DSUM ใช้หาผลรวมจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
Syntax
=DSUM(database, field, criteria)
DSUM ใช้หาผลรวมจากคอลัมน์ในฐานข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
=DSUM(database, field, criteria)
DURATION คำนวณ Macaulay Duration ของหลักทรัพย์ที่มีดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการวัดอายุเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกระแสเงินสด ใช้วัดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย
=DURATION(settlement, maturity, coupon, yld, frequency, [basis])
ฟังก์ชันที่คำนวณความแปรปรวน (Sample Variance) จากข้อมูลในฐานข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุ
=DVAR(database, field, criteria)
คำนวณความแปรปรวน (Population) จากฐานข้อมูลตามเงื่อนไข
=DVARP(database, field, criteria)
EDATE รับวันที่เริ่มต้นและจำนวนเดือนที่ต้องการเลื่อนไปข้างหน้า/ย้อนกลับ แล้วคืนวันที่ใหม่ที่รักษาวันเดิม (หรือวันสุดท้ายของเดือนถัดไปถ้าวันเดิมเกิน) เหมาะสำหรับวันครบกำหนดชำระ บันทึกงวด และตารางผ่อน
=EDATE(start_date, months)
EFFECT คำนวณอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Annual Rate) จากอัตราดอกเบี้ยที่ระบุ (Nominal Rate) และความถี่ของการทบต้น
=EFFECT(nominal_rate, npery)
EOMONTH คืนค่าวันที่วันสุดท้ายของเดือน โดยนับจากวันที่เริ่มต้นไปข้างหน้าหรือย้อนหลังตามจำนวนเดือนที่ระบุ เหมาะสำหรับกำหนดวันครบกำหนดสิ้นเดือน
=EOMONTH(start_date, months)
ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Error function
=ERF(lower_limit, [upper_limit])
ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Complementary Error function
=ERFC(x)
ส่งกลับตัวเลขระบุประเภทของข้อผิดพลาด
=ERROR.TYPE(error_val)
EUROCONVERT แปลงเงินจำนวนต่าง ๆ ให้เป็นยูโร (EUR) หรือแปลงจากยูโรเป็นสกุลเงินที่เป็นสมาชิกของยูโร หรือแปลงระหว่างสกุลเงินสมาชิกยูโรโดยใช้ยูโรเป็นตัวกลาง ต้องระบุสกุลเงินต้นทาง (source) และสกุลเงินปลายทาง (target) โดยใช้รหัส ISO สามตัวอักษร สามารถเลือกแสดงผลแบบปัดเศษหรือแสดงทศนิยมทั้งหมด
=EUROCONVERT(number, source, target, [full_precision], [triangulation_precision])
ปัดเศษขึ้นให้เป็นจำนวนเต็มคู่ที่ใกล้ที่สุด โดยปัดขึ้นเสมอตามค่าสัมบูรณ์ (ห่างจาก 0)
=EVEN(number)
EXACT เปรียบเทียบข้อความสองข้อความว่าเหมือนกันทุกประการหรือไม่ โดยสนใจตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก (Case-sensitive) คืนค่า TRUE ถ้าเหมือนกัน FALSE ถ้าต่างกัน
=EXACT(text1, text2)
ฟังก์ชันที่ส่งกลับค่า e (Euler's number) ยกกำลังด้วยจำนวนที่ระบุ ใช้ในการคำนวณการเติบโตแบบต่อเนื่อง
=EXP(number)
Legacy ฟังก์ชันสำหรับคำนวณค่าความน่าจะเป็นของ Exponential Distribution สำหรับวิเคราะห์เวลาระหว่างเหตุการณ์ (ใช้ EXPON.DIST แทนในไฟล์ใหม่)
=EXPONDIST(x, lambda, cumulative)
ฟังก์ชัน FACT คำนวณค่าแฟกทอเรียล (Factorial) ของตัวเลข เช่น 5! = 5×4×3×2×1 = 120 ใช้สำหรับคำนวณจำนวนวิธีจัดเรียงและการรวมกัน
=FACT(number)
ฟังก์ชัน FACTDOUBLE ใช้คำนวณค่า Double Factorial (!!) ของตัวเลข เช่น 5!! = 5 × 3 × 1 = 15 หรือ 6!! = 6 × 4 × 2 = 48
=FACTDOUBLE(number)
FALSE คืนค่าตรรกะ Boolean FALSE โดยตรง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0 ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์.ที่เจ๋งคือทำให้สามารถนำไปใช้กับฟังก์ชันคำนวณได้โดยตรงโดยไม่ต้องแปลง มักใช้ร่วมกับ IF AND OR NOT และ IFERROR เพื่อควบคุม logic ของสูตรเงื่อนไข.ใน Excel คุณสามารถพิมพ์ FALSE โดยตรง (ไม่มีวงเล็บ) หรือเรียกเป็นฟังก์ชัน FALSE() ก็ได้ ผลลัพธ์เหมือนกันทุกประการ
=FALSE()
FDIST คำนวณค่าความน่าจะเป็นของการแจกแจง F หางขวา (right-tailed) ใช้ในการทดสอบความแปรปรวนของสองกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันนี้เป็นเวอร์ชันเก่าและแนะนำให้ใช้ F.DIST.RT แทน
=FDIST(x, deg_freedom1, deg_freedom2)
FIND ค้นหาตำแหน่งเริ่มต้นของคำที่ต้องการภายในข้อความหลัก โดยสนใจตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ (เช่น "A" ไม่เหมือนกับ "a") ถ้าค้นหาไม่เจอจะคืนค่า Error #VALUE! มักใช้ร่วมกับ MID, LEFT, RIGHT เพื่อตัดคำตามตำแหน่ง
=FIND(find_text, within_text, [start_num])
FINV หาค่าผกผันของการแจกแจงแบบ F หางขวา ใช้ในการทดสอบสมมติฐานและวิเคราะห์สถิติ โปรดทราบว่าฟังก์ชันนี้เป็นเก่า ควรใช้ F.INV หรือ F.INV.RT แทน
=FINV(probability, deg_freedom1, deg_freedom2)
FISHER แปลงค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เป็นค่า Fisher Z ที่มีการกระจายแบบปกติ ใช้สำหรับการทดสอบสมมติฐานทางสถิติ
=FISHER(x)
FISHERINV แปลงค่า Fisher transformation กลับเป็นค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (correlation coefficient) ระหว่าง -1 ถึง 1
=FISHERINV(y)
FIXED ปัดเลขและจัดรูปแบบเป็นข้อความพร้อมทศนิยมที่กำหนด (และคอมม่า)
=FIXED(number, [decimals], [no_commas])
ปัดตัวเลขลงไปยังพหุคูณที่ใกล้ที่สุดของค่าที่กำหนด เช่น ปัด 22 ลงให้ลงตัวที่ 5 ได้ 20 (ฟังก์ชันเก่า ควรใช้ FLOOR.MATH แทน)
=FLOOR(number, significance)
ฟังก์ชันที่ใช้สมการถดถอยเชิงเส้น (Linear Regression) เพื่อพยากรณ์ค่าในอนาคต โดยยึดตามแนวโน้มข้อมูลในอดีต
=FORECAST(x, known_y's, known_x's)
FREQUENCY นับจำนวนค่าที่ตกอยู่ในแต่ละช่วงที่กำหนด และคืนค่าเป็น Array แนวตั้ง เหมาะสำหรับสร้าง Histogram และวิเคราะห์การกระจายข้อมูล
=FREQUENCY(data_array, bins_array)
ส่งกลับค่า P-value จากการทดสอบ F-test เพื่อเปรียบเทียบความแปรปรวนของสองกลุ่มข้อมูล (แนะนำให้ใช้ F.TEST แทน)
=FTEST(array1, array2)
FV คำนวณมูลค่าลงทุนในอนาคต โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยคงที่ จำนวนงวดการจ่ายเงิน และจำนวนเงินจ่ายต่องวด เหมาะสำหรับการวางแผนการออมและลงทุน
=FV(rate, nper, pmt, [pv], [type])
คำนวณมูลค่าในอนาคตของเงินต้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วง
=FVSCHEDULE(principal, schedule)
หาค่าความน่าจะเป็นสะสมหรือความหนาแน่นของความน่าจะเป็นจากการแจกแจงแบบ Gamma (ฟังก์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย GAMMA.DIST)
=GAMMADIST(x, alpha, beta, cumulative)
GAMMAINV เป็นฟังก์ชันเก่าที่ใช้หาค่า x จากความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบ Gamma ในปัจจุบันแนะนำให้ใช้ GAMMA.INV แทน
=GAMMAINV(probability, alpha, beta)
GAMMALN ส่งกลับค่าลอการิทึมธรรมชาติของฟังก์ชัน Gamma: ln(Γ(x)) – ใช้ในสถิติและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง
=GAMMALN(x)
ฟังก์ชัน GCD หาค่าตัวหารร่วมมากที่สุด (Greatest Common Divisor) ของจำนวนเต็มตั้งแต่ 2 จำนวนขึ้นไป มีประโยชน์ในการลดทอนเศษส่วนและการแยกตัวประกอบ
=GCD(number1, [number2], ...)
GEOMEAN หาค่าเฉลี่ยเรขาคณิต (Geometric Mean) ของชุดข้อมูล ใช้ได้ดีกับข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เช่น อัตราการเติบโต ผลตอบแทน หรือความเสี่ยง
=GEOMEAN(number1, [number2], ...)
ตรวจสอบว่าตัวเลขมากกว่าหรือเท่ากับค่าเกณฑ์หรือไม่ คืนค่า 1 (จริง) หรือ 0 (เท็จ)
=GESTEP(number, [step])
ฟังก์ชัน GETPIVOTDATA ใช้สำหรับดึงข้อมูลเฉพาะเจาะจงจาก PivotTable โดยอ้างอิงจากชื่อฟิลด์และเงื่อนไขที่กำหนด แทนที่จะใช้การอ้างอิงเซลล์โดยตรงข้อดีของฟังก์ชันนี้คือจะดึงข้อมูลตามโครงสร้างของ PivotTable ไม่ใช่ตำแหน่งเซลล์ ทำให้สูตรยังคงทำงานได้ถูกต้องแม้ว่า PivotTable จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือการจัดเรียงข้อมูล เหมาะสำหรับการสร้างรายงานแบบไดนามิกและการวิเคราะห์ข้อมูลที่ต้องการความแม่นยำสูง
=GETPIVOTDATA(data_field, pivot_table, [field1, item1, field2, item2], ...)
GROWTH พยากรณ์การเติบโตแบบ Exponential จากข้อมูลในอดีต โดยใช้สูตร y = b*m^x แทนการเรียงแบบเส้นตรง
=GROWTH(known_y's, [known_x's], [new_x's], [const])
ฟังก์ชัน HARMEAN ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณค่าเฉลี่ยฮาร์โมนิก (Harmonic Mean) ของชุดข้อมูลตัวเลข ซึ่งเหมาะสำหรับหาค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน เช่น ความเร็วเฉลี่ย อัตราผลตอบแทน หรือกำลังโหลด
=HARMEAN(number1, [number2], ...)
แปลงเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสอง
=HEX2BIN(number, [places])
แปลงเลขฐานสิบหกเป็นเลขฐานสิบ
=HEX2DEC(number)
ฟังก์ชัน HEX2OCT แปลงเลขฐานสิบหก (hexadecimal) เป็นเลขฐานแปด (octal) โดยรองรับค่าลบและการระบุจำนวนหลัก
=HEX2OCT(number, [places])
HLOOKUP ค้นหาข้อมูลจากแถวแรกของตาราง แล้วคืนค่าจากแถวที่ระบุ ตรงข้ามกับ VLOOKUP ที่ค้นหาแนวตั้ง เหมาะสำหรับตารางที่หัวข้อมูลเรียงแบบแนวนอน
=HLOOKUP(lookup_value, table_array, row_index_num, [range_lookup])
HOUR ดึงค่าชั่วโมง (0-23) จากค่าเวลา ใช้ร่วมกับ MINUTE และ SECOND เพื่อแยกส่วนประกอบของเวลา มีประโยชน์ในการวิเคราะห์และคำนวณเวลา
=HOUR(serial_number)
HYPERLINK สร้างลิงก์ที่คลิกได้ไปยังเว็บไซต์ ไฟล์ เซลล์ใน Sheet อื่น หรืออีเมล สามารถกำหนดข้อความที่แสดงต่างจาก URL จริงได้
=HYPERLINK(link_location, [friendly_name])
ฟังก์ชันเก่าที่คำนวณความน่าจะเป็นของการสุ่มตัวอย่างจากประชากรจำกัด โดยไม่มีการใส่คืน (Legacy function แนะนำให้ใช้ HYPGEOM.DIST แทน)
=HYPGEOMDIST(sample_s, number_sample, population_s, number_pop)
IF เป็นฟังก์ชันตรรกะพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจสองทางตามเงื่อนไข ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น TRUE หรือ FALSE แล้วคืนค่าที่แตกต่างกันไปตามผลลัพธ์ สามารถใช้ได้กับการเปรียบเทียบตัวเลข ข้อความ หรือวันที่ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสูตรแบบมีเงื่อนไข
=IF(logical_test, value_if_true, [value_if_false])
IFERROR ช่วยดักจับ Error ทุกประเภทที่เกิดขึ้นในสูตร (#N/A, #VALUE!, #REF!, #DIV/0!, #NUM!, #NAME?, #NULL!) แล้วเปลี่ยนเป็นค่าที่เราต้องการแทน.ที่เจ๋งคือมันช่วยให้รายงานและ Dashboard ดูสะอาด ไม่มี Error แสดงให้ผู้ใช้งานเห็น โดยถ้าสูตรไม่มี Error ก็จะ return ผลลัพธ์ปกติ.ส่วนตัวผมคิดว่าฟังก์ชันนี้เป็น "ตัวช่วยมหาเทพ" สำหรับคนทำรายงานเลยครับ 😎
=IFERROR(value, value_if_error)
หาค่าสัมบูรณ์ (Modulus) ของจำนวนเชิงซ้อน
=IMABS(inumber)
ส่งกลับสัมประสิทธิ์จินตภาพของจำนวนเชิงซ้อน
=IMAGINARY(inumber)