| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| ISOMITTED Information | =ISOMITTED(argument)
ตรวจสอบว่า Argument (พารามิเตอร์) ที่กำหนดใน LAMBDA แบบ Optional ถูกละเว้นไม่ได้ใส่ค่ามาหรือไม่ ใช้ร่วมกับ IF เพื่อตั้งค่า Default ให้ Custom Function
|
9999 | 3 | 2 | 2 |
| OCT2HEX Engineering | =OCT2HEX(number, [places])
OCT2HEX ใช้แปลงเลขฐาน 8 (Octal) ให้เป็นเลขฐาน 16 (Hex) โดยมักใช้เมื่อรับค่าจากระบบที่เก็บเป็นฐาน 8 แล้วต้องการแสดง/คำนวณต่อในรูป Hex และสามารถกำหนดจำนวนหลักด้วยอาร์กิวเมนต์ places ได้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSUB Engineering | =IMSUB(inumber1, inumber2)
ฟังก์ชัน IMSUB ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณผลต่างของจำนวนเชิงซ้อนสองจำนวน โดยส่งกลับค่าจำนวนเชิงซ้อนที่เป็นผลลัพธ์ของการลบ เหมาะสำหรับการคำนวณทางวิศวกรรม ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเชิงซ้อน.
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DGET Database | =DGET(database, field, criteria)
ดึงค่าเดียวออกจากคอลัมน์ที่ระบุของตารางแบบฐานข้อมูล โดยต้องมีแถวที่ตรงกับเงื่อนไขพอดี 1 แถวเท่านั้น ถ้าเจอมากกว่าหรือไม่เจอเลยจะได้ error ทันที
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BIN2HEX Engineering | =BIN2HEX(number, [places])
BIN2HEX แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ให้ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการแปลงระหว่างระบบตัวเลขที่ต่างกัน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMAGINARY Engineering | =IMAGINARY(inumber)
IMAGINARY ดึงเฉพาะส่วนจินตภาพ (สัมประสิทธิ์หน้า i หรือ j) ออกจากจำนวนเชิงซ้อนที่เก็บเป็นข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมไฟฟ้าเพื่อแยกค่ารีแอกแตนซ์ออกจากอิมพีแดนซ์รวมของวงจรไฟฟ้ากระแสสลับ
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DELTA Engineering | =DELTA(number1, [number2])
ทดสอบว่าตัวเลขสองจำนวนเท่ากันหรือไม่ โดยคืนค่า 1 ถ้าเท่ากัน และ 0 ถ้าไม่เท่ากัน (Kronecker Delta Function)
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMLOG10 Engineering | =IMLOG10(inumber)
หาค่า Logarithm ฐาน 10 ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ISREF Information | =ISREF(value)
ตรวจสอบว่าค่าที่ส่งเข้าไปเป็นการอ้างอิงเซลล์ (Reference) จริง ๆ หรือแค่ค่าธรรมดา คืนค่า TRUE หรือ FALSE
|
2003 | 3 | 2 | 2 |
| BESSELI Engineering | =BESSELI(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELI ช่วยคำนวณค่า Modified Bessel function In(x) ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์ และการสร้างแบบจำลองระบบที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์ของเบสเซล
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMSUM Engineering | =IMSUM(inumber1, [inumber2], ...)
IMSUM ใช้บวกจำนวนเชิงซ้อน (complex number) หลายจำนวนที่อยู่ในรูปข้อความ เช่น "3+4i" หรือ "5-2i" เหมาะกับงานวิศวกรรม/ไฟฟ้า/สัญญาณ ที่ต้องคำนวณจำนวนเชิงซ้อนในตาราง Excel
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| DMAX Database | =DMAX(database, field, criteria)
DMAX หาค่าสูงสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนด โดยต้องใช้กับหลายเงื่อนไขที่ซับซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BIN2OCT Engineering | =BIN2OCT(number, [places])
ฟังก์ชั่นที่แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานแปด (Octal) โดยรองรับการเติมศูนย์นำหน้า
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMARGUMENT Engineering | =IMARGUMENT(inumber)
ส่งกลับอาร์กิวเมนต์ (Theta) ของจำนวนเชิงซ้อน ซึ่งแสดงมุมของตำแหน่งจำนวนเชิงซ้อนในระนาบเชิงซ้อน
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| ISERR Information | =ISERR(value)
ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นค่า Error หรือไม่ ยกเว้น #N/A ใช้คู่กับ IF เพื่อดักจับ Error อย่าง #DIV/0! หรือ #VALUE! ก่อนแสดงผลลัพธ์ให้ผู้ใช้เห็น
|
2003 | 3 | 2 | 2 |
| REGISTER.ID Add-in and Automation | =REGISTER.ID(module_text, procedure, [type_text])
REGISTER.ID ลงทะเบียน DLL หรือทรัพยากรโค้ดและส่งกลับรหัสที่ใช้อ้างอิง ซึ่งต่างจาก REGISTER ตรงที่ REGISTER.ID ใช้งานได้ในแผ่นงานปกติ (worksheet) ไม่เพียงแผ่นงาน Macro และเมื่อเรียกใช้แล้ว สามารถใช้รหัสที่ส่งกลับมาร่วมกับฟังก์ชัน CALL เพื่อเรียกใช้ฟังก์ชันใน DLL ได้
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| GESTEP Engineering | =GESTEP(number, [step])
ตรวจสอบว่าตัวเลขมากกว่าหรือเท่ากับค่าเกณฑ์หรือไม่ คืนค่า 1 (จริง) หรือ 0 (เท็จ)
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMLOG2 Engineering | =IMLOG2(inumber)
IMLOG2 คำนวณค่า Logarithm ฐาน 2 ของจำนวนเชิงซ้อน ส่งคืนผลลัพธ์เป็น complex number ในรูปแบบข้อความ ใช้บ่อยในงานวิศวกรรมและ signal processing
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| BESSELJ Engineering | =BESSELJ(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELJ ใช้คำนวณค่าฟังก์ชัน Bessel ชนิดที่ 1 (Jn) ซึ่งเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์การสั่นสะเทือน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และปัญหาทางวิศวกรรมที่มีสมมาตรทรงกระบอก
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| IMTAN Engineering | =IMTAN(inumber)
หาค่า Tangent ของจำนวนเชิงซ้อน
|
2013 | 3 | 5 | 4 |
| DMIN Database | =DMIN(database, field, criteria)
DMIN ค้นหาค่าต่ำสุดจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลแบบมีเงื่อนไข
|
2003 | 3 | 5 | 4 |
| PERCENTILE Compatibility | =PERCENTILE(array, k)
คำนวณค่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ k ของชุดข้อมูล เช่น P90 หรือ P50 เหมาะสำหรับวิเคราะห์การกระจายตัวของข้อมูลและกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CHITEST Compatibility | =CHITEST(actual_range, expected_range)
ฟังก์ชัน Legacy สำหรับทดสอบไคสแควร์ คืนค่า P-Value เพื่อตรวจสอบความเป็นอิสระระหว่างข้อมูลจริงกับข้อมูลที่คาดหวัง แนะนำให้ใช้ CHISQ.TEST แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| VARP Compatibility | =VARP(number1, [number2], ...)
คำนวณค่า Variance ของประชากรทั้งหมด (Population Variance) — ฟังก์ชันเก่าที่ควรใช้ VAR.P แทนในเวอร์ชันใหม่
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| PERCENTRANK Compatibility | =PERCENTRANK(array, x, [significance])
PERCENTRANK เป็นฟังก์ชันชื่อเก่า (legacy) สำหรับคำนวณอันดับแบบเปอร์เซ็นต์ของค่าหนึ่งภายในชุดข้อมูล โดยคืนค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ปัจจุบันแนะนำให้ใช้ PERCENTRANK.INC หรือ PERCENTRANK.EXC แทนเพื่อความชัดเจนและรองรับเวอร์ชันใหม่
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CONFIDENCE Compatibility | =CONFIDENCE(alpha, standard_dev, size)
ฟังก์ชัน CONFIDENCE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับค่าเฉลี่ยประชากร โดยใช้การแจกแจงแบบปกติ เป็นฟังก์ชันเวอร์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย CONFIDENCE.NORM และ CONFIDENCE.T เพื่อความแม่นยำและยืดหยุ่นที่สูงขึ้น.
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| WEIBULL Compatibility | =WEIBULL(x, alpha, beta, cumulative)
ฟังก์ชัน WEIBULL ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Weibull (Weibull Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้พารามิเตอร์ Alpha และ Beta ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย WEIBULL.DIST.
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| POISSON Compatibility | =POISSON(x, mean, cumulative)
ฟังก์ชัน POISSON ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปัวซอง (Poisson Distribution) สำหรับค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและถูกแทนที่ด้วย POISSON.DIST เพื่อความแม่นยำและความสอดคล้องกับ Excel เวอร์ชันใหม่.
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| COVAR Compatibility | =COVAR(array1, array2)
ฟังก์ชันเก่าสำหรับคำนวณความแปรปรวนร่วม (Covariance) ระหว่างข้อมูลสองชุด เพื่อวัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ควรใช้ COVARIANCE.P แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| ZTEST Compatibility | =ZTEST(array, x, [sigma])
คำนวณค่า P-value แบบ one-tailed จากการทดสอบ z-test เพื่อดูว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างต่างจากค่าที่ตั้งสมมติฐานไว้มากแค่ไหน (ฟังก์ชันเก่า แนะนำใช้ Z.TEST แทน)
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CUBEVALUE Cube | =CUBEVALUE(connection, [member_expression1], [member_expression2], ...)
CUBEVALUE ดึงค่าที่รวม (aggregated value) จากคิูบ OLAP ผ่านการเชื่อมต่อ Power Pivot ใช้กำหนดมิติและสมาชิกเพื่อได้ยอดขาย กำไร หรือตัวชี้วัดอื่นจากคิูบ
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| LOGINV Compatibility | =LOGINV(probability, mean, standard_dev)
LOGINV หาค่าตัวแปร X จากการแจกแจงแบบ Lognormal เมื่อรู้ความน่าจะเป็นสะสม เหมาะกับงานประเมินความเสี่ยงทางการเงิน เช่น หาราคาหุ้นหรือยอดเคลมประกันที่จุดเปอร์เซ็นไทล์ที่ต้องการ แต่ Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ LOGNORM.INV แทนแล้ว
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| QUARTILE Compatibility | =QUARTILE(array, quart)
ฟังก์ชัน QUARTILE แบ่งชุดข้อมูลออกเป็นสี่ส่วน แล้วคืนค่า Q1, Q2 (มัธยฐาน), หรือ Q3 ใช้วิเคราะห์การกระจายข้อมูลได้ทันที แต่ปัจจุบัน Microsoft แนะนำให้ใช้ QUARTILE.INC แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CRITBINOM Compatibility | =CRITBINOM(trials, probability_s, alpha)
ฟังก์ชันเก่า (Legacy) ที่หาจำนวนความสำเร็จขั้นต่ำที่ทำให้ความน่าจะเป็นสะสมมากกว่าหรือเท่ากับค่าที่กำหนด แนะนำให้ใช้ BINOM.INV แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CUBESETCOUNT Cube | =CUBESETCOUNT(set)
CUBESETCOUNT นับจำนวนรายการในชุดที่สร้างจาก CUBESET ฟังก์ชันนี้ใช้ประกอบกับการทำงานของ OLAP เพื่อนับสมาชิกในชุดข้อมูล
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| LOGNORMDIST Compatibility | =LOGNORMDIST(x, mean, standard_dev)
คำนวณค่าความน่าจะเป็นสะสมของตัวแปรสุ่มที่แจกแจงแบบ Lognormal ที่ค่าที่ระบุ โดยใช้ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของลอการิทึมของการแจกแจง ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและอาจถูกแทนที่ด้วย LOGNORM.DIST.
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| RANK Compatibility | =RANK(number, ref, [order])
RANK จัดลำดับตัวเลขเทียบกับรายการข้อมูล คืนค่าอันดับ (1=สูงสุด/ต่ำสุด) เป็นเวอร์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย RANK.EQ และ RANK.AVG แนะนำให้ใช้ RANK.EQ แทนในไฟล์ใหม่ เหมาะสำหรับจัดอันดับยอดขาย คะแนน หรือประสิทธิภาพ
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| EXPONDIST Compatibility | =EXPONDIST(x, lambda, cumulative)
Legacy ฟังก์ชันสำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Exponential Distribution สำหรับวิเคราะห์เวลาระหว่างเหตุการณ์ (ใช้ EXPON.DIST แทนในไฟล์ใหม่)
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CUBESET Cube | =CUBESET(connection, set_expression, [caption], [sort_order], [sort_by])
CUBESET ส่งชุด MDX expression ไปยังเซิร์ฟเวอร์คิูบ แล้วส่งชุดข้อมูลกลับมาใช้กับฟังก์ชัน CUBE อื่นๆ เหมาะสำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูล OLAP
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| BETADIST Compatibility | =BETADIST(x, alpha, beta, [A], [B])
ฟังก์ชันเก่าที่หาค่าความน่าจะเป็นสะสมของการแจกแจงแบบเบตา บาง Excel เวอร์ชันเก่ามีเฉพาะฟังก์ชันนี้ ส่วน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ BETA.DIST แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| FDIST Compatibility | =FDIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2)
FDIST คำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F หางขวา (right-tailed) ใช้ในการทดสอบความแปรปรวนของสองกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและแนะนำให้ใช้ F.DIST.RT แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| CUBERANKEDMEMBER Cube | =CUBERANKEDMEMBER(connection, set_expression, rank, [caption])
CUBERANKEDMEMBER ส่งกลับสมาชิกที่อยู่ในตำแหน่งอันดับที่ระบุจากชุด ใช้หาข้อมูลอันดับ 1, 2, 3 หรืออื่น ๆ จากคิวบ์
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| NEGBINOMDIST Compatibility | =NEGBINOMDIST(number_f, number_s, probability_s)
คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงทวินามลบ — หาโอกาสที่จะล้มเหลว k ครั้ง ก่อนจะสำเร็จครบตามเป้า ใช้ในงานวิเคราะห์ความเสี่ยงและ QC
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| BETAINV Compatibility | =BETAINV(probability, alpha, beta, [A], [B])
ฟังก์ชัน BETAINV ค้นหาค่าผกผันของฟังก์ชันการแจกแจงความน่าจะเป็น Beta แบบสะสม ใช้ในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นและการวางแผนโครงการ
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| STDEVP Compatibility | =STDEVP(number1, [number2], ...)
คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูลประชากรทั้งหมด เป็นฟังก์ชันรุ่นเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย STDEV.P แล้ว
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| FINV Compatibility | =FINV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)
FINV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F หางขวา ใช้ในการทดสอบสมมติฐานและวิเคราะห์สถิติ โปรดทราบว่าฟังก์ชันนี้เป็นเก่า ควรใช้ F.INV หรือ F.INV.RT แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| DETECTLANGUAGE Text | =DETECTLANGUAGE(text)
ฟังก์ชัน Microsoft 365 ที่ตรวจจับภาษาของข้อความในเซลล์ แล้วคืนค่าเป็นรหัสภาษา (เช่น "th", "en", "es") ใช้คู่กับ TRANSLATE เพื่อแปลภาษาแบบอัตโนมัติ
|
9999 | 2 | 2 | 5 |
| CUBEMEMBERPROPERTY Cube | =CUBEMEMBERPROPERTY(connection, member_expression, property)
CUBEMEMBERPROPERTY ดึงค่าของคุณสมบัติสมาชิก (property) จากสมาชิกในคิูบ OLAP โดยต้องระบุชื่อการเชื่อมต่อ MDX expression และชื่อคุณสมบัติที่ต้องการเข้าถึง
|
2007 | 2 | 7 | 5 |
| BINOMDIST Compatibility | =BINOMDIST(number_s, trials, probability_s, cumulative)
ฟังก์ชัน BINOMDIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินาม สำหรับปัญหาที่มีจำนวนการทดลองคงที่และผลลัพธ์ที่เป็นเพียงสำเร็จหรือล้มเหลว เป็นฟังก์ชันเก่าที่ Microsoft แนะนำให้ใช้ BINOM.DIST แทน
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
| TDIST Compatibility | =TDIST(x, deg_freedom, tails)
คำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Student's t-distribution สำหรับการทดสอบสมมติฐาน ใช้กับ Excel เวอร์ชันเก่าก่อนที่จะมี T.DIST และ T.DIST.2T เข้ามาแทนที่
|
2003 | 2 | 3 | 2 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย