัดสินใจว่าผลต่างระหว่างกลุ่มมีนัยสำคัญหรือไม่

Syntax
=F.DIST.RT(x, deg_freedom1, deg_freedom2)

F.INV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F (Left-tailed) จากค่าความน่าจะเป็นที่กำหนด ใช้ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติเพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองชุดข้อมูล

Syntax
=F.INV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)

F.INV.RT หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F ทางหางขวา ใช้หาค่าวิกฤต (Critical Value) ในการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) และการเปรียบเทียบความหลากหลายของข้อมูล

Syntax
=F.INV.RT(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)

F.TEST ทดสอบว่าสองชุดข้อมูลมีความแปรปรวน (การกระจายตัว) ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยคืนค่า P-Value สำหรับการตัดสินใจทางสถิติ

Syntax
=F.TEST(array1, array2)

FALSE คืนค่าตรรกะ Boolean FALSE โดยตรง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0 ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์.ที่เจ๋งคือทำให้สามารถนำไปใช้กับฟังก์ชันคำนวณได้โดยตรงโดยไม่ต้องแปลง มักใช้ร่วมกับ IF AND OR NOT และ IFERROR เพื่อควบคุม logic ของสูตรเงื่อนไข.ใน Excel คุณสามารถพิมพ์ FALSE โดยตรง (ไม่มีวงเล็บ) หรือเรียกเป็นฟังก์ชัน FALSE() ก็ได้ ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ

Syntax
=FALSE()

FDIST คำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F หางขวา (right-tailed) ใช้ในการทดสอบความแปรปรวนของสองกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและแนะนำให้ใช้ F.DIST.RT แทน

Syntax
=FDIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2)

FILTER กรองข้อมูลจาก Array ตามเงื่อนไขที่กำหนด แล้ว return เป็น Spill Range ที่ขยายอัตโนมัติ เป็น Dynamic Array Function ที่เปลี่ยนวิธีการทำงานกับข้อมูลใน Excel รองรับเงื่อนไขหลายตัว (AND/OR) และสามารถใช้ร่วมกับ SORT UNIQUE XLOOKUP เพื่อสร้างรายงานที่อัปเดตอัตโนมัติ

Syntax
=FILTER(array, include, [if_empty])

FILTERXML ดึงข้อมูลเฉพาะส่วนจาก XML content โดยใช้ XPath expression เพื่อระบุตำแหน่งของข้อมูลที่ต้องการ ทำให้ง่ายในการแยกข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากผลลัพธ์ XML ที่ส่งกลับมาจาก WEBSERVICE มักใช้ร่วมกับ WEBSERVICE และ ENCODEURL เพื่อดึงข้อมูลจาก web API

Syntax
=FILTERXML(xml, xpath)

FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง

Syntax
=FIND(find_text, within_text, [start_num])

FINV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F หางขวา ใช้ในการทดสอบสมมติฐานและวิเคราะห์สถิติ โปรดทราบว่าฟังก์ชันนี้เป็นเก่า ควรใช้ F.INV หรือ F.INV.RT แทน

Syntax
=FINV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)

FORECAST.ETS.CONFINT หาช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ของค่าที่พยากรณ์จากข้อมูลชุดเวลา โดยใช้วิธี Exponential Triple Smoothing (ETS)

Syntax
=FORECAST.ETS.CONFINT(target_date, values, timeline, [confidence_level], [seasonality], [data_completion], [aggregation])

ฟังก์ชัน FORECAST.ETS.SEASONALITY ตรวจจับความยาวของรอบฤดูกาล (seasonality) ในข้อมูลอนุกรมเวลา โดยใช้อัลกอริทึม Exponential Triple Smoothing (ETS) ที่ Excel ใช้สำหรับพยากรณ์

Syntax
=FORECAST.ETS.SEASONALITY(values, timeline, [data_completion], [aggregation])

FREQUENCY นับจำนวนค่าที่ตกอยู่ในแต่ละช่วงที่กำหนด และคืนค่าเป็น Array แนวตั้ง เหมาะสำหรับสร้าง Histogram และวิเคราะห์การกระจายข้อมูล

Syntax
=FREQUENCY(data_array, bins_array)

FV คำนวณมูลค่าลงทุนในอนาคต โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ จำนวนงวดการจ่ายเงิน และจำนวนเงินจ่ายต่องวด เหมาะสำหรับการวางแผนการออมและลงทุน

Syntax
=FV(rate, nper, pmt, [pv], [type])

ส่งกลับค่า Gamma function Γ(x) ซึ่งเป็นฟังก์ชันคณิตศาสตร์ที่ขยายแนวคิดของแฟกทอเรียลไปยังจำนวนจริงและจำนวนเชิงซ้อน

Syntax
=GAMMA(number)

หาค่าความน่าจะเป็นสะสมหรือความหนาแน่นของความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma (ฟังก์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย GAMMA.DIST)

Syntax
=GAMMADIST(x, alpha, beta, cumulative)

GAMMAINV เป็นฟังก์ชันเก่าที่ใช้หาค่า x จากความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Gamma ในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ GAMMA.INV แทน

Syntax
=GAMMAINV(probability, alpha, beta)

ฟังก์ชัน GCD หาค่าตัวหารร่วมมากที่สุด (Greatest Common Divisor) ของจำนวนเต็มตั้งแต่ 2 จำนวนขึ้นไป มีประโยชน์ในการลดทอนเศษส่วนและการแยกตัวประกอบ

Syntax
=GCD(number1, [number2], ...)

GEOMEAN หาค่าเฉลี่ยเรขาคณิต (Geometric Mean) ของชุดข้อมูล ใช้ได้ดีกับข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เช่น อัตราการเติบโต ผลตอบแทน หรือความเสี่ยง

Syntax
=GEOMEAN(number1, [number2], ...)

ฟังก์ชัน GETPIVOTDATA ใช้สำหรับดึงข้อมูลเฉพาะเจาะจงจาก PivotTable โดยอ้างอิงจากชื่อฟิลด์และเงื่อนไขที่กำหนด แทนที่จะใช้การอ้างอิงเซลล์โดยตรงข้อดีของฟังก์ชันนี้คือจะดึงข้อมูลตามโครงสร้างของ PivotTable ไม่ใช่ตำแหน่งเซลล์ ทำให้สูตรยังคงทำงานได้ถูกต้องแม้ว่า PivotTable จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือการจัดเรียงข้อมูล เหมาะสำหรับการสร้างรายงานแบบไดนามิกและการวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการความแม่นยำสูง

Syntax
=GETPIVOTDATA(data_field, pivot_table, [field1, item1, field2, item2], ...)

ฟังก์ชัน HARMEAN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าเฉลี่ยฮาร์โมนิก (Harmonic Mean) ของชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งเหมาะสำหรับหาค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน เช่น ความเร็วเฉลี่ย อัตราผลตอบแทน หรือกำลังโหลด

Syntax
=HARMEAN(number1, [number2], ...)