ค้นหาและเรียนรู้ Functions ที่ครอบคลุมสำหรับ Excel, Power Query, DAX, Google Sheets และ Python
| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| IMCOS Engineering | =IMCOS(inumber)
หาค่า Cosine ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| CALL Add-in and Automation | =CALL(register_id,[module_text],[procedure],[type_text],[argument1],[argument2],...)
CALL เรียกใช้ฟังก์ชันหรือโปรแกรมที่อยู่ในไลบรารี DLL หรือทรัพยากรโค้ด สามารถใช้กับ register ID ที่ได้จากฟังก์ชัน REGISTER หรือ REGISTER.ID หรือสามารถระบุโมดูล ชื่อฟังก์ชัน และประเภทข้อมูลโดยตรง เฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่มีความรู้เพิ่มเติม เพราะการใช้ไม่ถูกต้องอาจทำให้ต้องรีสตาร์ท Windows
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| HEX2DEC Engineering | =HEX2DEC(number)
แปลงเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) เป็นเลขฐานสิบ (Decimal) ใช้บ่อยตอนอ่านค่าสี Hex หรือค่าที่ระบบคอมพิวเตอร์ส่งมาเป็นฐาน 16 แล้วต้องเอามาคำนวณต่อ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMPRODUCT Engineering | =IMPRODUCT(inumber1, [inumber2], ...)
ฟังก์ชัน IMPRODUCT ใช้คูณจำนวนเชิงซ้อนตั้งแต่สองจำนวนขึ้นไปเข้าด้วยกัน คืนผลลัพธ์เป็นจำนวนเชิงซ้อนตัวเดียว ใช้บ่อยในงานคำนวณกำลังไฟฟ้าปรากฏจากแรงดันคูณกระแส และการหมุนเฟสสัญญาณในงานวิศวกรรมไฟฟ้า
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BESSELY Engineering | =BESSELY(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELY ส่งกลับค่าฟังก์ชันเบสเซล Yn(x) ชนิดที่ 2 (Neumann function หรือ Weber function) ซึ่งใช้ในการคำนวณปัญหาทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DSTDEV Database | =DSTDEV(database, field, criteria)
DSTDEV คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Sample) จากฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด ใช้เมื่อต้องการวิเคราะห์ความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่างจากข้อมูลขนาดใหญ่
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BITOR Engineering | =BITOR(number1, number2)
ฟังก์ชัน BITOR ใช้สำหรับหาค่า Bitwise OR ของตัวเลขสองจำนวน โดยผลลัพธ์จะเป็น 1 เมื่อบิตใดบิตหนึ่งเป็น 1 ส่วน 0 เมื่อบิตทั้งสองเป็น 0
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| IMCOSH Engineering | =IMCOSH(inumber)
หาค่า Hyperbolic Cosine ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| ISFORMULA Information | =ISFORMULA(reference)
ตรวจสอบว่าเซลล์ที่อ้างอิงมีสูตรอยู่หรือไม่ คืนค่า TRUE ถ้าเซลล์นั้นเป็นสูตร และ FALSE ถ้าเป็นค่าคงที่หรือเซลล์ว่าง ใช้ตรวจสอบไฟล์ก่อนแก้ไข
|
2013 | 3 | 2 | 2 |
| HEX2OCT Engineering | =HEX2OCT(number, [places])
ฟังก์ชัน HEX2OCT แปลงเลขฐานสิบหก (hexadecimal) เป็นเลขฐานแปด (octal) โดยรองรับค่าลบและการระบุจำนวนหลัก
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMREAL Engineering | =IMREAL(inumber)
ฟังก์ชัน IMREAL ใช้ดึงเฉพาะส่วนจริง (Real part) ออกจากจำนวนเชิงซ้อน ทิ้งส่วนจินตภาพไป มักใช้ในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเวลาต้องแยกค่าความต้านทาน (R) ออกจากค่ารีแอกแตนซ์ในอิมพีแดนซ์ที่เขียนแบบ R+jX
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| SHEET Information | =SHEET([value])
ส่งกลับหมายเลขลำดับของแผ่นงาน (sheet) ที่ระบุ ใช้เมื่อต้องการรู้ว่าชีท A อยู่ลำดับที่เท่าไหร่
|
2013 | 3 | 2 | 2 |
| STOCKHISTORY Information | =STOCKHISTORY(stock, start_date, [end_date], [interval], [headers], [property0-property5])
ดึงข้อมูลประวัติราคาหุ้นหรืออัตราแลกเปลี่ยนตามช่วงวันที่ที่กำหนด ส่งกลับเป็น Dynamic Array
|
2024 | 3 | 2 | 2 |
| COMPLEX Engineering | =COMPLEX(real_num, i_num, [suffix])
แปลงตัวเลขส่วนจริงและส่วนจินตภาพให้กลายเป็นจำนวนเชิงซ้อนในรูปแบบ x+yi หรือ x+yj พร้อมใช้กับฟังก์ชันวิศวกรรมอื่นๆ ใน Excel
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DSTDEVP Database | =DSTDEVP(database, field, criteria)
คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Population) จากฐานข้อมูลตามเงื่อนไข
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BITRSHIFT Engineering | =BITRSHIFT(number, shift_amount)
เลื่อนบิตตัวเลขไปทางขวา โดยการเลื่อน 1 ครั้งเท่ากับหารด้วย 2 แล้วปัดเศษทิ้ง ใช้สำหรับการดำเนินการบิตเวลจำนวนเต็ม
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| IMCOT Engineering | =IMCOT(inumber)
หาค่า Cotangent ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| IMSEC Engineering | =IMSEC(inumber)
หาค่า Secant ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| SHEETS Information | =SHEETS([reference])
ส่งกลับจำนวนแผ่นงานทั้งหมดในการอ้างอิง หรือในเวิร์กบุ๊กปัจจุบันหากไม่มีการอ้างอิง
|
2013 | 3 | 2 | 2 |
| ERF Engineering | =ERF(lower_limit, [upper_limit])
หาพื้นที่ใต้กราฟการแจกแจงปกติ (Error Function) ระหว่างขอบเขตล่างถึงบน ใช้ในงานสถิติและวิศวกรรม เช่น คำนวณความน่าจะเป็น การกระจายความร้อน หรือสัญญาณรบกวน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DSUM Database | =DSUM(database, field, criteria)
DSUM ใช้หาผลรวมจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| RANK Compatibility | =RANK(number, ref, [order])
RANK จัดลำดับตัวเลขเทียบกับรายการข้อมูล คืนค่าอันดับ (1=สูงสุด/ต่ำสุด) เป็นเวอร์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย RANK.EQ และ RANK.AVG แนะนำให้ใช้ RANK.EQ แทนในไฟล์ใหม่ เหมาะสำหรับจัดอันดับยอดขาย คะแนน หรือประสิทธิภาพ
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| EXPONDIST Compatibility | =EXPONDIST(x, lambda, cumulative)
Legacy ฟังก์ชันสำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Exponential Distribution สำหรับวิเคราะห์เวลาระหว่างเหตุการณ์ (ใช้ EXPON.DIST แทนในไฟล์ใหม่)
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CUBESET Cube | =CUBESET(connection, set_expression, [caption], [sort_order], [sort_by])
CUBESET ส่งชุด MDX expression ไปยังเซิร์ฟเวอร์คิูบ แล้วส่งชุดข้อมูลกลับมาใช้กับฟังก์ชัน CUBE อื่นๆ เหมาะสำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูล OLAP
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| BETADIST Compatibility | =BETADIST(x, alpha, beta, [A], [B])
ฟังก์ชันเก่าที่หาค่าความน่าจะเป็นสะสมของการแจกแจงแบบเบตา บาง Excel เวอร์ชันเก่ามีเฉพาะฟังก์ชันนี้ ส่วน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ BETA.DIST แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| FDIST Compatibility | =FDIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2)
FDIST คำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F หางขวา (right-tailed) ใช้ในการทดสอบความแปรปรวนของสองกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและแนะนำให้ใช้ F.DIST.RT แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CUBERANKEDMEMBER Cube | =CUBERANKEDMEMBER(connection, set_expression, rank, [caption])
CUBERANKEDMEMBER ส่งกลับสมาชิกที่อยู่ในตำแหน่งอันดับที่ระบุจากชุด ใช้หาข้อมูลอันดับ 1, 2, 3 หรืออื่น ๆ จากคิวบ์
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| NEGBINOMDIST Compatibility | =NEGBINOMDIST(number_f, number_s, probability_s)
คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงทวินามลบ — หาโอกาสที่จะล้มเหลว k ครั้ง ก่อนจะสำเร็จครบตามเป้า ใช้ในงานวิเคราะห์ความเสี่ยงและ QC
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| BETAINV Compatibility | =BETAINV(probability, alpha, beta, [A], [B])
ฟังก์ชัน BETAINV ค้นหาค่าผกผันของฟังก์ชันการแจกแจงความน่าจะเป็น Beta แบบสะสม ใช้ในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นและการวางแผนโครงการ
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| STDEVP Compatibility | =STDEVP(number1, [number2], ...)
คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด เป็นฟังก์ชันรุ่นเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย STDEV.P แล้ว
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| FINV Compatibility | =FINV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)
FINV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F หางขวา ใช้ในการทดสอบสมมติฐานและวิเคราะห์สถิติ โปรดทราบว่าฟังก์ชันนี้เป็นเก่า ควรใช้ F.INV หรือ F.INV.RT แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| DETECTLANGUAGE Text | =DETECTLANGUAGE(text)
ฟังก์ชัน Microsoft 365 ที่ตรวจจับภาษาของข้อความในเซลล์ แล้วคืนค่าเป็นรหัสภาษา (เช่น "th", "en", "es") ใช้คู่กับ TRANSLATE เพื่อแปลภาษาแบบอัตโนมัติ
|
9999 | 2 | 2 | 5 |
| CUBEMEMBERPROPERTY Cube | =CUBEMEMBERPROPERTY(connection, member_expression, property)
CUBEMEMBERPROPERTY ดึงค่าของคุณสมบัติสมาชิก (property) จากสมาชิกในคิูบ OLAP โดยต้องระบุชื่อการเชื่อมต่อ MDX expression และชื่อคุณสมบัติที่ต้องการเข้าถึง
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| BINOMDIST Compatibility | =BINOMDIST(number_s, trials, probability_s, cumulative)
ฟังก์ชัน BINOMDIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินาม สำหรับปัญหาที่มีจำนวนการทดลองคงที่และผลลัพธ์ที่เป็นเพียงสำเร็จหรือล้มเหลว เป็นฟังก์ชันเก่าที่ Microsoft แนะนำให้ใช้ BINOM.DIST แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| TDIST Compatibility | =TDIST(x, deg_freedom, tails)
คำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Student's t-distribution สำหรับการทดสอบสมมติฐาน ใช้กับ Excel เวอร์ชันเก่าก่อนที่จะมี T.DIST และ T.DIST.2T เข้ามาแทนที่
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| FTEST Compatibility | =FTEST(array1, array2)
ส่งกลับค่า P-value จากการทดสอบ F-test เพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองกลุ่มข้อมูล (แนะนำให้ใช้ F.TEST แทน)
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CUBEMEMBER Cube | =CUBEMEMBER(connection, member_expression, [caption])
CUBEMEMBER ส่งกลับสมาชิกหรือ tuple จากคิวบ์ OLAP โดยใช้ MDX expression เพื่อระบุตำแหน่ง ใช้สำหรับตรวจสอบความมีตัวตนของสมาชิกและสร้าง tuple สำหรับ cube function อื่น
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| NORMDIST Compatibility | =NORMDIST(x, mean, standard_dev, cumulative)
ฟังก์ชัน NORMDIST ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย NORM.DIST.
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| FLOOR Compatibility | =FLOOR(number, significance)
ปัดตัวเลขลงไปยังพหุคูณที่ใกล้ที่สุดของค่าที่กำหนด เช่น ปัด 22 ลงให้ลงตัวที่ 5 ได้ 20 (ฟังก์ชันเก่า ควรใช้ FLOOR.MATH แทน)
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CEILING Compatibility | =CEILING(number, significance)
ปัดตัวเลขขึ้นไปยังจำนวนเต็มที่ใกล้ที่สุด หรือพหุคูณของ significance ที่ระบุ (ฟังก์ชันเก่า)
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| TINV Compatibility | =TINV(probability, deg_freedom)
TINV หาค่าวิกฤต t (critical value) แบบสองหางจากความน่าจะเป็นและองศาอิสระ (deg_freedom) ใช้สร้างช่วงความเชื่อมั่นเมื่อไม่รู้ค่า SD ของประชากรจริง เช่น งานวิศวกรรมและงานควบคุมคุณภาพ เป็นฟังก์ชันเก่าที่ควรเปลี่ยนไปใช้ T.INV.2T
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| GAMMADIST Compatibility | =GAMMADIST(x, alpha, beta, cumulative)
หาค่าความน่าจะเป็นสะสมหรือความหนาแน่นของความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma (ฟังก์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย GAMMA.DIST)
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CUBEKPIMEMBER Cube | =CUBEKPIMEMBER(connection, kpi_name, kpi_property, [caption])
CUBEKPIMEMBER ดึงข้อมูลตัวบ่งชี้ KPI จากคิวบ์ OLAP และส่งกลับค่าจริง เป้าหมาย สถานะ หรือแนวโน้ม ใช้เชื่อมต่อกับ SQL Server Analysis Services เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงานองค์กร
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| NORMSDIST Compatibility | =NORMSDIST(z)
NORMSDIST หาความน่าจะเป็นสะสมของค่า Z ในการแจกแจงปกติมาตรฐาน (mean=0, SD=1) ใช้เทียบทีมขายหรือตรวจคุณภาพว่าค่าที่วัดได้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือผิดปกติแค่ไหน เป็นฟังก์ชันเก่าที่ Excel แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ NORM.S.DIST แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CHIDIST Compatibility | =CHIDIST(x, deg_freedom)
หาความน่าจะเป็นแบบหางขวา (Right-tailed) ของการแจกแจง Chi-squared จากค่าสถิติ x และองศาอิสระ deg_freedom เป็นฟังก์ชันเก่าที่เก็บไว้เพื่อความเข้ากันได้ ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ CHISQ.DIST.RT แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| TTEST Compatibility | =TTEST(array1, array2, tails, type)
คำนวณค่า p-value ของ Student's t-test เพื่อทดสอบว่าค่าเฉลี่ยของข้อมูลสองชุดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ (ฟังก์ชันรุ่นเก่า แนะนำให้ใช้ T.TEST แทน)
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| GAMMAINV Compatibility | =GAMMAINV(probability, alpha, beta)
GAMMAINV เป็นฟังก์ชันเก่าที่ใช้หาค่า x จากความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Gamma ในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ GAMMA.INV แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| NORMSINV Compatibility | =NORMSINV(probability)
NORMSINV เป็นฟังก์ชันชื่อเก่า (legacy) สำหรับหาค่าผกผันของการแจกแจงปกติมาตรฐาน (Standard Normal) โดยรับค่า probability แล้วคืนค่า z-score ที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสมเท่ากับค่านั้น ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ NORM.S.INV แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CHIINV Compatibility | =CHIINV(probability, deg_freedom)
หาค่าผกผัน (Inverse) ของความน่าจะเป็นหางขวาของการแจกแจง Chi-squared จากค่า probability และองศาอิสระ deg_freedom เป็นฟังก์ชันเก่าที่เก็บไว้เพื่อความเข้ากันได้ ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ CHISQ.INV.RT แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| HYPGEOMDIST Compatibility | =HYPGEOMDIST(sample_s, number_sample, population_s, number_pop)
ฟังก์ชันเก่าที่คำนวณความน่าจะเป็นของการสุ่มตัวอย่างจากประชากรจำกัด โดยไม่มีการใส่คืน (Legacy function แนะนำให้ใช้ HYPGEOM.DIST แทน)
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย