| ฟังก์ชัน | ใช้ทำอะไร | มีตั้งแต่ | นิยม | ยาก | ประโยชน์ |
|---|---|---|---|---|---|
| JIS Text | =JIS(text)
JIS แปลงตัวอักษร half-width (ครึ่งความกว้าง) เป็น full-width (เต็มความกว้าง) สำหรับภาษาญี่ปุ่นและจีน
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| MODE Compatibility | =MODE(number1, [number2], ...)
MODE คืนค่าตัวเลขที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในกลุ่มข้อมูล หากมีค่าที่ความถี่สูงสุดเท่ากันหลายค่า MODE จะคืนค่าตัวแรกที่พบ และถ้าไม่มีค่าซ้ำกันเลย จะคืนค่า #N/A (ใน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ MODE.SNGL หรือ MODE.MULT แทน)
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| PHONETIC Text | =PHONETIC(reference)
PHONETIC ดึงข้อความ Furigana (คำอ่านกำกับตัวอักษรคันจิภาษาญี่ปุ่น) ที่ฝังอยู่ในเซลล์ออกมาเป็นข้อความแยกต่างหาก ใช้ได้เฉพาะระบบที่ตั้งค่าภูมิภาคเป็นภาษาตะวันออกไกล
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| FIXED Text | =FIXED(number, [decimals], [no_commas])
FIXED ปัดเลขและจัดรูปแบบเป็นข้อความพร้อมทศนิยมที่กำหนด (และคอมม่า)
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| CODE Text | =CODE(text)
ส่งกลับรหัส ASCII (ANSI code) ของตัวอักษรตัวแรกในข้อความ ตรงข้ามกับฟังก์ชัน CHAR
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| ACOS Math and trigonometry | =ACOS(number)
ACOS คือฟังก์ชันตรีโกณมิติที่ใช้หาค่ามุม (เป็นเรเดียน) จากค่า Cosine ของมุมนั้น เหมือนกับการถามว่า 'มุมไหนมี Cosine เท่านี้'
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| ISTEXT Information | =ISTEXT(value)
ISTEXT ตรวจสอบว่าค่าในเซลล์เป็นข้อความจริงหรือไม่ จุดเด่นของมันคือมันแยกความแตกต่างระหว่าง '123' (ข้อความ) กับ 123 (ตัวเลข) ซึ่งช่วยเมื่อต้องการตรวจสอบรูปแบบข้อมูลก่อนคำนวณ
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| SUBTOTAL Math and trigonometry | =SUBTOTAL(function_num, ref1, [ref2], ...)
SUBTOTAL คำนวณผลรวมย่อยหรือสถิติอื่นๆ ที่สามารถ "ตัดแถวซ่อนออก" ได้อัตโนมัติ ต่างจาก SUM ที่รวมทุกอย่าง
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| ISBLANK Information | =ISBLANK(value)
ISBLANK ตรวจสอบเซลล์ว่างจริงเท่านั้น หากเซลล์มีสูตรคืนค่า "" (empty string) จะถือว่าไม่ว่าง
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| COUNTBLANK Statistical | =COUNTBLANK(range)
COUNTBLANK นับจำนวนเซลล์ว่างในช่วงข้อมูล เหมาะสำหรับตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| TRUNC Math and trigonometry | =TRUNC(number, [num_digits])
ตัดส่วนทศนิยมออกไปเลยโดยไม่ปัดเศษ เหลือแต่ตัวเลขที่คุณต้องการจำนวนหลักเท่านั้น
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| CLEAN Text | =CLEAN(text)
ลบตัวอักษรที่ไม่สามารถพิมพ์ได้ (ASCII 0-31) ออกจากข้อความ มีประโยชน์เมื่อคัดลอกข้อมูลจากระบบอื่นที่มีอักขระซ่อนอยู่
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| RANDBETWEEN Math and trigonometry | =RANDBETWEEN(bottom, top)
RANDBETWEEN คืนค่าจำนวนเต็มสุ่มที่อยู่ระหว่างค่าต่ำสุดและสูงสุดที่ระบุ ใช้สำหรับจำลองข้อมูล สร้างรหัสสุ่ม หรือเลือกข้อมูลแบบสุ่ม
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| PRODUCT Math and trigonometry | =PRODUCT(number1, [number2], ...)
PRODUCT คูณตัวเลขทั้งหมดในช่วงข้อมูลหรือรายการอาร์กิวเมนต์ แทนที่จะต้องพิมพ์ A1*A2*A3*A4 ให้ใช้ =PRODUCT(A1:A4) เท่านั้น
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| MINVERSE Math and trigonometry | =MINVERSE(array)
ฟังก์ชันที่ใช้หาค่า Inverse Matrix (เมทริกซ์ผกผัน) จากเมทริกซ์สี่เหลี่ยมจัตุรัส สำหรับใช้แก้ระบบสมการเชิงเส้นหรือการคำนวณทางวิทยาศาสตร์
|
2003 | 6 | 1 | 6 |
| RAND Math and trigonometry | =RAND()
RAND คืนค่าตัวเลขสุ่มแบบทศนิยมที่มีค่าตั้งแต่ 0 แต่ไม่ถึง 1 (เช่น 0.5234) เหมาะสำหรับการจำลองสถานการณ์ สุ่มตัวอย่าง หรือใช้สร้างคอลัมน์สำหรับเรียงลำดับข้อมูลแบบสุ่ม (Shuffle) เป็นฟังก์ชันที่ไม่มีอาร์กิวเมนต์
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| LOG10 Math and trigonometry | =LOG10(number)
หาค่าลอการิทึมฐาน 10 ของตัวเลข ใช้บ่อยในงานคำนวณเดซิเบล ค่า pH ทางเคมี และการบีบอัดข้อมูลที่มีช่วงค่ากว้างมากให้อยู่ในสเกลที่อ่านง่ายขึ้น
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| ISODD Information | =ISODD(value)
ตรวจสอบว่าค่าที่ระบุเป็นเลขคี่หรือไม่ ส่งกลับ TRUE ถ้าเป็นคี่ FALSE ถ้าเป็นคู่
|
2003 | 6 | 2 | 6 |
| DOLLAR Text | =DOLLAR(number, [decimals])
DOLLAR แปลงตัวเลขให้เป็นข้อความในรูปแบบสกุลเงิน ($) พร้อมลูกน้ำและทศนิยมตามที่ระบุ
|
2003 | 6 | 3 | 7 |
| LOG Math and trigonometry | =LOG(number, [base])
ส่งกลับค่าลอการิทึมของตัวเลขตามฐานที่ระบุ (ถ้าไม่ระบุจะใช้ฐาน 10)
|
2003 | 6 | 2 | 5 |
| T Text | =T(value)
T ฟังก์ชันที่ตรวจสอบว่าค่าเป็นข้อความหรือไม่ ถ้าใช่ส่งกลับข้อความเดิม ถ้าไม่ใช่ส่งกลับค่าว่าง ใช้ปลอดภัยกว่าการต่อข้อความตรงๆ เมื่อไม่แน่ใจว่าเซลล์ต้นทางเก็บอะไรอยู่
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| ISNUMBER Information | =ISNUMBER(value)
ISNUMBER ตรวจสอบค่าที่ระบุว่าเป็นประเภทตัวเลขหรือไม่ (รวมถึงวันที่และเวลาซึ่ง Excel เก็บเป็นตัวเลข) แต่จะไม่นับตัวเลขที่ถูกจัดเก็บเป็นข้อความ (Numbers stored as text) ผลลัพธ์ที่ได้คือ TRUE หรือ FALSE
|
2003 | 6 | 2 | 7 |
| REPLACE Text | =REPLACE(old_text, start_num, num_chars, new_text)
REPLACE แทนที่ข้อความจากตำแหน่งที่กำหนด โดยระบุตำแหน่งเริ่มต้น จำนวนตัวอักษรที่ต้องการลบ และข้อความใหม่ที่จะใส่แทน แตกต่างจาก SUBSTITUTE ที่ค้นหาคำที่ตรงตามความพึงพอใจ REPLACE ใช้ตำแหน่งแน่นอน
|
2003 | 6 | 3 | 6 |
| ASC Text | =ASC(text)
ASC แปลงตัวอักษรแบบเต็มความกว้าง (Full-width/Double-byte) ให้เป็นครึ่งความกว้าง (Half-width/Single-byte) ใช้กับข้อมูลจากภาษาญี่ปุ่น จีน หรือแหล่งข้อมูล DBCS อื่นๆ
|
2003 | 6 | 2 | 8 |
| SIN Math and trigonometry | =SIN(number)
ฟังก์ชัน SIN ใน Excel ใช้คำนวณค่า Sine ของมุมที่ระบุ โดยมุมต้องอยู่ในหน่วยเรเดียนเสมอ นิยมใช้ในงานวิศวกรรม การสำรวจ และฟิสิกส์ เช่น หาความสูงหรือแรงในแนวดิ่งจากมุมเอียงที่ทราบ ผลลัพธ์ที่ได้เป็นตัวเลขระหว่าง -1 ถึง 1 เสมอ
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| ODD Math and trigonometry | =ODD(number)
ODD ใช้ปัดตัวเลขออกห่างจากศูนย์ไปเป็นจำนวนเต็มคี่ที่ใกล้ที่สุด เช่น 1.5 → 3 และ -1.5 → -3 เหมาะกับการทำการปัดตามกฎเฉพาะที่ต้องเป็นเลขคี่เสมอ
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| STDEVA Statistical | =STDEVA(value1, [value2], ...)
STDEVA คำนวณส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ของกลุ่มตัวอย่าง โดย 'รวม' ข้อความและค่าตรรกะในการคำนวณด้วย (ส่วน STDEV.S จะข้ามข้อความไป)
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| LINEST Statistical | =LINEST(known_y's, [known_x's], [const], [stats])
LINEST คำนวณค่าสถิติสำหรับเส้นตรงที่เหมาะสมที่สุด ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Linear Regression Analysis)
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| FACTDOUBLE Math and trigonometry | =FACTDOUBLE(number)
ฟังก์ชัน FACTDOUBLE ใช้คำนวณค่า Double Factorial (!!) ของตัวเลข เช่น 5!! = 5 × 3 × 1 = 15 หรือ 6!! = 6 × 4 × 2 = 48
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| RATE Financial | =RATE(nper, pmt, pv, [fv], [type], [guess])
RATE เป็นฟังก์ชันการเงินที่ใช้สำหรับคำนวณอัตราดอกเบี้ยต่องวด (Interest Rate Per Period) สำหรับเงินกู้หรือการลงทุนที่มีการชำระเงินเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินคงที่ เหมาะสำหรับวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนจากการให้กู้ยืมหรือการลงทุนในหลักทรัพย์
|
2003 | 5 | 6 | 7 |
| MAXA Statistical | =MAXA(value1, [value2], ...)
MAXA หาค่าสูงสุดของรายการ โดยนับรวมข้อความ (=0) และค่าตรรกะ (TRUE=1, FALSE=0) ต่างจาก MAX ที่ไม่รู้จักค่าเหล่านี้
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| VARA Statistical | =VARA(value1, [value2], ...)
VARA ใช้คำนวณความแปรปรวน (variance) ของกลุ่มตัวอย่าง โดยจะนับข้อความเป็น 0 และ TRUE เป็น 1 ซึ่งต่างจาก VAR.S ที่จะข้ามข้อมูลเหล่านี้ไป
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| FV Financial | =FV(rate, nper, pmt, [pv], [type])
FV คำนวณมูลค่าลงทุนในอนาคต โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ จำนวนงวดการจ่ายเงิน และจำนวนเงินจ่ายต่องวด เหมาะสำหรับการวางแผนการออมและลงทุน
|
2003 | 5 | 6 | 7 |
| LCM Math and trigonometry | =LCM(number1, [number2], ...)
ฟังก์ชัน LCM ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าคูณร่วมน้อยที่สุด (Least Common Multiple หรือ ค.ร.น.) ของจำนวนเต็มตั้งแต่หนึ่งจำนวนขึ้นไป มีประโยชน์ในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการจับเวลาหรือการจัดตารางเวลา.
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| FACT Math and trigonometry | =FACT(number)
ฟังก์ชัน FACT คำนวณค่าแฟกทอเรียล (Factorial) ของตัวเลข เช่น 5! = 5×4×3×2×1 = 120 ใช้สำหรับคำนวณจำนวนวิธีจัดเรียงและการรวมกัน
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| STANDARDIZE Statistical | =STANDARDIZE(x, mean, standard_dev)
STANDARDIZE คำนวณค่า Z-Score ซึ่งแสดงว่าค่านั้นอยู่ห่างจากค่าเฉลี่ยกี่เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้ในการทำให้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อยู่บนสเกลเดียวกันได้
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| MDETERM Math and trigonometry | =MDETERM(array)
MDETERM ใช้คำนวณค่า Determinant (ดีเทอร์มิแนนต์) ของเมทริกซ์ในช่วงข้อมูล/อาร์เรย์ เหมาะกับงานเชิงเส้น เช่น ตรวจว่าเมทริกซ์เป็นเอกฐานหรือไม่ (Det=0) และใช้ประกอบการหาผกผันของเมทริกซ์ร่วมกับ MINVERSE
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| COMBIN Math and trigonometry | =COMBIN(number, number_chosen)
คำนวณจำนวนวิธีจับคู่ (Combination) โดย 'ไม่สนใจลำดับ' (nCr) เช่น เลือกคน 2 คนจาก 5 คนได้กี่แบบ ใช้บ่อยเวลาคำนวณโอกาสในสถิติ หรือจัดกลุ่ม/จัดตารางแข่งขัน
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| YEARFRAC Date and Time | =YEARFRAC(start_date, end_date, [basis])
YEARFRAC คำนวณว่าระหว่างวันที่สองวัน ผ่านไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ของปี เป็นเลขทศนิยม
|
2003 | 5 | 4 | 8 |
| RADIANS Math and trigonometry | =RADIANS(angle)
แปลงมุมจากหน่วยองศาที่คนคุ้นเคยให้เป็นหน่วยเรเดียนที่ฟังก์ชันตรีโกณของ Excel ต้องการ ใช้ก่อนส่งมุมเข้า SIN, COS, TAN ทุกครั้งที่ข้อมูลตั้งต้นเป็นองศา
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| MULTINOMIAL Math and trigonometry | =MULTINOMIAL(number1, [number2], [number3], ...)
ฟังก์ชัน MULTINOMIAL ใช้คำนวณจำนวนวิธีการจัดเรียงสิ่งของเป็นกลุ่มย่อยต่างๆ โดยใช้สูตร (ผลรวม)! ÷ (จำนวน1! × จำนวน2! × …) ซึ่งมีประโยชน์ในการแก้โจทย์การจัดหมู่และความน่าจะเป็น
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| HARMEAN Statistical | =HARMEAN(number1, [number2], ...)
ฟังก์ชัน HARMEAN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าเฉลี่ยฮาร์โมนิก (Harmonic Mean) ของชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งเหมาะสำหรับหาค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน เช่น ความเร็วเฉลี่ย อัตราผลตอบแทน หรือกำลังโหลด
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| AVERAGEA Statistical | =AVERAGEA(value1, [value2], ...)
หาค่าเฉลี่ยคล้าย AVERAGE แต่ 'นับรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย' โดย TRUE=1, FALSE=0 และข้อความตรงที่พิมพ์เข้ามา=0 (AVERAGE ปกติจะข้ามพวกนี้ไปเลย)
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| SQRTPI Math and trigonometry | =SQRTPI(number)
ฟังก์ชัน SQRTPI ใน Excel ใช้คำนวณรากที่สองของผลคูณระหว่างตัวเลขที่ระบุกับค่า Pi เทียบเท่ากับการเขียน SQRT(number*PI()) แยกสองขั้นตอน นิยมใช้ในสูตรสถิติเรื่องการแจกแจงแบบปกติ (normal distribution) และสมการฟิสิกส์ที่เกี่ยวกับการแพร่กระจาย ผลลัพธ์เป็นตัวเลขทศนิยมเสมอ
|
2003 | 5 | 2 | 6 |
| PMT Financial | =PMT(rate, nper, pv, [fv], [type])
PMT คำนวณค่างวดที่ต้องจ่ายต่อเดือนจากยอดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวด โดยค่าที่ได้จะรวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม
|
2003 | 5 | 6 | 7 |
| FREQUENCY Statistical | =FREQUENCY(data_array, bins_array)
FREQUENCY นับจำนวนค่าที่ตกอยู่ในแต่ละช่วงที่กำหนด และคืนค่าเป็น Array แนวตั้ง เหมาะสำหรับสร้าง Histogram และวิเคราะห์การกระจายข้อมูล
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| DEVSQ Statistical | =DEVSQ(number1, [number2], ...)
DEVSQ คำนวณผลรวมของกำลังสองของผลต่างระหว่างแต่ละค่ากับค่าเฉลี่ย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการคำนวณความแปรปรวนและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| RSQ Statistical | =RSQ(known_y's, known_x's)
ฟังก์ชันที่ส่งคืนค่า R-squared (R²) หรือสัมประสิทธิ์การตัดสินใจ แสดงสัดส่วนของความแปรปรวนในตัวแปรตามที่สามารถอธิบายได้จากตัวแปรอิสระ ค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
| NPV Financial | =NPV(rate, value1, ...)
คำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิของการลงทุน โดยใช้อัตราคิดลดและกระแสเงินสดในอนาคต
|
2003 | 5 | 6 | 7 |
| KURT Statistical | =KURT(number1, [number2], ...)
KURT ใช้คำนวณค่าความโด่ง (Kurtosis) ของชุดข้อมูล เพื่อบอกว่าข้อมูลมีความสูง (peaked) หรือความแบน (flat) เมื่อเทียบกับการแจกแจงปกติ
|
2003 | 5 | 4 | 6 |
ชื่อฟังก์ชันเป็นภาษาอังกฤษเสมอ ลองสะกดอีกแบบ หรือกด Enter เพื่อค้นในคำอธิบายด้วย