ค้นหาและเรียนรู้ Functions ที่ครอบคลุมสำหรับ Excel, Power Query, DAX, Google Sheets และ Python
| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| EOMONTH Date and Time | =EOMONTH(start_date, months)
EOMONTH คืนค่าวันที่วันสุดท้ายของเดือน โดยนับจากวันที่เริ่มต้นไปข้างหน้าหรือย้อนหลังตามจำนวนเดือนที่ระบุ เหมาะสำหรับกำหนดวันครบกำหนดสิ้นเดือน
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| TEXTSPLIT Text | =TEXTSPLIT(text, col_delimiter, [row_delimiter], [ignore_empty], [match_mode], [pad_with])
TEXTSPLIT เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ช่วยแยกข้อความในเซลล์ออกเป็นอาร์เรย์ของค่า (Spill) ตามตัวคั่นที่ระบุ สามารถแยกข้อมูลออกไปทางขวา (คอลัมน์) หรือลงด้านล่าง (แถว) หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน เหมาะสำหรับการจัดการข้อมูลนำเข้าที่รวมกันอยู่ในเซลล์เดียว
|
9999 | 7 | 4 | 8 |
| HYPERLINK Lookup and reference | =HYPERLINK(link_location, [friendly_name])
HYPERLINK สร้างลิงก์ที่คลิกได้ไปยังเว็บไซต์ ไฟล์ เซลล์ใน Sheet อื่น หรืออีเมล สามารถกำหนดข้อความที่แสดงต่างจาก URL จริงได้
|
2003 | 7 | 5 | 9 |
| RANK.EQ Statistical | =RANK.EQ(number, ref, [order])
RANK.EQ จัดลำดับตัวเลขในช่วงข้อมูล โดยถ้ามีค่าซ้ำกันจะคืนค่าลำดับที่ดีที่สุดเหมือนกัน เหมาะสำหรับการจัดอันดับการแข่งขัน ยอดขาย หรือคะแนน
|
2010 | 7 | 4 | 7 |
| SEARCH Text | =SEARCH(find_text, within_text, [start_num])
SEARCH ค้นหาตำแหน่งของคำที่ต้องการในข้อความหลัก ถ้าเจอคืนตัวเลขตำแหน่งที่พบ ถ้าไม่เจอคืน #VALUE! ต่างจาก FIND ตรงที่ไม่แยกแยะตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (A=a) และใช้ wildcard (* กับ ?) ค้นหาแบบมีรูปแบบได้ เอาไปต่อกับ ISNUMBER ก็กลายเป็นสูตรเช็คว่าเซลล์มีคำนี้อยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันบ่อยที่สุดในงานจัดหมวดหมู่หรือกรองข้อมูลจากคำสำคัญ
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| ADDRESS Lookup and reference | =ADDRESS(row_num, column_num, [abs_num], [a1], [sheet_text])
ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute Mixed Relative และสไตล์ R1C1 มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference
|
2003 | 7 | 5 | 8 |
| EXPAND Lookup and reference | =EXPAND(array, rows, [columns], [pad_with])
EXPAND ใช้ขยายขนาดของตารางข้อมูลให้ใหญ่ขึ้นตามจำนวนแถวหรือคอลัมน์ที่ระบุ หากตารางเดิมมีขนาดเล็กกว่า ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจะแสดงค่าเป็น #N/A (ค่าเริ่มต้น) หรือค่าที่เรากำหนดเองได้ (pad_with) มีประโยชน์มากในการปรับขนาดข้อมูลให้เท่ากันก่อนนำไปรวมด้วย VSTACK หรือ HSTACK
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| UPPER Text | =UPPER(text)
UPPER เปลี่ยนข้อความให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (เช่น "excel" -> "EXCEL") มักใช้ในการจัดรูปแบบข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนนำไปเปรียบเทียบหรือค้นหา (Lookup)
|
2003 | 7 | 2 | 8 |
| WRAPCOLS Lookup and reference | =WRAPCOLS(vector, wrap_count, [pad_with])
WRAPCOLS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากบนลงล่างในแต่ละคอลัมน์ เมื่อครบ wrap_count แถวจะขึ้นคอลัมน์ใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPROWS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| VSTACK Lookup and reference | =VSTACK(array1, [array2], ...)
VSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวตั้ง (ต่อท้ายลงไปด้านล่าง) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนคอลัมน์ไม่เท่ากัน VSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| FORMULATEXT Lookup and reference | =FORMULATEXT(reference)
FORMULATEXT ดึงสูตรจากเซลล์มาแสดงเป็นข้อความ ใช้สำหรับ Audit ตรวจสอบสูตร หรือทำ Documentation ของ Workbook ถ้าเซลล์ไม่มีสูตรจะคืนค่า #N/A
|
2013 | 7 | 5 | 10 |
| SMALL Statistical | =SMALL(array, k)
SMALL คืนค่าตัวเลขที่น้อยที่สุดในลำดับที่ k จากช่วงข้อมูล (array) ถ้า k=1 จะได้ค่าเดียวกับ MIN ถ้า k=n จะได้ค่าที่มากที่สุด (MAX) ใช้สำหรับจัดอันดับข้อมูลหรือดึงค่า Bottom N ออกมาวิเคราะห์
|
2003 | 7 | 3 | 7 |
| FIND Text | =FIND(find_text, within_text, [start_num])
FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง
|
2003 | 7 | 3 | 8 |
| WRAPROWS Lookup and reference | =WRAPROWS(vector, wrap_count, [pad_with])
WRAPROWS ห่อ (wrap) ข้อมูล 1 มิติให้กลายเป็นตาราง 2 มิติ โดยเรียงข้อมูลจากซ้ายไปขวาในแต่ละแถว เมื่อครบ wrap_count คอลัมน์จะขึ้นแถวใหม่ รองรับ padding เมื่อข้อมูลไม่พอดี ใช้คู่กับ WRAPCOLS TOCOL TOROW เพื่อ reshape ข้อมูล
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| HSTACK Lookup and reference | =HSTACK(array1, [array2], ...)
HSTACK เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ใช้รวมข้อมูลจากหลายช่วงเข้าด้วยกันโดยนำมาเรียงต่อกันในแนวนอน (ต่อท้ายไปทางขวา) หากช่วงข้อมูลที่นำมารวมมีจำนวนแถวไม่เท่ากัน HSTACK จะเติมค่า #N/A ในส่วนที่ขาดหายไปให้โดยอัตโนมัติ
|
9999 | 7 | 5 | 8 |
| SUMSQ Math and trigonometry | =SUMSQ(number1, [number2], ...)
SUMSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของตัวเลข ใช้บ่อยในการวิเคราะห์สถิติและค่าคลาดเคลื่อน
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| UNICODE Text | =UNICODE(text)
ส่งกลับรหัส Unicode ของตัวอักษรตัวแรก เป็นฟังก์ชันคู่กับ UNICHAR
|
2013 | 6 | 2 | 8 |
| ISTEXT Information | =ISTEXT(value)
ISTEXT ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นข้อความจริงหรือไม่ จุดเด่นของมันคือมันแยกความแตกต่างระหว่าง '123' (ข้อความ) กับ 123 (ตัวเลข) ซึ่งช่วยเมื่อต้องการตรวจสอบรูปแบบข้อมูลก่อนคำนวณ
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| VAR Compatibility | =VAR(number1, [number2], ...)
VAR คำนวณความแปรปรวนของกลุ่มตัวอย่าง (sample variance) โดยใช้สูตร n-1 ในตัวส่วน ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ VAR.S แทน ซึ่งให้ผลลัพธ์เหมือนกันแต่ชื่อชัดเจนกว่า
|
2003 | 6 | 4 | 6 |
| MODE.SNGL Statistical | =MODE.SNGL(number1, [number2], ...)
MODE.SNGL หาค่าฐานนิยม คือค่าที่ปรากฏบ่อยที่สุดในชุดข้อมูล จะส่งกลับค่าเดียวเท่านั้น ถ้าไม่มีค่าซ้ำเลยจะ #N/A
|
2010 | 6 | 3 | 6 |
| VAR.P Statistical | =VAR.P(number1, [number2], ...)
VAR.P คำนวณความแปรปรวน (variance) ของประชากรทั้งหมด ต่างจาก VAR.S ที่ใช้สำหรับตัวอย่าง
|
2010 | 6 | 4 | 6 |
| MINVERSE Math and trigonometry | =MINVERSE(array)
ฟังก์ชันที่ใช้หาค่า Inverse Matrix (เมทริกซ์ผกผัน) จากเมทริกซ์สี่เหลี่ยมจัตุรัส สำหรับใช้แก้ระบบสมการเชิงเส้นหรือการคำนวณทางวิทยาศาสตร์
|
2003 | 6 | 1 | 6 |
| RAND Math and trigonometry | =RAND()
RAND คืนค่าตัวเลขสุ่มแบบทศนิยมที่มีค่าตั้งแต่ 0 แต่ไม่ถึง 1 (เช่น 0.5234) เหมาะสำหรับการจำลองสถานการณ์ สุ่มตัวอย่าง หรือใช้สร้างคอลัมน์สำหรับเรียงลำดับข้อมูลแบบสุ่ม (Shuffle) เป็นฟังก์ชันที่ไม่มีอาร์กิวเมนต์
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| CODE Text | =CODE(text)
ส่งกลับรหัส ASCII (ANSI code) ของตัวอักษรตัวแรกในข้อความ ตรงข้ามกับฟังก์ชัน CHAR
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| ISERROR Information | =ISERROR(value)
ISERROR ตรวจสอบค่าว่าเป็น Error หรือไม่ โดยครอบคลุม Error ทุกประเภทใน Excel ได้แก่ #N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, และ #NULL! มักใช้คู่กับ IF เพื่อแสดงข้อความเตือนหรือจัดการกับ Error ก่อนที่จะแสดงผล
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| SUMX2MY2 Math and trigonometry | =SUMX2MY2(array_x, array_y)
SUMX2MY2 คำนวณผลรวมของผลต่างกำลังสอง (x² – y²) จากสองช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบสถิติและวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างข้อมูลคู่
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| LOG10 Math and trigonometry | =LOG10(number)
หาค่าลอการิทึมฐาน 10 ของตัวเลข ใช้บ่อยในงานคำนวณเดซิเบล ค่า pH ทางเคมี และการบีบอัดข้อมูลที่มีช่วงค่ากว้างมากให้อยู่ในสเกลที่อ่านง่ายขึ้น
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| COUNTBLANK Statistical | =COUNTBLANK(range)
COUNTBLANK นับจำนวนเซลล์ว่างในช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| N Information | =N(value)
N แปลงค่าต่างๆให้เป็นตัวเลข (TRUE→1, FALSE→0, วันที่→Serial Number, ข้อความ→0)
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| TRANSPOSE Lookup and reference | =TRANSPOSE(array)
สลับแกนของตารางข้อมูล เปลี่ยนแถวเป็นคอลัมน์และคอลัมน์เป็นแถว ช่วยจัดโครงสร้างข้อมูลให้เหมาะกับการวิเคราะห์และนำเสนอ
|
2003 | 6 | 4 | 8 |
| VAR.S Statistical | =VAR.S(number1, [number2], ...)
VAR.S ใช้หาค่าความแปรปรวน (Variance) ของกลุ่มตัวอย่าง เหมาะสำหรับข้อมูลที่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรใหญ่
|
2010 | 6 | 4 | 6 |
| SERIESSUM Math and trigonometry | =SERIESSUM(x, n, m, coefficients)
SERIESSUM คำนวณผลรวมของอนุกรมกำลัง (Power Series) โดยใช้ค่า x กำลังต่างๆ กับสัมประสิทธิ์ ใช้ในการประมาณค่า sine, cosine, exponential และอื่นๆ
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| ISEVEN Information | =ISEVEN(number)
ISEVEN ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นเลขคู่หรือไม่ และส่งกลับ TRUE (ถ้าเป็นเลขคู่) หรือ FALSE (ถ้าเป็นเลขคี่) ใช้ได้กับตัวเลขที่เป็นจำนวนเต็มเท่านั้น
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| SUMX2PY2 Math and trigonometry | =SUMX2PY2(array_x, array_y)
SUMX2PY2 คำนวณ x² + y² สำหรับข้อมูลจับคู่สองชุด แล้วรวมผลทั้งหมด ใช้สำหรับสถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล
|
2003 | 6 | 1 | 7 |
| PHONETIC Text | =PHONETIC(reference)
PHONETIC ดึงข้อความ Furigana (คำอ่านกำกับตัวอักษรคันจิภาษาญี่ปุ่น) ที่ฝังอยู่ในเซลล์ออกมาเป็นข้อความแยกต่างหาก ใช้ได้เฉพาะระบบที่ตั้งค่าภูมิภาคเป็นภาษาตะวันออกไกล
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| NA Information | =NA()
ฟังก์ชัน NA() ใช้สำหรับส่งคืนค่าความผิดพลาด #N/A ซึ่งหมายถึง 'ค่าไม่พร้อมใช้งาน' (No Value Available) โดยไม่มีอาร์กิวเมนต์ใดๆ ใช้เพื่อทำเครื่องหมายเซลล์ที่ข้อมูลขาดหายไปหรือเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมเซลล์ว่างในการคำนวณ
|
2003 | 6 | 1 | 5 |
| SEQUENCE Math and trigonometry | =SEQUENCE(rows, [columns], [start], [step])
SEQUENCE สร้างอาร์เรย์ของตัวเลขเรียงลำดับตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถสร้างได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือเป็นตาราง 2 มิติ เป็นฟังก์ชัน Dynamic Array ที่ผลลัพธ์จะ Spill ไปยังเซลล์ข้างเคียงโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับสร้าง Running Number, ตารางสูตรคูณ, หรือวันที่เรียงต่อเนื่อง
|
2021 | 6 | 4 | 7 |
| T Text | =T(value)
T ฟังก์ชันที่ตรวจสอบว่าค่าเป็นข้อความหรือไม่ ถ้าใช่ส่งกลับข้อความเดิม ถ้าไม่ใช่ส่งกลับค่าว่าง ใช้ปลอดภัยกว่าการต่อข้อความตรงๆ เมื่อไม่แน่ใจว่าเซลล์ต้นทางเก็บอะไรอยู่
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| ASC Text | =ASC(text)
ASC แปลงตัวอักษรแบบเต็มความกว้าง (Full-width/Double-byte) ให้เป็นครึ่งความกว้าง (Half-width/Single-byte) ใช้กับข้อมูลจากภาษาญี่ปุ่น จีน หรือแหล่งข้อมูล DBCS อื่นๆ
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| CHAR Text | =CHAR(number)
CHAR แปลงรหัสตัวอักษร (1-255) เป็นตัวอักษรจริง มีประโยชน์สำหรับแทรกอักขระพิเศษที่พิมพ์ยาก เช่น การขึ้นบรรทัดใหม่
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| SUMXMY2 Math and trigonometry | =SUMXMY2(array_x, array_y)
SUMXMY2 หาผลรวมของกำลังสองของผลต่าง (Sum of Squares of Differences) ระหว่างสองชุดข้อมูล คำนวณ SUM((x-y)^2) ได้อย่างคล่องแคล่ว
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| LN Math and trigonometry | =LN(number)
ส่งกลับค่าลอการิทึมธรรมชาติ (Natural Logarithm) ของตัวเลขที่ป้อน โดยใช้ค่าคงที่ e (2.71828) เป็นฐาน
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| ROWS Lookup and reference | =ROWS(array)
ส่งกลับจำนวนแถวในอาร์เรย์หรือการอ้างอิง ใช้สร้างสูตรแบบ dynamic ที่ขยายขนาดตามข้อมูลจริง ไม่ต้องมานับแถวเองทุกครั้งที่ข้อมูลเปลี่ยน
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| AREAS Lookup and reference | =AREAS(reference)
AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เดี่ยว เช่น ถ้าเราอ้างอิง (A1:B2, D5:E5) ถือว่ามี 2 พื้นที่แยกกัน
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| BAHTTEXT Text | =BAHTTEXT(number)
แปลงตัวเลขเป็นคำอ่านภาษาไทย (บาท และสตางค์) ใช้สำหรับเอกสารทางการเงินที่ต้องระบุจำนวนเงินเป็นตัวอักษร
|
2003 | 6 | 2 | 9 |
| ISLOGICAL Information | =ISLOGICAL(value)
ISLOGICAL เช็คว่าเซลล์เป็นค่าตรรกะ (TRUE หรือ FALSE) จริง ๆ หรือเพียงแค่ข้อความที่อ่านดูเหมือน
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| LOG Math and trigonometry | =LOG(number, [base])
ส่งกลับค่าลอการิทึมของตัวเลขตามฐานที่ระบุ (ถ้าไม่ระบุจะใช้ฐาน 10)
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| REGEXREPLACE Text | =REGEXREPLACE(text, pattern, replacement, [match_number])
REGEXREPLACE ค้นหาและแทนที่ข้อความจากรูปแบบ Regular Expression ใช้สำหรับ Data Cleaning ที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับ Excel 365 รองรับ backreferences
|
2024 | 6 | 6 | 7 |
| FIXED Text | =FIXED(number, [decimals], [no_commas])
FIXED ปัดเลขและจัดรูปแบบเป็นข้อความพร้อมทศนิยมที่กำหนด (และคอมม่า)
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| ARRAYTOTEXT Text | =ARRAYTOTEXT(array, [format])
ฟังก์ชันที่แปลงอาร์เรย์หรือช่วงเซลล์ให้เป็นข้อความเดียว โดยสามารถเลือกรูปแบบการแสดงผล (อ่านง่ายหรือ Strict Format)
|
2021 | 6 | 3 | 6 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย