Thep Excel

335 functions

ABS คืนค่าสัมบูรณ์ของตัวเลขที่ระบุ คือการตัดเครื่องหมายลบ (-) ออก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นค่าบวกหรือศูนย์เสมอ มีประโยชน์มากในการหาผลต่างระหว่างสองค่าโดยไม่สนใจว่าตัวไหนมากกว่า

Syntax
=ABS(number)

ACCRINTM คำนวณดอกเบี้ยค้างรับ (Accrued Interest) สำหรับหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนเท่านั้น ใช้สำหรับตั๋วเงิน พันธบัตร และหลักทรัพย์อื่นๆ

Syntax
=ACCRINTM(issue, settlement, rate, par, [basis])

คำนวณค่า Inverse Hyperbolic Cosine (ค่าผกผันของ Hyperbolic Cosine) ของตัวเลข ใช้ในงานคณิตศาสตร์ขั้นสูง ฟิสิกส์ วิศวกรรม และสถิติที่เกี่ยวข้องกับระบบไฮเพอร์โบลิก

Syntax
=ACOSH(number)

ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute Mixed Relative และสไตล์ R1C1 มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference

Syntax
=ADDRESS(row_num, column_num, [abs_num], [a1], [sheet_text])

คำนวณค่าเสื่อมราคาตามระบบบัญชีของฝรั่งเศส โดยใช้วิธี degressive (ลดลงตามลำดับ) ที่มีสัมประสิทธิ์เพิ่มเติมตามอายุของสินทรัพย์

Syntax
=AMORDEGRC(cost, date_purchased, first_period, salvage, period, rate, [basis])

AMORLINC คำนวณค่าเสื่อมราคาตามระบบบัญชีฝรั่งเศส โดยใช้วิธีเส้นตรง (Linear) ที่มีการปรับอัตราส่วนสำหรับงวดแรก หากซื้อสินทรัพย์ในกลางปี

Syntax
=AMORLINC(cost, date_purchased, first_period, salvage, period, rate, [basis])

AND ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 เงื่อนไข โดยจะคืนค่า TRUE ก็ต่อเมื่อ Logical ทุกตัว (logical1, logical2,…) ให้ผลเป็น TRUE ทั้งหมด.เรียกได้ว่าเป็นแบบ 'เข้มงวด' ที่ต้องผ่านทุกข้อถึงจะได้ TRUE ครับ ถ้าสักข้อเดียวเป็น FALSE… จบเลย 😅

Syntax
=AND(logical1, [logical2], ...)

AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เดี่ยว เช่น ถ้าเราอ้างอิง (A1:B2, D5:E5) ถือว่ามี 2 พื้นที่แยกกัน

Syntax
=AREAS(reference)

ASC แปลงตัวอักษรแบบเต็มความกว้าง (Full-width/Double-byte) ให้เป็นครึ่งความกว้าง (Half-width/Single-byte) ใช้กับข้อมูลจากภาษาญี่ปุ่น จีน หรือแหล่งข้อมูล DBCS อื่นๆ

Syntax
=ASC(text)

ฟังก์ชัน ASIN ใน Excel คำนวณค่า Arcsine หรือค่าผกผันของ Sine เพื่อหามุมจากค่า Sine ที่กำหนด ผลลัพธ์เป็นเรเดียน (หน่วยวัดมุมอีกแบบ) ตั้งแต่ -π/2 ถึง π/2

Syntax
=ASIN(number)

คำนวณค่าเฉลี่ยของ 'ส่วนเบี่ยงเบนสัมบูรณ์' (Average Absolute Deviation) คือดูว่าข้อมูลแต่ละตัวห่างจากค่าเฉลี่ยโดยรวมมากน้อยแค่ไหนโดยเฉลี่ย (ยิ่งมากแสดงว่าข้อมูลกระจายตัวสูง)

Syntax
=AVEDEV(number1, [number2], ...)

AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย

Syntax
=AVERAGE(number1, [number2], ...)

หาค่าเฉลี่ยคล้าย AVERAGE แต่ 'นับรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย' โดย TRUE=1, FALSE=0 และข้อความตรงที่พิมพ์เข้ามา=0 (AVERAGE ปกติจะข้ามพวกนี้ไปเลย)

Syntax
=AVERAGEA(value1, [value2], ...)

ฟังก์ชัน BESSELJ ใช้คำนวณค่าฟังก์ชัน Bessel ชนิดที่ 1 (Jn) ซึ่งเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์การสั่นสะเทือน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และปัญหาทางวิศวกรรมที่มีสมมาตรทรงกระบอก

Syntax
=BESSELJ(x, n)

BESSELK ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Modified Bessel Kn(x) ชนิดที่ 2 (Basset function) ใช้ในการแก้ปัญหาวิศวกรรมและคณิตศาสตร์ประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์

Syntax
=BESSELK(x, n)

ฟังก์ชันเก่าที่หาค่าความน่าจะเป็นสะสมของการแจกแจงแบบเบตา บาง Excel เวอร์ชันเก่ามีเฉพาะฟังก์ชันนี้ ส่วน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ BETA.DIST แทน

Syntax
=BETADIST(x, alpha, beta, [A], [B])

ฟังก์ชัน BETAINV ค้นหาค่าผกผันของฟังก์ชันการแจกแจงความน่าจะเป็น Beta แบบสะสม ใช้ในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นและการวางแผนโครงการ

Syntax
=BETAINV(probability, alpha, beta, [A], [B])

ฟังก์ชัน BINOMDIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินาม สำหรับปัญหาที่มีจำนวนการทดลองคงที่และผลลัพธ์ที่เป็นเพียงสำเร็จหรือล้มเหลว เป็นฟังก์ชันเก่าที่ Microsoft แนะนำให้ใช้ BINOM.DIST แทน

Syntax
=BINOMDIST(number_s, trials, probability_s, cumulative)

CALL เรียกใช้ฟังก์ชันหรือโปรแกรมที่อยู่ในไลบรารี DLL หรือทรัพยากรโค้ด สามารถใช้กับ register ID ที่ได้จากฟังก์ชัน REGISTER หรือ REGISTER.ID หรือสามารถระบุโมดูล ชื่อฟังก์ชัน และประเภทข้อมูลโดยตรง เฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่มีความรู้เพิ่มเติม เพราะการใช้ไม่ถูกต้องอาจทำให้ต้องรีสตาร์ท Windows

Syntax
=CALL(register_id,[argument1],[argument2],...)

CHOOSE เลือกค่าจากรายการค่าตามหมายเลขลำดับที่ระบุ เป็นเหมือนการเลือกรายการจากเมนู ส่งคืนค่าที่ตำแหน่งที่กำหนด มีประโยชน์ในการสร้างสูตรแบบเลือกตามเงื่อนไข

Syntax
=CHOOSE(index_num, value1, [value2], ...)

COLUMN ส่งคืนหมายเลขคอลัมน์ (Column Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขคอลัมน์ 1, 2, 3… (A=1, B=2 เป็นต้น) มีประโยชน์ในการระบุตำแหน่งคอลัมน์แบบไดนามิก

Syntax
=COLUMN([reference])

CONCATENATE เป็นฟังก์ชันแบบเก่าที่ใช้นำข้อความ ตัวเลข หรือค่าจากเซลล์ต่างๆ มาต่อกันให้เป็นข้อความยาวๆ เพียงเส้นเดียว ปัจจุบันสามารถใช้เครื่องหมาย & หรือฟังก์ชัน CONCAT/TEXTJOIN ซึ่งสะดวกกว่าได้

Syntax
=CONCATENATE(text1, [text2], ...)

ฟังก์ชัน CONFIDENCE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับค่าเฉลี่ยประชากร โดยใช้การแจกแจงแบบปกติ เป็นฟังก์ชันเวอร์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย CONFIDENCE.NORM และ CONFIDENCE.T เพื่อความแม่นยำและยืดหยุ่นที่สูงขึ้น.

Syntax
=CONFIDENCE(alpha, standard_dev, size)

CORREL หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด ผลลัพธ์เป็น -1 ถึง 1 บอกให้เห็นว่าข้อมูลทั้งสองไปทางเดียวกันหรือสวนทางกัน

Syntax
=CORREL(array1, array2)

คำนวณค่า Hyperbolic Cosine (ไฮเพอร์โบลิก โคไซน์) ของตัวเลขที่ระบุ ซึ่งเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

Syntax
=COSH(number)