ABS คืนค่าสัมบูรณ์ของตัวเลขที่ระบุ คือการตัดเครื่องหมายลบ (-) ออก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นค่าบวกหรือศูนย์เสมอ มีประโยชน์มากในการหาผลต่างระหว่างสองค่าโดยไม่สนใจว่าตัวไหนมากกว่า
Syntax
=ABS(number)
ABS คืนค่าสัมบูรณ์ของตัวเลขที่ระบุ คือการตัดเครื่องหมายลบ (-) ออก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็นค่าบวกหรือศูนย์เสมอ มีประโยชน์มากในการหาผลต่างระหว่างสองค่าโดยไม่สนใจว่าตัวไหนมากกว่า
=ABS(number)
ACCRINT คืนค่าดอกเบี้ยค้างรับของหลักทรัพย์ที่มีการจ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดเวลา (Periodic Interest)
=ACCRINT(issue, first_interest, settlement, rate, par, frequency, [basis], [calc_method])
ACCRINTM คำนวณดอกเบี้ยค้างรับ (Accrued Interest) สำหรับหลักทรัพย์ที่จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนเท่านั้น ใช้สำหรับตั๋วเงิน พันธบัตร และหลักทรัพย์อื่นๆ
=ACCRINTM(issue, settlement, rate, par, [basis])
ACOS คือฟังก์ชันตรีโกณมิติที่ใช้หาค่ามุม (เป็นเรเดียน) จากค่า Cosine ของมุมนั้น เหมือนกับการถามว่า 'มุมไหนมี Cosine เท่านี้'
=ACOS(number)
คำนวณค่า Inverse Hyperbolic Cosine (ค่าผกผันของ Hyperbolic Cosine) ของตัวเลข ใช้ในงานคณิตศาสตร์ขั้นสูง ฟิสิกส์ วิศวกรรม และสถิติที่เกี่ยวข้องกับระบบไฮเพอร์โบลิก
=ACOSH(number)
ADDRESS สร้างข้อความที่เป็นตำแหน่งเซลล์จากหมายเลขแถวและคอลัมน์ รองรับ Absolute Mixed Relative และสไตล์ R1C1 มักใช้คู่กับ INDIRECT เพื่อสร้าง Dynamic Reference
=ADDRESS(row_num, column_num, [abs_num], [a1], [sheet_text])
คำนวณค่าเสื่อมราคาตามระบบบัญชีของฝรั่งเศส โดยใช้วิธี degressive (ลดลงตามลำดับ) ที่มีสัมประสิทธิ์เพิ่มเติมตามอายุของสินทรัพย์
=AMORDEGRC(cost, date_purchased, first_period, salvage, period, rate, [basis])
AMORLINC คำนวณค่าเสื่อมราคาตามระบบบัญชีฝรั่งเศส โดยใช้วิธีเส้นตรง (Linear) ที่มีการปรับอัตราส่วนสำหรับงวดแรก หากซื้อสินทรัพย์ในกลางปี
=AMORLINC(cost, date_purchased, first_period, salvage, period, rate, [basis])
AND ตรวจสอบเงื่อนไขได้สูงสุด 255 เงื่อนไข โดยจะคืนค่า TRUE ก็ต่อเมื่อ Logical ทุกตัว (logical1, logical2,…) ให้ผลเป็น TRUE ทั้งหมด.เรียกได้ว่าเป็นแบบ 'เข้มงวด' ที่ต้องผ่านทุกข้อถึงจะได้ TRUE ครับ ถ้าสักข้อเดียวเป็น FALSE… จบเลย 😅
=AND(logical1, [logical2], ...)
AREAS นับว่าการอ้างอิงที่เรากำหนดนั้นมีกี่พื้นที่ (area) พื้นที่หมายถึงช่วงเซลล์ต่อเนื่องหรือเซลล์เดี่ยว เช่น ถ้าเราอ้างอิง (A1:B2, D5:E5) ถือว่ามี 2 พื้นที่แยกกัน
=AREAS(reference)
ASC แปลงตัวอักษรแบบเต็มความกว้าง (Full-width/Double-byte) ให้เป็นครึ่งความกว้าง (Half-width/Single-byte) ใช้กับข้อมูลจากภาษาญี่ปุ่น จีน หรือแหล่งข้อมูล DBCS อื่นๆ
=ASC(text)
ฟังก์ชัน ASIN ใน Excel คำนวณค่า Arcsine หรือค่าผกผันของ Sine เพื่อหามุมจากค่า Sine ที่กำหนด ผลลัพธ์เป็นเรเดียน (หน่วยวัดมุมอีกแบบ) ตั้งแต่ -π/2 ถึง π/2
=ASIN(number)
ASINH เป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ส่งกลับค่า Inverse Hyperbolic Sine ของตัวเลข ใช้ประโยชน์ในการคำนวณทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
=ASINH(number)
คำนวณค่า Arctangent ส่งกลับมุมเป็นเรเดียน (-π/2 ถึง π/2) จากค่า Slope หรืออัตราส่วนตัวเลข
=ATAN(number)
คำนวณมุม (Arctangent) จากพิกัด X และ Y โดยระบุตำแหน่งมุมได้ถูกต้องตามทั้ง 4 ช่อง (Quadrant) ด้วยเรเดียน
=ATAN2(x_num, y_num)
ATANH คำนวณค่า Inverse Hyperbolic Tangent ของตัวเลข ซึ่งเป็นค่ากลับของฟังก์ชัน TANH ใช้ในการแก้สมการที่เกี่ยวข้องกับไฮเพอร์โบลิกแทนเจนต์
=ATANH(number)
คำนวณค่าเฉลี่ยของ 'ส่วนเบี่ยงเบนสัมบูรณ์' (Average Absolute Deviation) คือดูว่าข้อมูลแต่ละตัวห่างจากค่าเฉลี่ยโดยรวมมากน้อยแค่ไหนโดยเฉลี่ย (ยิ่งมากแสดงว่าข้อมูลกระจายตัวสูง)
=AVEDEV(number1, [number2], ...)
AVERAGE คืนค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวเลขที่ระบุ โดยจะนับเฉพาะเซลล์ที่มีตัวเลขและค่า 0 เท่านั้น ส่วนเซลล์ว่างหรือข้อความจะถูกข้ามไป ไม่นำมาเป็นตัวหาร ซึ่งหลายคนมักพลาดความแตกต่างระหว่าง 0 กับเซลล์ว่าง ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะมันทำให้ค่าเฉลี่ยที่ได้ต่างกันเลย
=AVERAGE(number1, [number2], ...)
หาค่าเฉลี่ยคล้าย AVERAGE แต่ 'นับรวมข้อความและค่าตรรกะด้วย' โดย TRUE=1, FALSE=0 และข้อความตรงที่พิมพ์เข้ามา=0 (AVERAGE ปกติจะข้ามพวกนี้ไปเลย)
=AVERAGEA(value1, [value2], ...)
แปลงตัวเลขเป็นคำอ่านภาษาไทย (บาท และสตางค์) ใช้สำหรับเอกสารทางการเงินที่ต้องระบุจำนวนเงินเป็นตัวอักษร
=BAHTTEXT(number)
ฟังก์ชัน BESSELI ช่วยคำนวณค่า Modified Bessel function In(x) ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์ และการสร้างแบบจำลองระบบที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์ของเบสเซล
=BESSELI(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELJ ใช้คำนวณค่าฟังก์ชัน Bessel ชนิดที่ 1 (Jn) ซึ่งเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์การสั่นสะเทือน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และปัญหาทางวิศวกรรมที่มีสมมาตรทรงกระบอก
=BESSELJ(x, n)
BESSELK ส่งกลับค่าฟังก์ชัน Modified Bessel Kn(x) ชนิดที่ 2 (Basset function) ใช้ในการแก้ปัญหาวิศวกรรมและคณิตศาสตร์ประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์
=BESSELK(x, n)
ฟังก์ชัน BESSELY ส่งกลับค่าฟังก์ชันเบสเซล Yn(x) ชนิดที่ 2 (Neumann function หรือ Weber function) ซึ่งใช้ในการคำนวณปัญหาทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
=BESSELY(x, n)
ฟังก์ชันเก่าที่หาค่าความน่าจะเป็นสะสมของการแจกแจงแบบเบตา บาง Excel เวอร์ชันเก่ามีเฉพาะฟังก์ชันนี้ ส่วน Excel รุ่นใหม่แนะนำให้ใช้ BETA.DIST แทน
=BETADIST(x, alpha, beta, [A], [B])
ฟังก์ชัน BETAINV ค้นหาค่าผกผันของฟังก์ชันการแจกแจงความน่าจะเป็น Beta แบบสะสม ใช้ในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นและการวางแผนโครงการ
=BETAINV(probability, alpha, beta, [A], [B])
แปลงเลขฐานสอง (Binary) ที่มีได้สูงสุด 10 บิตเป็นเลขฐานสิบ (Decimal) โดยสนับสนุนเลขลบผ่าน two's complement
=BIN2DEC(number)
BIN2HEX แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) ให้ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับการแปลงระหว่างระบบตัวเลขที่ต่างกัน
=BIN2HEX(number, [places])
ฟังก์ชั่นที่แปลงเลขฐานสอง (Binary) เป็นเลขฐานแปด (Octal) โดยรองรับการเติมศูนย์นำหน้า
=BIN2OCT(number, [places])
ฟังก์ชัน BINOMDIST คำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบทวินาม สำหรับปัญหาที่มีจำนวนการทดลองคงที่และผลลัพธ์ที่เป็นเพียงสำเร็จหรือล้มเหลว เป็นฟังก์ชันเก่าที่ Microsoft แนะนำให้ใช้ BINOM.DIST แทน
=BINOMDIST(number_s, trials, probability_s, cumulative)
CALL เรียกใช้ฟังก์ชันหรือโปรแกรมที่อยู่ในไลบรารี DLL หรือทรัพยากรโค้ด สามารถใช้กับ register ID ที่ได้จากฟังก์ชัน REGISTER หรือ REGISTER.ID หรือสามารถระบุโมดูล ชื่อฟังก์ชัน และประเภทข้อมูลโดยตรง เฉพาะสำหรับผู้ใช้ที่มีความรู้เพิ่มเติม เพราะการใช้ไม่ถูกต้องอาจทำให้ต้องรีสตาร์ท Windows
=CALL(register_id,[argument1],[argument2],...)
ปัดตัวเลขขึ้นไปยังจำนวนเต็มที่ใกล้ที่สุด หรือพหุคูณของ significance ที่ระบุ (ฟังก์ชันเก่า)
=CEILING(number, significance)
ข้อมูลเซลล์
=CELL(info_type, [reference])
CHAR แปลงรหัสตัวอักษร (1-255) เป็นตัวอักษรจริง มีประโยชน์สำหรับแทรกอักขระพิเศษที่พิมพ์ยาก เช่น การขึ้นบรรทัดใหม่
=CHAR(number)
[Legacy] ความน่าจะเป็น Chi-Square (หางขวา)
=CHIDIST(x, deg_freedom)
[Legacy] Inverse Chi-Square (หางขวา)
=CHIINV(probability, deg_freedom)
ฟังก์ชันเก่าสำหรับทดสอบไคสแควร์ เพื่อตรวจสอบความเป็นอิสระของข้อมูล ควรใช้ CHISQ.TEST แทน
=CHITEST(actual_range, expected_range)
CHOOSE เลือกค่าจากรายการค่าตามหมายเลขลำดับที่ระบุ เป็นเหมือนการเลือกรายการจากเมนู ส่งคืนค่าที่ตำแหน่งที่กำหนด มีประโยชน์ในการสร้างสูตรแบบเลือกตามเงื่อนไข
=CHOOSE(index_num, value1, [value2], ...)
ลบตัวอักษรที่ไม่สามารถพิมพ์ได้ (ASCII 0-31) ออกจากข้อความ มีประโยชน์เมื่อคัดลอกข้อมูลจากระบบอื่นที่มีอักขระซ่อนอยู่
=CLEAN(text)
ส่งกลับรหัส ASCII (ANSI code) ของตัวอักษรตัวแรกในข้อความ ตรงข้ามกับฟังก์ชัน CHAR
=CODE(text)
COLUMN ส่งคืนหมายเลขคอลัมน์ (Column Number) ของเซลล์หรือช่วงที่ระบุ ส่งคืนตัวเลขคอลัมน์ 1, 2, 3… (A=1, B=2 เป็นต้น) มีประโยชน์ในการระบุตำแหน่งคอลัมน์แบบไดนามิก
=COLUMN([reference])
นับจำนวนคอลัมน์ทั้งหมดในช่วงข้อมูล (Array/Range)
=COLUMNS(array)
คำนวณจำนวนวิธีจับคู่ (Combination) โดย 'ไม่สนใจลำดับ' (nCr) เช่น เลือกคน 2 คนจาก 5 คนได้กี่แบบ
=COMBIN(number, number_chosen)
สร้างจำนวนเชิงซ้อน (Complex Number) ในรูป "x + yi"
=COMPLEX(real_num, i_num, [suffix])
CONCATENATE เป็นฟังก์ชันแบบเก่าที่ใช้นำข้อความ ตัวเลข หรือค่าจากเซลล์ต่างๆ มาต่อกันให้เป็นข้อความยาวๆ เพียงเส้นเดียว ปัจจุบันสามารถใช้เครื่องหมาย & หรือฟังก์ชัน CONCAT/TEXTJOIN ซึ่งสะดวกกว่าได้
=CONCATENATE(text1, [text2], ...)
ฟังก์ชัน CONFIDENCE ใน Excel ใช้สำหรับคำนวณช่วงความเชื่อมั่นสำหรับค่าเฉลี่ยประชากร โดยใช้การแจกแจงแบบปกติ เป็นฟังก์ชันเวอร์ชันเก่าที่ถูกแทนที่ด้วย CONFIDENCE.NORM และ CONFIDENCE.T เพื่อความแม่นยำและยืดหยุ่นที่สูงขึ้น.
=CONFIDENCE(alpha, standard_dev, size)
แปลงตัวเลขจากหน่วยวัดหนึ่งไปยังอีกหน่วยหนึ่ง เช่น เมตร เป็น ฟุต, องศาเซลเซียส เป็น ฟาเรนไฮต์, กิโลกรัม เป็น ปอนด์
=CONVERT(number, from_unit, to_unit)
CORREL หาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล 2 ชุด ผลลัพธ์เป็น -1 ถึง 1 บอกให้เห็นว่าข้อมูลทั้งสองไปทางเดียวกันหรือสวนทางกัน
=CORREL(array1, array2)
ส่งกลับค่า Cosine (โคไซน์) ของมุมที่ระบุในหน่วยเรเดียน ใช้สำหรับคำนวณปัญหาตรีโกณมิติในวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม
=COS(number)
คำนวณค่า Hyperbolic Cosine (ไฮเพอร์โบลิก โคไซน์) ของตัวเลขที่ระบุ ซึ่งเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในงานวิศวกรรม ฟิสิกส์ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
=COSH(number)